5
การสกัดวิญญาณสักดวงให้ออกจากร่างทิพย์ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย แถมจากร่างโครงกระดูกยิ่งเป็นไปได้ยาก ยินเฟิงอยู่ในหุบเหวแห่งมารร้ายมาเนิ่นนาน พละกำลังถดถอยไปมาก ร่างผ่ายผอมสั่นสะท้านด้วยความหนาวจากพิษบาดแผลเดิม ทั่วทั้งใบหน้าหล่อเหลารู้สึกเพียงความหนาวเย็นของเหมันต์
อะไรทำให้เขายืนหยัดอยู่ได้ หากมิใช่เยื่อใยที่มีต่อนาง
กระทั่งน้ำเสียงแหบพร่าอ่อนโยนพร่ำเรียกหานาง วนเวียนอยู่เช่นนั้น “ไป่ไป๋...”
“ไป๋เหม่ยหลาน”
“ภรรยา”
นึกถึงตอนที่ลั่นวาจาว่านางมิใช่ศิษย์อีกต่อไป เขาไม่ได้โกหกนาง
ไป๋เหม่ยหลานมิได้เป็นเพียงศิษย์คนโปรด เขาไม่เคยมองนางเป็นศิษย์แม้สักครั้งหนึ่ง
แม้นนัยน์ตาคู่สวยเศร้าหมอง มองกลับมาอย่างตัดพ้อต่อว่าเขาใจร้ายกับนางนัก เขาสมควรตบปากตัวเอง รึจะตายตามนางไป สิ่งเหล่านั้นล้วนไร้ค่าไร้ความหมาย
‘ท่านอาจารย์ ได้โปรดเร่งมือ ผู้อาวุโสสำนักเซียวเหยากำลังมา พวกเขารู้เรื่องท่านแล้ว’
ไป๋เหม่ยหลานไม่อาจรอดพ้นจากหุบเหว นางอาจไม่เหลือแม้ดวงวิญญาณด้วยซ้ำ ทว่าเหล่าเซียนสำนักเซียวเหยาล่วงรู้ว่าเขาพยายามสกัดดวงวิญญาณของนางจากร่างโครงกระดูกได้อย่างไร ไม่ใช่เวลามาถกเถียง
ยินเฟิงสกัดวิญญาณสีขาวสะอาดได้ในที่สุด ท่ามกลางปีศาจผู้หิวโหย กัดกินได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งไอหยางสีขาวบริสุทธิ์ มันพร้อมทำลายจนไม่เหลือซาก
ครู่นั้นดวงวิญญาณสีขาวสะอาดลอยไปถึงมือเทพปักษา ก่อนที่เหล่าเซียนจะมาถึง อี้เจ๋อใช้จะงอยปากคาบลูกแก้ว โผปีกบินไปจากหุบเหวร้าง
--------------------------------
‘หนึ่งเกล็ดอสรพิษ ข้าแบ่งให้... แลกกับชีวิตท่านดีไหม? ท่านอาจารย์’
ยินเฟิงรับข้อเสนอปีศาจอสรพิษ ในวันที่ลมหายใจรวยรินกอดร่างโครงกระดูกในอ้อมแขน ริมฝีปากกลบด้วยโลหิตเฝ้าเรียกหานาง ไป่ไป๋...
ร่างบาดเจ็บสาหัสอยู่ในหุบเหวมาร มองไม่เห็นเป็นบุรุษเทพอีกต่อไป
เมื่อเขารอดพ้นจากความตาย จำต้องรักษาสัญญา กลับมาสำนักเหยียนเก๋อ เก็บตัวเงียบเชียบบนหุบเขาลึกลับ ที่พำนักอาศัยของเหล่าศิษย์ปีศาจ
“คารวะท่านอาจารย์” สตรีร่างบอบบางในอาภรณ์สีนิลก้มศีรษะทำความเคารพ เหลือบตามองบุรุษร่างกำยำ อาภรณ์งดงามนั้นถักทอด้วยด้ายทองคำราวผู้สูงศักดิ์บนเมืองมนุษย์ ทว่านัยน์ตาสีชาดและน้ำเสียงก้าวร้าวต่อว่า
“เจ้ามาช้าไป...”
“ขออภัยที่ให้ท่านต้องรอ ท่านอาจารย์ พวกข้าพบบุรุษเทพแปลกหน้าระหว่างการเดินทาง เขาผู้นั้นมีฝีมือร้ายกาจมาก”
“ของที่ข้าให้ไป ใช้ไม่ได้หรือ?”
“ไม่ได้ผลดีนัก...”
งานอดิเรกของยินเฟิงคือการเสกสร้างสรรพาวุธ เขาสามารถทำได้แม้การผสมยาพิษใส่ไว้ในลูกแก้วเล็กกลมเพื่อใช้จัดการกับเทพที่ชอบเข้ามาขวางทาง
ใช่แล้ว... เทพ... เซียนผู้บำเพ็ญตนช่างลวงโลก โสมม คลั่งระเบียบวินัย พวกนั้นทำร้ายไป๋เหม่ยหลาน เท่ากับเป็นศัตรูของยินเฟิง!
นานแล้วเคยฝักใฝ่เหล่าเทพ ศิษย์ผู้บำเพ็ญตน มุ่งสู่การเป็นเซียนในแดนสวรรค์ หากไม่ค้นพบว่าสถานที่แห่งนี้ช่างเหมาะสมกับเขามากกว่า
ใบหน้าเคร่งขรึมมองเศษซากลูกแก้วกลมที่ศิษย์สตรีส่งกลับคืนให้เขาไปจัดการมันต่อ มันแตกกระจายเป็นเศษเสี้ยว
“ข้าจะสกัดมันขึ้นใหม่ เจ้าไปนำสมุนไพรมาตามที่ข้าบอก ไปตามฉางฟู่มาพบข้าด้วย”
“รับทราบ ท่านอาจารย์” ศิษย์สตรีกำลังจะเดินเลี่ยงออกไปจากเรือนกว้างขวางซึ่งรายล้อมด้วยท้องนทีสีนิลสนิท ไม่ทันได้ออกไปพ้นประตู
“เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่นี้เจ้าพูดถึงเทพ... เป็นเผ่าไหน?”
“เทพมังกรเจ้าค่ะ ข้ามองเห็นอุ้งเท้าสีนิล เขามีเกล็ดสินิล” ดวงตาชั่วร้ายและเคียดแค้นกล่าวกับท่านอาจารย์ พลันตะคอกนางด้วยสีหน้าก้าวร้าว
“โง่เง่า! ปีศาจชั้นต่ำอย่างเจ้า คราวหน้าคราวหลังพบเห็นเพียงเท้ามังกร จำเอาไว้ เอาชีวิตตนให้รอดพ้นเป็นอันดับแรก เผ่ามังกรควบคุมได้ดีทั้งหยินและหยาง โดยเฉพาะปีศาจราตรีอย่างเจ้า เป็นอาหารชั้นดีของมังกร”
“ข้าจะจำใส่สมองน้อย ๆ ของข้า ลู่จูใจร้อนวู่วาม ไม่เจียมตน เกือบเอาชีวิตไม่รอด ท่านอาจารย์เมตตาพวกข้าทั้งหลาย ศิษย์ไม่มีวันลืมบุญคุณ”
“เจ้ารีบไป อย่าชักช้า”
ศิษย์ปีศาจพลันหายไป เหลือเพียงกลุ่มไอหยินลอยละล่อง เสียงเรียกดังด้านนอกเรือน ‘ฉางฟู่’ ปีศาจหนุ่มปรากฏกายขึ้นกลางเรือน ในห้องพักของอาจารย์ยินเฟิง ถัดจากโต๊ะไม้สีน้ำตาล มีกระดาษจารึกอักษรแห่งเมืองปีศาจ
“ปั้นดินขอรับ... ท่านอาจารย์...”
ฉางฟู่เป็นผู้นำของวิเศษมาให้อาจารย์ยินเฟิงมากกว่าศิษย์คนอื่น ๆ เขาเป็นที่ริษยาไม่น้อยในบรรดาศิษย์นับร้อยพัน เมื่อเขาส่งปั้นดินให้อาจารย์ยินเฟิง มีสีหน้าพึงพอใจ ชื่นชมเขาไม่น้อย
“ดีมากฉางฟู่ เห็นจะมีเพียงเจ้าสามารถนำปั้นดินก้อนกลมบนเทือกเขาหลังเรือนเจ้ามาให้อาจารย์ยินเฟิงได้”
--------------------------------
ดินก็คือดิน... มิอาจแปรเปลี่ยน ต่อให้เป็นปั้นดินในเมืองปีศาจ ล้วนสูญสลายไปตามกาลเวลา
ดวงตาปีศาจมากมายหลายคู่ ลักลอบดูเซียนยินเฟิงร่ายเวทสีขาวเปล่งประกาย ขณะซ่อนเร้นกายในความมืดทั้งในท้องนทีและป่าไพร
เวทบริสุทธิ์ปะปนไปกับพลังปีศาจซึ่งมาจากปั้นดิน ยินเฟิงหมุนข้อมือเป็นวงกลมเพื่อปั้นดินให้เป็นรูปร่าง ปรากฏร่างอรชรในอาภรณ์งดงาม
สตรีเทพผู้ถูกปั้นแต่งด้วยมือของปรมาจารย์ผู้หลงใหลในตัวนาง ถูกเสกสรรขึ้นด้วยเวทเซียนสวรรค์
ร่างบางในอาภรณ์สีขาวสะอาด ยกมือทำความเคารพ ก้มศีรษะอย่างนอบน้อม
“คารวะท่านอาจารย์”
“ไปไป๋...”
มุมปากหนาหยักได้รูปโค้งละไมเป็นรอยยิ้ม แสนปลาบปลื้มใจ ทันทีที่พบใบหน้าสวยหวาน เขาเลื่อนมือไปลูบเรือนผมนุ่มสลวยที่มีเพียงกลิ่นดิน
นางอาจเดินไปมาในเรือนปีศาจให้ยินเฟิงอารมณ์ดีไปอีกสามสิบราตรี ให้เขาได้กอดจูบนาง เข้านอนเคียงข้างกายนาง แล้วนางก็จะกลับกลายเป็นเศษดิน
ฉางฟู่ ศิษย์คนสำคัญได้ดูวิธีการปั้นดินอย่างใกล้ชิด เบื้องหน้ายินเฟิง ปรากฏเทพธิดาผู้มีใบหน้างดงาม ประหนึ่งภาพวาดในแดนเทวโลกชั้นฟ้า แม้นางไม่มีความคิดไม่มีชีวิตหรือหัวใจ นางเพียงยิ้มได้ พูดได้คำเดียว ‘คารวะท่านอาจารย์’
ฉางฟู่นึกเวทนาอาจารย์ยินเฟิงนัก ตัดสินใจกล่าวด้วยความประสงค์ดี
“ข้าอาจ... นำสตรีมาสนองตัณหาท่านได้ในบางโอกาส เพื่อความเพลิดเพลินใจของท่านอาจารย์ ศิษย์ยินดี เรื่องกามารมณ์เป็นเรื่องธรรมชาติ”
“ใช่ งานประจบสอพลอ เป็นกมลสันดานของพวกเจ้า...”
“ศิษย์เสียมารยาท ผิดไปแล้วท่านอาจารย์!” ศิษย์คนโปรดนั่งลงฟุบหน้ากับพื้น ขอโทษอาจารย์เป็นใหญ่โต มิใช่กลัวจะถูกทำโทษ แต่กลัวว่าอาจารย์จะอารมณ์ไม่ดี พาลไม่สอนวิชาพวกเขาไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์ต่างหาก
