บท
ตั้งค่า

4

“ข้าจะทำหน้าที่ลูกสาวท่านฉางผิงโหวเป็นอย่างดี งานบ้านเรือนมิให้ขาดตกบกพร่องให้ใครมาต่อว่าได้ ท่านพ่ออย่าได้เป็นกังวล”

“เจ้าเป็นเด็กดี ลูกสาว” นัยน์ตาคู่คมเอ่อคลอหยาดน้ำใส เพียงคิดว่าจะต้องลาจากบุตรสาว ยอมให้นางไปอยู่กับชายหนุ่มผู้ซึ่งเขาไว้วางใจเป็นอย่างมาก

“ข้าคงคิดถึงเจ้า...”

“ข้าจะมาเยี่ยมเยียนท่านพ่อบ่อย ๆ หากเป็นไปได้ข้าก็... ขอให้ได้อยู่เรือนใกล้เคียงกัน”

“ไม่ไกล เดินเท้าก็ได้ รถม้าก็รวดเร็ว เจ้ามาหาข้าได้ทุกวันหากว่าเจ้าพอมีเวลาจากการดูแลงานบ้านงานเรือน งานดูแลสามี”

ฉางผิงโหวเอื้อมมือไปลูบศีรษะน้อยอย่างเอ็นดู พอตระหนักได้ว่าบุตรสาวจะต้องจากอกตนไปก็อดเศร้าหมองใจมิได้

จะว่าเศร้าก็แสนเศร้านัก แม้นไม่รู้ด้วยเหตุใด อยู่ดี ๆ เขากลับหัวเราะออกมา

“บุตรสาวผู้ดี ล้วนอยากตบแต่งกับเฉียนฟานอ๋อง ท่านมีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เก่งฉกาจเรื่องงานรบอย่างชายชาตรี วิชากระบี่ไม่เป็นรองผู้ใด ผู้คนต่างเล่าขานกันว่าเจ้าผู้ครองแคว้นเว่ยรูปงามหล่อเหลาปานหยักสลัก”

‘ท่านอ๋องผู้นี้ อยู่ดี ๆ ก็ปลูกเรือนไม่บอกกล่าว แถมใกล้บ้านท่านโหวเสียด้วย บทจะมาสู่ขอ กลับไม่เคยพบหน้าค่าตา ไม่มาพูดจากันเสียหน่อย ประหลาดนัก’

นางคิดในใจ มิได้โตแย้งบิดาที่ยกย่องสรรเสริญท่านอ๋องอย่างออกหน้าออกตา ราวกับว่าอ๋องผู้นี้เป็นเทพบุตรกลับชาติมาเกิด เรื่องราวต่าง ๆ จากปากบิดาล้วนมีแต่เรื่องดี นางสิกำลังคิดว่าท่านอ๋องจะมาสู่ขอนางไปเป็นภรรยาเพื่ออะไร ไปเลือกบุตรสาวผู้อื่นไม่ดีกว่าหรือ แล้วพ่อม่ายอย่างฉางผิงโหวรึจะไม่หวงบุตรสาว เขาเลี้ยงดูนางมาลำพัง ทะนุถนอมเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน อะไรทำให้บิดาเข้าข้างชายแปลกหน้าถึงเพียงนี้ หรือจะเป็นเรื่องการเมือง?

“แล้วท่านอ๋องจะเมตตาข้าเท่ากับท่านพ่อไหมเจ้าคะ? เขาจะเฆี่ยนตีข้าหรือไม่ หากข้ากระทำความผิด”

“ดีสิ... ดี ต้องดีแน่...”

“ท่านอ๋องจะรับอนุไหม?”

“ท่านอ๋องชื่นชมเจ้ามาก เขารับปากกับข้าว่าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเสียใจเป็นอันขาด”

บิดาเบี่ยงประเด็น หัวเราะร่าเริงแล้วเดินจากไป บุตรสาวเก็บความสงสัยนั้นไว้ ตั้งใจจะไปถามบ่าวรับใช้ดีกว่าถามจากบิดาในเมื่อเขาไม่ยอมบอกนาง จึงเข้าไปในห้องครัว ถือโอกาสตระเตรียมอาหารเย็นให้บิดาและคนอื่น ๆ นึกขึ้นได้ว่าอาจไม่ได้ไปคุมงานชาวไร่ชาวนาอีก นางบอกให้แม่ครัวห่ออาหารสำรับใหญ่สำหรับทั้งครอบครัวไปให้พวกเขาด้วย ถือเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกเขาจะมีกินกันมื้อใหญ่ อิ่มท้องกันทั้งบ้าน

“ลูกสาวคนเดียวได้ออกเรือนกับท่านอ๋องรูปงาม มีหน้ามีตาในราชสำนัก ท่านโหวเลยหัวเราะร่าเริง ท่านอารมณ์ดีทุกวันเลยนะเจ้าคะ คุณหนู...” สาวใช้พูดจาเอาใจนาง ยังตามมารับใช้นางด้วย ไป๋เหม่ยหลานหยิบอาหารใส่ปิ่นโตเรียบร้อย ส่งให้สาวใช้ทั้งสองคนละตะกร้าให้ครอบครัวของพวกนาง ก่อนจะตัดสินใจถามบ่าวรับใช้ทางด้านซ้ายมือนาง

“ตกลงว่า... ท่านอ๋องเขาเป็นคนอย่างไร ข้ามิได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองเลย”

“ท่านอ๋อง...”

“จางลี่!” เสียงตะคอกพร้อมการปรากฏตัวของบิดา มองไปทางบ่าวรับใช้เป็นนัยว่าห้ามพูด! สาวทั้งสองยกมือป้องปากตน ถอยหลังเดินไปไม่อยู่ให้รกสายตาท่านโหว มองพวกนางปานจะกินเลือดเนื้อ ก่อนหันไปพูดกับบุตรสาว

“ข้าว่าเจ้ารอพบเขาด้วยตัวของเจ้าเองจะดีกว่าลูกสาว อย่าได้ฟังความจากใครทั้งสิ้น จะเกิดเข้าใจผิดกัน อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องแต่งกับท่านอ๋อง”

--------------------------------

เก้าพันปีที่แล้ว...

--------------------------------

‘นางเป็นกระดูกไปแล้ว เหลือเพียงซากกระดูก... ฮ่า ๆ’

เสียงแหลมเล็กของนางมารหัวเราะเหยียดหยันฝ่าไอหยิน ปีศาจอสรพิษลอยไปมาผ่านไอวิญญาณสีดำสนิทนับล้านตนในหุบเหว

แท้จริงแล้วเป็นแผนการของเผ่าปีศาจ ตั้งใจมาแย่งชิงหินศิลาซึ่งซุกซ่อนอยู่ในสำนักเซียวเหยา จึงเฝ้ารอการตัดสินโทษของอาจารย์ยินเฟิง เพื่อขจัดเสี้ยนหนามตัวฉกาจให้พ้นทางไปเสียก่อน ค่อยกลับมานำของสำคัญในภายหลังเมื่อไม่มีผู้ขัดขวาง

แผนการชั่วร้ายของปีศาจไม่อาจสำเร็จลุล่วง เมื่อไป๋เหม่ยหลานทรยศสำนักเซียวเหยาด้วยคำสารภาพของนาง ทำให้ท่านอาจารย์เป็นผู้บริสุทธิ์ รอดพ้นทุกข้อกล่าวหา

หากไป๋เหม่ยหลานไม่ยอมรับผิดเพียงฝ่ายเดียว เหล่าเซียนอาวุโสขอให้มีการไต่สวนความจริง นางและอาจารย์ยินเฟิงจะถูกขังในห้องใต้ดินเป็นอันดับแรก

ด้วยร่างกายของยินเฟิงซึ่งถูกพิษเหมันต์ ตอนรับหน้าที่จากผู้อาวุโส ให้ไปนำของวิเศษจากปีศาจราตรีกลับคืนเทวโลก นับว่าหนักหนาสาหัสในสถานที่คุมขัง เขาจำเป็นต้องอยู่ใกล้เตาไฟ ขจัดลมปราณเย็นออกจากร่างกายทุกเช้าค่า เมื่อใดไร้ความอบอุ่น เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานสาหัส ความหนาวเย็นกัดกินผิวกาย แม้ในกระแสโลหิตก็เต็มไปด้วยละอองเหมันต์

ไป๋เหม่ยหลาประกาศตนว่านางคิดกับท่านอาจารย์เกินศิษย์ มิได้มีปีศาจบุกรุกเข้ามาแต่อย่างใด นางวางแผนทุกอย่างและลงมือด้วยตัวของนางเอง

ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน สมบัติสำคัญได้ถูกสลับเปลี่ยนเป็นของลอกเลียน ปีศาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยเท่ากับอาจารย์ยินเฟิงผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังวันตัดสินโทษไป๋เหม่ยหลาน ไม่มีผู้ใดพบเห็นอาจารย์ยินเฟิง

จะมีได้อย่างไร?

ยินเฟิงจะไปที่ไหนไกล

ร่างผ่ายผอมในอาภรณ์ขาดวิ่น ชุดขาวสะอาดบัดนี้เปรอะเปื้อนดิน โลหิตและเศษเนื้อ แก้มซูบตอบ เบ้าตากลวงลึก สภาพใกล้เคียงโครงกระดูกในอ้อมแขน ความเข้มแข็งของร่างกายค่อย ๆ หายไปเมื่ออยู่ในสถานที่รกร้างเต็มไปด้วยกลิ่นอายอาฆาตแค้นของปีศาจนับล้านตนนานยิ่งขึ้น

ลำแสงสีนิลสนิทคอยกัดกินเนื้อหนังซึ่งสามารถฟื้นฟูได้แม้บาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยตบะที่บำเพ็ญเพียรมาเนิ่นนานนับแสนปีเทวโลก

เซียนระดับปรมาจารย์อาจรอดพ้นจากหุบเหวมารหรือไม่ แม้กระทั่งตัวของเขาเอง มิอาจล่วงรู้ชะตา

ยินเฟิงจำต้องเลือกสักทางหนึ่ง ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจเมื่อมองเห็นบุรุษเทพผู้หนึ่งฝ่าฝูงปีศาจลงมาครึ่งหุบเหว แต่ไม่อาจลงมาลึกกว่า อี้เจ๋อกลับกลายเป็นเทพปักษา ในร่างนกนางนวลพยายามอ้าปากร้องขอบางสิ่ง

‘ดวงวิญญาณของไป๋เหม่ยหลาน!’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel