บทที่ 4 สามี! ข้าก็แค่กอดท่านนอนเท่านั้นเอง
เซี่ยฉางยวนหลับตาลงอีกครั้ง ทว่าผ่านไปไม่นาน เสียงหวานใสของเจียงเยว่หลีก็ดังขึ้นอีก
“สามี...”
“...”
“ข้าถามอีกเรื่องเดียวได้หรือไม่”
“ว่ามา”
“ท่านยังโกรธข้าอยู่หรือ”
คราวนี้เซี่ยฉางยวนไม่ได้ตอบทันที เขาลืมตาขึ้น ก่อนจะหันไปมองสตรีที่นอนอยู่ข้างกาย แสงจันทร์สาดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้ใบหน้างดงามของนางดูอ่อนโยนกว่าปกติ
เจียงเยว่หลีมีรูปโฉมงดงามอย่างแท้จริง ผิวพรรณขาวเนียน ดวงตากลมโต จมูกเล็กได้รูป ริมฝีปากแดงระเรื่อ นางเป็นสตรีที่แม้จะยืนนิ่ง ๆ ก็สามารถดึงดูดสายตาของผู้คนได้อย่างง่ายดาย
น่าเสียดายที่นิสัยของนางกลับตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดจะถือสาหาความนางอย่างจริงจัง แต่คำพูดที่นางกล่าวออกมาเมื่อเช้านี้ทำให้เขารู้สึกไม่ดีอยู่ไม่น้อย
เซี่ยฉางยวนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามกลับ
“เจ้าคิดว่าอย่างไร”
เจียงเยว่หลีเม้มริมฝีปาก
“ข้าคิดว่าท่านยังโกรธ”
“ในเมื่อรู้แล้ว เหตุใดจึงยังถาม”
“เพราะข้าอยากขอโทษ”
เซี่ยฉางยวนชะงักไปเล็กน้อย ขณะที่เจียงเยว่หลีมองเขาด้วยแววตาจริงจัง
“ที่ผ่านมาเป็นข้าที่ไม่ดีเอง”
“...”
“ข้าพูดจาไม่ดีต่อท่าน ทำให้ท่านเสียใจ อีกทั้งยังจงใจใช้คำพูดร้ายกาจเพื่อบีบบังคับให้ท่านหย่า”
นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ
“ข้ารู้ว่าท่านคงไม่เชื่อว่าข้าจะเปลี่ยนไปได้ แต่ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นเอง”
เซี่ยฉางยวนไม่ได้พูดอะไร เจียงเยว่หลีจึงกล่าวต่อ
“ข้าไม่ขอให้ท่านยกโทษให้ในทันที ขอเพียงท่านให้โอกาสข้าสักครั้งก็พอ”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ชายหนุ่มนิ่งงันไป เพราะนับตั้งแต่แต่งงานกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงเยว่หลียอมรับผิดอย่างจริงจัง
นางเคยร้องไห้ เคยโวยวาย เคยพูดจาข่มขู่เขาสารพัด และไม่เคยกล่าวคำว่าขอโทษเลยสักครั้ง
เซี่ยฉางยวนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันหน้ากลับไป
“นอนเถิด”
เจียงเยว่หลีชะงัก
“ท่านยังไม่ตอบข้าเลย”
“หากเจ้าต้องการพิสูจน์ ก็จงพิสูจน์ด้วยการกระทำ”
หัวใจของเจียงเยว่หลีพลันเต้นแรง นางรีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
“ได้! ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็น”
เซี่ยฉางยวนหลับตาลงอีกครั้ง ทว่าในใจกลับไม่ได้สงบอย่างที่แสดงออก
เจียงเยว่หลีเปลี่ยนไปมากเกินไป มากเสียจนเขาไม่อาจเชื่อได้ว่านี่เป็นเพียงการสำนึกผิดธรรมดา นางอาจกำลังวางแผนบางอย่าง หรืออาจมีใครอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใด เขาก็ต้องสืบให้รู้
ส่วนการยอมกลับมานอนบนเตียงในคืนนี้ มิใช่เพราะเขาหลงเชื่อคำพูดหวานหูของนาง แต่เพราะเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเจียงเยว่หลีกำลังคิดจะทำสิ่งใด นางมีแผนการอะไรอยู่ในใจกันแน่
เขาไม่กลัวเล่ห์เหลี่ยมของนาง หากนางกลับใจจริง เขาย่อมไม่ใช่คนใจแคบที่จะจดจำความผิดของภรรยาไปตลอดชีวิต แต่หากนางคิดใช้ความอ่อนหวานมาหลอกลวงเขาอีกครั้ง... เช่นนั้นก็อย่าหาว่าเขาไม่ไว้ไมตรี!
อีกด้านหนึ่ง เจียงเยว่หลีกลับกำลังดีใจจนแทบนอนไม่หลับ
สำเร็จแล้ว! ข้าทำสำเร็จแล้ว!
คืนนี้สามียอมกลับมานอนบนเตียง แม้จะยังไม่ยอมยกโทษให้ แต่ก็นับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่
ทั้งในชาติก่อนและชาตินี้ นางเคยใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะไล่เขาไปนอนบนตั่งได้อย่างถาวร แต่หลังจากย้อนเวลากลับมา แค่เพียงวันเดียวก็สามารถเชิญเขากลับขึ้นเตียงได้แล้ว เจียงเยว่หลีรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองอย่างยิ่ง
นางค่อย ๆ หันไปมองบุรุษข้างกาย เซี่ยฉางยวนหลับตาอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูสงบนิ่งภายใต้แสงจันทร์ เจียงเยว่หลีลอบยิ้ม
สามีเอ๋ย สามี ท่านไม่รู้หรอกว่าภรรยาของท่านมีความลับใหญ่หลวงเพียงใด แต่ไม่เป็นไร ข้าจะไม่บอกท่านก็แล้วกัน ขอเพียงท่านไม่หย่ากับข้า ต่อให้วันหน้าท่านกลายเป็นฮ่องเต้ ข้าก็จะไม่ขัดขวางแม้แต่น้อย
เมื่อคิดถึงตำแหน่งฮองเฮาในอนาคต เจียงเยว่หลีก็อดยิ้มกว้างไม่ได้ แต่เพียงครู่เดียว นางก็รีบส่ายหน้า
ไม่ได้! ตอนนี้ยังคิดไกลถึงเพียงนั้นไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือรักษาสามีเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันภายหลัง
นางค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ให้เซี่ยฉางยวนอย่างระมัดระวัง ก่อนกระซิบเบา ๆ
“สามี ท่านวางใจเถิด ต่อไปข้าจะไม่ทำให้ท่านเสียใจอีกแล้ว”
นางคิดว่าเขาหลับไปแล้ว จึงไม่รู้เลยว่าใต้เปลือกตาที่ปิดสนิทนั้น เซี่ยฉางยวนยังคงตื่นอยู่
เขารับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของนาง รวมถึงสัมผัสแผ่วเบายามนางดึงผ้าห่มให้ด้วย
ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัว แต่ในใจกลับเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมาเล็กน้อย
เจียงเยว่หลี... เจ้ากำลังเล่นละครเรื่องใดอยู่กันแน่
กลางดึก เจียงเยว่หลีซึ่งหลับสนิทไปแล้วค่อย ๆ ขยับตัว เดิมทีนางนอนอยู่ด้านในสุดของเตียง แต่ไม่รู้ว่าเพราะความเคยชินหรือเพราะเตียงกว้างเกินไป นางจึงพลิกตัวเข้ามาใกล้เซี่ยฉางยวนทีละน้อย
จนกระทั่งศีรษะของนางมาหยุดอยู่บนต้นแขนของเขา เซี่ยฉางยวนลืมตาขึ้นทันที เขาก้มมองหญิงสาวที่นอนซุกอยู่ข้างกาย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“เจียงเยว่หลี”
ไม่มีเสียงตอบ
“เจียงเยว่หลี”
นางยังคงหลับสนิท เซี่ยฉางยวนถอนหายใจเบา ๆ เขายกมือขึ้นหมายจะขยับศีรษะของนางออก ทว่าทันใดนั้น หญิงสาวกลับยื่นมือมากอดแขนเขาเอาไว้แน่น พร้อมพึมพำออกมาอย่างเลือนราง
“ไม่หย่า...”
เซี่ยฉางยวนชะงัก
“...”
“สามี... ท่านอย่าไป...”
เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ข้าไม่หย่า...”
เซี่ยฉางยวนก้มมองใบหน้าของนาง ภายใต้แสงจันทร์ เขาเห็นว่าหัวคิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ราวกับกำลังฝันร้าย มือที่กอดแขนเขาเอาไว้ยิ่งกระชับแน่นขึ้น
เซี่ยฉางยวนเงียบไปนาน ก่อนจะค่อย ๆ วางมือลง เขาไม่ได้ผลักนางออกอีก เพียงนอนนิ่ง ปล่อยให้นางกอดแขนอยู่เช่นนั้น ในใจกลับเกิดคำถามใหม่ขึ้นมา
เหตุใดแม้แต่ในความฝัน เจ้าก็ยังพูดเรื่องไม่หย่า
หากเป็นการแสดงละคร... ก็ต้องยอมรับว่านางแสดงได้แนบเนียนอย่างยิ่ง
แต่หากไม่ใช่... เช่นนั้นเจียงเยว่หลีไปพบเจอสิ่งใดมา จึงทำให้นางหวาดกลัวการหย่าขาดถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ดูเหมือนเขาคงต้องจับตาดูภรรยาของตนให้มากขึ้นเสียแล้ว
ส่วนเจียงเยว่หลีที่กำลังหลับสนิทนั้น กลับไม่รู้เลยว่าในที่สุดตนเองก็สามารถทำให้ว่าที่ฮ่องเต้ผู้สุขุมเยือกเย็นหันกลับมาให้ความสนใจในตัวนางอีกครั้งได้สำเร็จ
อากาศสดชื่นยามเช้าและสายลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้เซี่ยฉางยวนค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ทว่าสิ่งแรกที่เขารับรู้กลับไม่ใช่ความเย็นของอากาศ แต่เป็นสัมผัสอบอุ่นนุ่มนิ่มจากร่างกายของใครบางคนที่กำลังทาบทับอยู่บนตัวเขา
เซี่ยฉางยวนก้มหน้าลงมอง ก่อนจะพบว่าเจียงเยว่หลีกำลังนอนกอดเอวเขาอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้างดงามซุกอยู่บริเวณหน้าท้อง ส่วนร่างกายช่วงบนของนางพาดทับอยู่บนร่างกายท่อนล่างของเขา ชายหนุ่มถึงกับทอดถอนหายใจออกมา
เมื่อคืนเขายอมให้นางนอนร่วมเตียงก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยินยอมให้นางใช้ร่างกายของเขาแทนหมอนข้างเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น พวงแก้มนุ่มนิ่มของนางยังขยับถูไถอยู่บริเวณหน้าท้องของเขาเป็นระยะ ทำให้เซี่ยฉางยวนต้องกลั้นลมหายใจ ก่อนรีบยื่นมือไปแตะหัวไหล่บอบบางของนางเบา ๆ
“เยว่หลี... เจียงเยว่หลี!”
เสียงเรียกของเขาทำให้หญิงสาวขยับศีรษะเล็กน้อย ทว่าแทนที่จะตื่นขึ้นมา นางกลับซุกใบหน้าเข้าหาหน้าท้องของเขามากกว่าเดิม
เซี่ยฉางยวนสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มใจไม่ให้ตนเองเผลอคว้าคอเสื้อของนางแล้วดึงนางออกไปให้พ้นตัว
“เจียงเยว่หลี เจ้ารีบลงไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอดกลั้นของเขาทำให้เจียงเยว่หลีค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในที่สุด
นางกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนก้มมองหน้าท้องแข็งแกร่งที่ตนเองกำลังใช้หนุนศีรษะ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่ยามนี้เต็มไปด้วยความอึดอัดคับข้องใจ
เจียงเยว่หลีขมวดคิ้วเล็กน้อย
อะไรกัน แค่กอดนิดกอดหน่อย เหตุใดต้องทำสีหน้าเหมือนข้าไปขุดสุสานบรรพบุรุษของเขาด้วย
