2 ด้วยความสงสาร
มุกตาภาลังเลว่าจะช่วยผู้ชายคนนี้ดีหรือเปล่า เพราะถ้าช่วยเขาเธอก็กลัวว่าจะได้รับอันตรายไปด้วยถ้าคนที่เขากำลังหนีตามมาเจอ แต่ถ้าเธอไม่ช่วยแล้วเกิดอันตรายขึ้นกับเขาเธอจะรู้สึกผิดมากแน่ๆ
“ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณพูดจริงเกินคุณเป็นคนร้ายที่หนีตำรวจมาแล้วจับฉันเป็นตัวประกันขึ้นมาล่ะคะ” หญิงสาวไม่เชื่อใจแต่ก็ไม่อาจใจร้ายทิ้งเขาไว้ได้
“แค่ยืนผมก็จะไม่ไหวแล้วผมจะเอาแรงที่ไหนมาทำร้ายคุณล่ะ”
“แล้วคุณจะให้ฉันพาไปส่งที่ไหน”
“ผมขอไปนอนพักก่อนได้ไหม ถ้าผมพอมีแรงผมจะไปเองรับรองได้เลยว่าจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อน”
แล้วความสงสารและความเห็นใจมุกตาภาเลยยอมให้เขาเดินตามเธอมาจนถึงรถแท็กซี่ที่จอดอยู่
หญิงสาวบอกจุดหมายปลายทางจากนั้นก็ประคองเขาเข้าไปนั่งที่เบาะหลังและเมื่อรถจอดที่หน้าหอพักแห่งหนึ่งเขาก็เดินตามเธอเข้าไปด้านใน
บริเวณหอพักเวลาตีห้าเงียบสงัดทำให้มุกตาภาไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาเห็น หญิงสาวเดินนำเข้าเข้าไปในลิฟต์และกดไปยังชั้นหก
“ห้องฉันแคบหน่อยนะ คุณนอนที่โซฟานั่นแหละ”
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนและเอามือกุมหน้าท้องไว้
“ฉันขอดูแผลหน่อยได้ไหมคะ”
“ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ”
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็เอามือออก” มุกตาภาทำเสียงดุ
“ถ้าคุณกลัวเลือดก็ไม่ต้องดูก็ได้นะ”
“ฉันเป็นพยาบาลและทำงานอยู่ห้องฉุกเฉิน เลือดแค่นี้ฉันไม่กลัวหรอกน่า”
เมื่อเขาเอามือออกมุกตาภาก็ดึงเสื้อเขาขึ้นเธอถอนหายใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ผ้าพันแผลของเขามีเลือดซึมออกมาเกินครึ่ง
“ตายล่ะ เลือดไหลเยอะเลย คงต้องทำแผล รออยู่นี่ก่อนนะฉันไปซื้ออุปกรณ์ทำแผลที่ร้านตรงหัวมุมก่อน”
“เช้าแบบนี้น่ะเหรอ”
“อือ ร้านนี้เปิดตลอดนั่นแหละ ไม่ใช่ว่าฉันกลับมาแล้วคุณเอาของในห้องฉันไปหมดนะ” หญิงสาวหันมาบอกก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วรีบเดินออกจากห้องไป
เมื่อกลับขึ้นมาที่ห้องอีกครั้งชายหนุ่มก็หลับไปแล้ว มุกตาภาทำแผลให้เขาอย่างเบามือที่สุดจากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำและล้มตัวลงนอน
เมื่อตื่นมาอีกครั้งเขาก็ยังนอนอยู่ที่เดิม เธอเดินเข้าครัวต้มน้ำและเอาข้าวสวยที่เก็บไว้ในตู้เย็นตั้งแต่ก่อนกลับบ้านออกมาต้มพอเดือดก็เอาเครื่องที่พี่สาวผัดให้ลงไปในหมอ รอไม่นานข้าวก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้อง
เธอถ่ายรูปข้าวต้มไปส่งไปให้พี่สาวก่อนนั่งทานจนอิ่มและเตรียมอีกถ้วยไว้ให้ชายหนุ่มที่ยังนอนอยู่ที่เดิม เธอเดินมาใกล้จับไปที่แขนและรู้สึกถึงความร้อนจึงปลุกเขาขึ้นมาทานยา
“คุณ คุณ”
“อือ....เช้าแล้วเหรอครับ”
“ค่ะเช้าแล้ว เดี๋ยวฉันต้องไปทำงานคุณกินข้าวแล้วก็กินยาด้วยนะ มียาแก้อักเสบด้วย คงไม่ต้องให้ฉันป้อนนะ”
“ไม่เป็นไรผมกินได้ คุณรีบไปทำงานเถอะ”
หญิงสาวรีบเข้าห้องแล้วเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อคอวีสีน้ำเงินกับกางเกงสีเดียวกันก่อนจะเดินออกมาและเห็นว่าตอนนี้ชายหนุ่มยังไม่ยอมลุกมาทานอาหาร
“ถ้าอยากจะอยู่ที่นี่จนหายก็กินข้าวกินยา แล้วตอนกลางวันก็ลุกมากินข้าวด้วยนะ ร้านข้างล่างเขามีบริการส่งถึงห้องด้วยนะ อยากกินอะไรก็โทรไปสั่งนะ แล้วถ้าเขาถามก็บอกเขาไปว่าเป็นพี่ชายของฉันนะคะ” เธอสั่งเสียงเข้มเพราะกลัวว่าระหว่างที่เธอไปทำงานเขาจะอาการแย่ลง
“ครับ”
“ขอโทษนะคะมีเงินไหม”
“พอมีครับ”
“ถ้าไม่พอเอาในกล่องสีฟ้าตรงนั้นได้นะ” หญิงสาวชี้ไปยังกล่องพลาสติกที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กที่มุมห้อง
“ครับ คุณไปทำงานเถอะ ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมอยู่ได้”
เมื่อหญิงสาวเจ้าของห้องออกไปแล้วเขาก็ทานข้าวและทานยาไม่ใช่เพราะกลัวที่เธอขู่ แต่ตัวเขาเองก็อยากจะรีบหายเพื่อไปจัดการกับคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้
ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน
อลัน ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอก สวมหมวกนิรภัยสีเหลือง เดินตรวจความเรียบร้อยของโครงการบ้านจัดสรรเฟสใหม่ที่ครั้งนี้อยู่ไกลถึงจังหวัดพิษณุโลก โดยมี สิงหาลูกน้องคนสนิทกับดนัยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ เดินตามประกบอยู่ไม่ห่าง
“งานโครงสร้างเฟสสองคืบหน้าไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับนาย อีกสองสัปดาห์น่าจะเริ่มงานสถาปัตย์ได้ตามแผน” สิงหาเอ่ยรายงานพลางกางแบบแปลนในมือให้อีกฝ่ายดู
“เน้นเรื่องระบบระบายน้ำด้วย ทางนี้ฝนตกทีไรน้ำขังตลอด อย่าให้ลูกค้ามีปัญหาทีหลัง” อลันสั่งงานเสียงเรียบ
“คุณอลันครับผมว่าแถวนี้ดูเงียบแปลกๆ คนงานกะบ่ายหายไปไหนหมด” ดนัยกวาดสายตามองไปรอบๆ พื้นที่อย่างมีสัญชาตญาณระวังภัย
ยังไม่ทันที่สิงหาจะหันไปถามวิศวกรคุมงาน เสียงเร่งเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากทางเข้าโครงการที่ติดถนนใหญ่ ตัวรถวิ่งตะลุยฝุ่นมุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ชายคนขับสวมหมวกกันน็อกเต็มใบปิดบังใบหน้ามิดชิด จังหวะนั้นเองชายที่ซ้อนอยู่ทางด้านหลังเอื้อมไปชักปืนสั้นสีดำเมี่ยมออกมาจากเอว ลำกล้องถูกเล็งตรงมายังอลันหมายจะเอาชีวิต แต่เสียงเครื่องยนต์ดังมากกว่าปก ทำให้อลันหันหน้ากลับไปมองตามสัญชาตญาณ
การเอี้ยวตัวกลับอย่างกะทันหันในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ทำให้วิถีกระสุนปืนเปลี่ยนไป
ปัง!
“นายครับ ระวัง” ดนัยตะโกนลั่นพร้อมกับกระโจนตัวเข้าหา
เสียงปืนก้องสะท้านไปทั่วไซต์ก่อสร้าง ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่ช่วงท้องทันที กระสุนเจาะทะลุผ่านเสื้อเชิ้ตฝังเข้าที่บริเวณหน้าท้องด้านซ้ายของอลันอย่างจัง เลือดสีแดงสดไหลซึมทะลักออกมาตามง่ามนิ้วอย่างรวดเร็ว
“คุณอลัน!...” สิงหาร้องเรียกเจ้านายด้วยความตกใจ แล้วรีบเข้าไปประคองร่างของอลันที่กำลังจะทรุดลง
มือปืนเห็นอลันทรุดลงไปและบอดี้การ์ดอย่างดนัยกำลังชักปืนออกมาตอบโต้ มันจึงตัดสินใจไม่ยิงซ้ำ เร่งเครื่องยนต์หนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงควันดำและฝุ่นทรายที่ลอยคละคลุ้ง
“ตามมันไป” สิงหาสั่ง