บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 : ข้อเสนอที่ชวนระทึก 6/2

ตอนที่

[6]

ข้อเสนอที่ชวนระทึก

หานจิ่นเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง

“อย่าขู่ข้าสิ ข้ากำลังจะใจกล้าอยู่แล้ว”

เสี่ยวชูรีบเม้มปาก หานจิ่นเยว่จึงโบกมือ

“รีบไปเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”

เสี่ยวชูสูดหายใจเข้าปอดหนัก ๆ ก่อนจะพยักหน้า แล้วหมุนกายออกไป

ทว่าหานจิ่นเยว่ยังไม่ทันได้เรียบเรียงถ้อยคำที่เตรียมจะกล่าว ประตูห้องก็ถูกเปิดออกเสียก่อน นางเงยหน้าขึ้นทันที ก่อนจะเห็นว่ามีองครักษ์ผู้หนึ่งยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ขณะที่บุรุษร่างสูงก้าวเข้ามาเพียงลำพัง เสี่ยวชูที่กำลังจะตามกลับเข้ามาถูกกันไว้ด้านนอกอย่างสุภาพ หานจิ่นเยว่ถึงกับชะงัก

นี่…

นางคิดว่าอย่างมากคงได้รับคำอนุญาตให้เข้าไปพบ ไม่คิดว่าเขาจะเป็นฝ่ายมาหาเอง

รุ่ยอ๋อง

เขามาหานางจริง ๆ

แม้ว่าจะไม่เคยพบเขา แต่นางมั่นใจว่าต้องเป็นเขาแน่ ๆ ผู้มาใหม่หยุดยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ท่านหญิงเป็นผู้ขอพบข้า เหตุใดจึงทำหน้าราวกับไม่อยากเห็นข้าเสียอย่างนั้น”

หานจิ่นเยว่เพิ่งรู้ตัวว่าตนจ้องเขานานเกินไป

แต่จะโทษนางได้หรือ?

ก่อนหน้านี้นางเคยคิดว่าเจิ้งเยี่ยนมีรูปโฉมโดดเด่นกว่าบุรุษทั่วไปแล้ว ทว่าเมื่อได้เห็นรุ่ยอ๋องตรงหน้า ความคิดเดิมกลับถูกลบออกไปแทบหมดสิ้น

ใบหน้าได้รูปไร้ที่ติ คิ้วเข้มพาดเหนือดวงตาคมลึก จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบาง รูปร่างสูงสง่า ผิวขาวราวหยก ทว่ากลิ่นอายรอบกายกลับเย็นเยียบและสูงศักดิ์จนผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้โดยง่าย

ที่แท้บนโลกยังมีบุรุษรูปงามถึงเพียงนี้อยู่ด้วย

ทว่าก็ต้องรีบดึงสติตนเองให้กลับมา

“หม่อมฉันเพียงไม่คิดว่าท่านอ๋องจะเสด็จมาด้วยพระองค์เองเพคะ”

“เช่นนั้นหรือ”

กล่าวแล้วนั่งลงตรงข้ามด้วยท่าทีสงบ

หานจิ่นเยว่เห็นดังนั้นจึงรีบรินชาให้ ก่อนพยายามเริ่มสนทนาด้วยเรื่องทั่วไป ทั้งสภาพอากาศ เรื่องโรงน้ำชา และค่อยวกไปถามถึงซูกุ้ยเฟย ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ปล่อยให้นางอ้อมค้อมได้นานนัก

“ท่านหญิงลงทุนสืบเรื่องของข้ามาหลายวัน เพียงจะถามเรื่องทั่ว ๆ ไปนี้หรือ”

กึก!

มือที่กำลังจับกาชาของหานจิ่นเยว่ชะงัก บรรยากาศพลันเงียบไปทั้งห้อง ทว่ารุ่ยอ๋องเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ ราวกับประโยคเมื่อครู่ไม่มีอะไรสำคัญ แต่คนฟังกลับรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง

สมกับเป็นรุ่ยอ๋องจริง ๆ

นางเพิ่งขยับตัวไม่กี่วัน เขากลับรู้หมดแล้ว

ในเมื่อถูกจับได้ถึงเพียงนี้ การอ้อมค้อมต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์ หานจิ่นเยว่จึงวางกาน้ำชาลง

“เช่นนั้นหม่อมฉันขอพูดตรง ๆ นะเพคะ”

ดวงตาคมเงยขึ้นมอง หานจิ่นเยว่จึงสูดลมหายใจเข้า

“หม่อมฉันต้องการออกจากจวนซุนกั๋วกง ส่วนท่านอ๋องก็ต้องการหลีกเลี่ยงสตรีที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อสอดแนมผลประโยชน์ หากพวกเราแต่งงานกัน หม่อมฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชกิจของพระองค์ และจะทำหน้าที่พระชายาให้สมบูรณ์โดยไม่เรียกร้องสิ่งอื่น ท่านอ๋องคิดเห็นอย่างไรเพคะ”

ถ้วยชาในมือของรุ่ยอ๋องหยุดนิ่งไปเล็กน้อย สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับหรี่ลง

โดยเฉพาะตรงคำว่า ‘ไม่เรียกร้องสิ่งอื่น’

หานจิ่นเยว่ไม่ทันสังเกต ยังคงกล่าวต่อ

“อีกทั้งหม่อมฉันไร้ตระกูลเดิมให้พระองค์ต้องระแวง มิได้อยู่ใต้คำสั่งของขุนนางฝ่ายใด และฐานะท่านหญิงก็มิทำให้พระองค์ต้องถูกครหาว่าเลือกพระชายาไม่เหมาะสม”

ความเงียบทอดยาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนผู้สูงศักดิ์จะถามขึ้น

“มิใช่ว่าท่านหญิงมีใจให้กั๋วกงซื่อจื่อหรือ” หานจิ่นเยว่ชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างสงบ

“นั่นเป็นเรื่องในอดีตแล้วเพคะ”

“เพียงไม่กี่วันก็กลายเป็นอดีตได้แล้วหรือ”

หญิงสาวสบตาเขา สายตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่จริงจัง

“คนเราเมื่อผ่านความเป็นความตายมาแล้ว ย่อมรู้ว่าสิ่งใดควรเก็บไว้ และสิ่งใดควรปล่อยมือเพคะ”

หลิ่งจื่อเชียนนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนวางถ้วยชาลง

“ท่านหญิงแน่ใจหรือ ว่าตัดใจได้แล้วจริง ๆ”

คราวนี้เขาไม่ได้ถามจากที่นั่ง ร่างสูงลุกขึ้นช้า ๆ ก่อนเดินเข้ามาหานางทีละก้าว หานจิ่นเยว่เงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

เขาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

จนกระทั่งหยุดอยู่ตรงหน้านาง แล้วโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมจับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนาง ราวกับต้องการค้นหาคำโกหกที่ซ่อนอยู่ภายใน หานจิ่นเยว่เผลอถอยหลัง จนแผ่นหลังเกือบชนฉากกั้น

ในยามนี้จู่ ๆ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

ไหนว่าไม่ชอบเข้าใกล้สตรีอย่างไรเล่า!

นางพยายามขยับถอยอีก ทว่าด้านหลังไม่มีที่เหลือแล้ว สุดท้ายจึงจำต้องเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ

“แน่ใจเพคะ”

รุ่ยอ๋องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนถอยออกไปเองอย่างง่ายดาย แล้วกลับไปนั่งที่เดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

คนผู้นี้...

ทำให้คนตกใจ แล้วกลับไปนั่งดื่มชาเฉย ๆ อย่างนั้นหรือ?

“ข้อเสนอของท่านหญิงน่าสนใจ”

หญิงสาวรีบดึงสติกลับมา

“เช่นนั้นท่านอ๋องหมายความว่า…”

“ข้ายังมิได้รับปาก”

“.....”

เขายังคงยกถ้วยชาขึ้นจิบ

“หากต้องการให้ข้าพิจารณา อย่างน้อยท่านหญิงควรทำให้ข้าเชื่อเสียก่อนว่า มิได้คิดใช้ข้าเป็นเครื่องมือประชดบุรุษอีกคน”

หานจิ่นเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางพูดไปถึงเพียงนี้แล้ว ยังไม่เชื่ออีกหรือ?

แต่เมื่อคิดถึงตนเองในอดีต นางก็พอเข้าใจได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงเพียงไม่กี่วัน ย่อมน่าสงสัยอยู่บ้าง

“แล้วหม่อมฉันต้องทำอย่างไร พระองค์จึงจะเชื่อ”

รุ่ยอ๋องมองนางนิ่ง ๆ ก่อนตอบเพียงว่า

“เมื่อถึงเวลา ข้าย่อมรู้เองว่าท่านหญิงพูดจริงหรือไม่”

กล่าวจบก็ลุกขึ้น นั่นทำให้หานจิ่นเยว่มองตามอย่างงุนงง

“ท่านอ๋อง...”

แต่คนผู้นั้นไม่คิดอธิบายเพิ่มแม้แต่คำเดียว เมื่อประตูถูกเปิดออก ร่างสูงก็เดินจากไป ทิ้งให้หญิงสาวนั่งมองถ้วยชาตรงหน้าด้วยความระแวง

เมื่อถึงเวลา?

เวลาใด?

แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไร?

บุรุษผู้นี้พูดอะไรให้เข้าใจง่าย ๆ ไม่เป็นหรือ!

ด้านนอกห้อง ซิ่วเจ๋อ องครักษ์สนิทของรุ่ยอ๋องเดินตามนายเหนือหัวไปได้ไม่กี่ก้าว ก่อนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“ท่านอ๋อง เหตุใดไม่…”

“ยังไม่ถึงเวลา”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้องครักษ์เงียบลงทันที จากนั้นรุ่ยอ๋องจึงเดินต่อโดยไม่หันกลับไปมอง

ทว่ามุมปากซึ่งปกติเรียบเฉย กลับเหมือนจะยกขึ้นเพียงน้อยนิด

ข้อเสนอแต่งงานงั้นหรือ...

น่าสนใจจริง ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel