บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ชื่อเสียงที่ไม่ดี

เว่ยจื่อเริ่มร่ายยาวรายละเอียดตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

หลังประตูนั้น "ซิงเอ๋อร์" พอจะเดาได้ว่าการกระทำของท่านหญิงอาจทำให้ซื่อจื่อขุ่นเคือง แต่ไม่นึกว่าซื่อจื่อที่กำลังโกรธจะตอบโต้ด้วยวิธีนี้ นางทำตัวไม่ถูกและไม่กล้าบุ่มบ่ามไปปลุกท่านหญิง

ทว่าโชคดีที่เฉินเจียวหยางตื่นขึ้นมาเอง

"ซิงเอ๋อร์ เมื่อครู่ข้างนอกมีสุนัขเห่าหรือ?" บนเตียงนุ่มเฉินเจียวหยางนวดขมับพลางค่อยๆลุกขึ้นนั่ง "แล้วในห้องนี้ เหมือนจะมีแมลงหวี่แมลงวันมาบินตอมเสียงหึ่งๆ ด้วย"

นางเพิ่งหลับไปได้ไม่นานก็ถูกรบกวน จนตอนนี้ปวดหัวหนึบ

ซิงเอ๋อร์รีบวิ่งมาที่เตียง แหวกม่านมงคลออกแล้วนวดขมับให้นางอย่างเบามือ "ทูลนายหญิงไม่ใช่สุนัข และมิใช่แมลงเจ้าค่ะ เป็นซื่อจื่อที่มาถึงแล้ว ตอนนี้กำลังเรียกอยู่นอกประตูอยู่เจ้าค่ะ"

เปลือกตาที่อ่อนล้าของเฉินเจียวหยางค่อยๆ ลืมขึ้นหลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่งดงามล่มเมืองก็ผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา "คำนวณเวลาดูข้าคอยเขามานานเพียงใด ก็ให้เขาคอยอยู่ข้างนอกนานเพียงนั้น ห้ามขาด... แต่เกินได้"

ซิงเอ๋อร์ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ท่านหญิงยังไว้หน้าซื่อจื่ออยู่บ้าง ขอเพียงรอให้ครบเวลาก็คงจะได้เข้าห้องหอเสียที

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝีมือนวดของซิงเอ๋อร์ดี หรือเพราะนางเริ่มมีอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นมา อาการปวดหัวจึงหายไป แต่ก็นอนไม่หลับแล้ว

ซ่างจิงนี่หนาวจริงๆ หากเป็นช่วงเวลานี้ที่เซียงโจว นางคงสวมเสื้อผ้าบางๆ ได้แล้ว แต่ที่นี่ แม้จะมีกระถางถ่านสองใบและถือเตาอุ่นมือไว้ ก็ยังสัมผัสได้ถึงไอเย็น

"เจ้าว่าเขาอยู่ข้างนอกจะหนาวไหม?" เฉินเจียวหยางถามซิงเอ๋อร์

ซิงเอ๋อร์ครุ่นคิด "คงไม่หนาวกระมังเจ้าค่ะ คนซ่างจิงชินกับอากาศเช่นนี้ ย่อมทนทานกว่าพวกเรา เมื่อครู่บ่าวของเขาบอกว่าคืนนี้เขาจงใจอาบน้ำเย็นเสียด้วย"

"จงใจ... อาบน้ำเย็น?" เฉินเจียวหยางชะงักด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะวิเคราะห์อย่างจริงจัง "คนซ่างจิงช่างทนหนาวได้ดีนัก อีกทั้งหย่งอันโหวบิดาของเขาก็เป็นขุนพลฝ่ายบู๊ เขาคงได้เชื้อพ่อมาไม่น้อย หนังหนาเนื้อหยาบเป็นแน่..."

เมื่อเห็นท่านหญิงวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลซิงเอ๋อร์ก็พลันนึกออก "ได้ยินว่ายามสองทัพเผชิญหน้ากัน มักจะมีการด่าทอกันก่อน มิน่าเล่าเมื่อครู่ที่ซื่อจื่อตะโกนด่าทอ ท่านหญิงจึงเข้าใจผิดว่าเป็นเสียงสุนัขเห่า"

หนังหนาเนื้อหยาบ ฝีปากจัดจ้าน ไม่รู้จักถนอมบุปผา

ภาพลักษณ์คร่าวๆ ของหลินอวี้ถูกสร้างขึ้นในใจของเฉินเจียวหยางแล้ว นางถอนหายใจออกมาเบาๆ

ซิงเอ๋อร์เดาใจนางออกจึงเอ่ยปลอบ "ตอนทำพิธีคำนวณฟ้าดิน บ่าวแอบชำเลืองมองซื่อจื่อแล้วเจ้าค่ะ หน้าตานับว่าหล่อเหลาเอาการทีเดียว"

เฉินเจียวหยางปรายตามอง "ข้าดูเหมือนคนที่ลุ่มหลงเพียงรูปกายภายนอกงั้นหรือ?"

นายหญิงเป็นเช่นนั้นจริงๆ ... แต่ซิงเอ๋อร์มิกล้าเอ่ยออกมา

ซิงเอ๋อร์จึงได้แต่เออออตาม "ย่อมไม่ใช่เจ้าค่ะ มิเช่นนั้นท่านหญิงคงไม่พา 'ไป๋จิ้ง' กงจื่อ (คุณชายไป๋จิ้ง) เดินทางไกลมาด้วยกันหรอก"

"ไป๋จิ้ง" คืออันดับหนึ่งในหอขาวแห่งเซียงโจว เชี่ยวชาญทั้งกาพย์กลอนและดนตรี น่าเสียดายที่เขามักจะสวมหน้ากากเหล็กครึ่งหน้าอยู่เสมอ

บ้างก็ว่าเขาถูกศัตรูทำลายโฉมจนต้องมาขายศิลปะในหอขาว บ้างก็ว่าเขามีปานแดงมาแต่กำเนิดจนเกรงว่าจะทำให้ผู้คนตกใจ

สำหรับเฉินเจียวหยางแล้ว พรสวรรค์ของเขานั้นน่าชื่นชมเพียงพอแล้ว ส่วนใบหน้านั้นจะปิดบังไว้ก็ช่างเถิด ขอเพียงส่วนที่เผยออกมาไม่ดูน่าเกลียดก็นับว่าใช้ได้

ธรรมเนียมของเซียงโจวนั้นค่อนข้างเปิดกว้าง บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องปกติ และสตรีเองก็สามารถเลี้ยงเหล่านักดนตรีไว้ดูเล่นได้ แต่ถึงกระนั้น ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูคนเหล่านี้ก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ มีเพียงตระกูลขุนนางใหญ่เท่านั้นที่จะทำได้

ฉีจิ้นอ๋องรับปากนางไว้ตั้งแต่พิธีฉลองวันเกิดปีที่แล้ว เดิมทีนางนึกว่าหลังจากมีสมรสพระราชทานบิดาจะกลับคำ แต่ใครจะคิดว่าบิดาจะเป็นคนพาเขากลับเข้าจวนด้วยตนเอง

"เจียวเจียว พ่อเดิมอยากจะรั้งเจ้าไว้กับตัวอีกสองสามปี ค่อยหาบุรุษที่เจ้าถูกใจให้ แต่สุดท้ายกลับทำให้เจ้าต้องลำบากเสียแล้ว"

ฉีจิ้นอ๋องตาแดงก่ำ ในวันที่ได้รับราชโองการ เขารีบส่งคนไปสืบประวัติของหลินอวี้ทันที เมื่อทราบถึงชื่อเสียงอันเลวร้าย เขาก็ได้แต่ทอดถอนใจด้วยความสงสารบุตรสาว

..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel