บทที่ 3 ชวนสามีนอนร่วมเตียง
คำพูดของเจียงเยว่หลีทำให้เจียงฉงซานหัวเราะออกมา
“เมื่อก่อนพ่อพูดเช่นนี้ เจ้ายังหาว่าพ่อแก่จนเลอะเลือน”
“ใครพูดกันเจ้าคะ”
“ก็เจ้านั่นแหละ!”
เจียงเยว่หลี “...”
นางกระแอมเบา ๆ
“เมื่อก่อนข้ายังเด็ก ไม่รู้ความ ท่านพ่ออย่าถือสาเลย”
เจียงฉงซานส่ายหน้าอย่างจนใจแต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับอ่อนโยนขึ้นมาก
“เอาเถิด หากเจ้าตั้งใจจะใช้ชีวิตกับฉางยวนจริง ๆ ก็ต้องปฏิบัติต่อเขาให้ดี อย่าเอาแต่ใจเหมือนที่ผ่านมา”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ!”
เจียงเยว่หลีตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“จริงสิ ท่านพ่อ”
“หืม”
“จากนี้ไปหากมีผู้ใดมาพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับสามีของข้า ท่านพ่ออย่าไปเชื่อเด็ดขาดนะเจ้าคะ”
เจียงฉงซานเลิกคิ้ว
“เหตุใดจึงพูดเช่นนี้”
“ก็เพราะ...”
นางยิ้มกว้าง
“สามีของข้าเก่งกาจที่สุดอย่างไรเล่า”
เจียงฉงซานหัวเราะจนไหล่สั่น
“ดูเจ้าเข้าสิ เพิ่งจะเปลี่ยนใจได้วันเดียว ก็เริ่มเข้าข้างสามีเสียแล้ว”
เจียงเยว่หลีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“แน่นอนสิเจ้าคะ สามีของข้า ข้าไม่เข้าข้างเขาแล้วจะให้ไปเข้าข้างผู้ใด?”
เจียงฉงซานส่ายหน้าอย่างขบขันแต่ในใจกลับรู้สึกโล่งอกไม่น้อย หากบุตรสาวคิดได้จริง ๆ เขาก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลอีกแล้ว
ยามค่ำคืนภายในห้องนอนของสองสามีภรรยา แสงเทียนส่องสว่างอ่อน ๆ เซี่ยฉางยวนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขาสวมชุดตัวในสีขาวสะอาด เส้นผมยาวสีดำปล่อยสยายอยู่ด้านหลัง รูปร่างสูงโปร่งและใบหน้าหล่อเหลาของเขายิ่งดูโดดเด่นภายใต้แสงเทียน
เจียงเยว่หลีนั่งอยู่บนเตียง เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา ดวงตาของนางก็เป็นประกาย ต้องยอมรับว่าบิดาของนางมีสายตาเฉียบคมจริง ๆ ถึงแม้จะยังไม่รู้ชาติกำเนิดของเซี่ยฉางยวน แต่เพียงรูปลักษณ์ของเขาก็เหนือกว่าคุณชายตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมากมายแล้ว
ชาติก่อนนางตาบอดไปได้อย่างไร สามีหน้าตาดีถึงเพียงนี้ นางกลับรังเกียจเขา เจียงเยว่หลีลอบถอนหายใจให้กับความโง่งมของตนเอง
หลังจากพูดคุยกับบิดาอยู่ครู่หนึ่งนางจึงได้เดินกลับไปเรือนพักของตนเอง ในห้องนอนของนางเซี่ยฉางยวนก็เดินไปหยุดอยู่ข้างตั่งไม้ใกล้หน้าต่าง ตั่งตัวนั้นไม่ใหญ่นัก แม้จะมีเบาะรองนุ่ม แต่สำหรับบุรุษรูปร่างสูงเช่นเขา ยามนอนจำเป็นต้องงอขาเล็กน้อย
ตั้งแต่คืนแรกหลังแต่งงาน เจียงเยว่หลีก็ไล่เขาไปนอนตรงนั้น เหตุผลของนางเรียบง่ายมาก ข้าไม่ต้องการนอนร่วมเตียงกับบุรุษที่ข้าไม่ได้รัก เซี่ยฉางยวนไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงย้ายหมอนและผ้าห่มไปยังตั่งไม้ จากนั้นก็นอนตรงนั้นมาตลอด
คืนนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มหยิบผ้าห่มขึ้นมา ก่อนเตรียมปูลงบนตั่ง ทว่าทันใดนั้น เสียงหวานใสก็ดังขึ้น
“สามี!”
มือของเซี่ยฉางยวนชะงักเขาหันกลับมามอง
“มีอะไรหรือ”
เจียงเยว่หลีตบที่นอนข้างกายสองสามครั้ง
“มานอนตรงนี้สิเจ้าคะ”
“...”
เซี่ยฉางยวนมองนางนิ่ง จากนั้นก็มองเตียง ก่อนหันกลับมามองนางอีกครั้ง
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
“ข้าบอกว่าให้ท่านมานอนบนเตียง”
เจียงเยว่หลีขยับตัวไปด้านในเล็กน้อย
“เตียงกว้างถึงเพียงนี้ ท่านจะไปนอนบนตั่งทำไม”
เซี่ยฉางยวนไม่ตอบ เขาเพียงมองสตรีบนเตียงด้วยสายตาลึกซึ้ง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“เจียงเยว่หลี”
“เจ้าคะ”
“เจ้าคิดว่าบนศีรษะของข้ายังเขียวไม่พอหรือ”
“...”
รอยยิ้มของเจียงเยว่หลีแข็งค้างทันที นางรู้ดีว่าเขากำลังหมายถึงเรื่องใด เมื่อเช้านางเพิ่งประกาศว่ามีบุรุษอื่น ทั้งยังอาจตั้งครรภ์ลูกของชายผู้นั้น ตกกลางคืนกลับชวนสามีมานอนร่วมเตียง หากเปลี่ยนเป็นนาง ก็คงสงสัยเช่นเดียวกัน
“สามี!”
เจียงเยว่หลีรีบลุกขึ้นนั่งตัวตรง
“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้าโกหก”
เซี่ยฉางยวนมองนาง
“เมื่อเช้าเจ้าพูดอย่างหนึ่ง ตกเย็นกลับพูดอีกอย่างหนึ่ง เจ้าคิดว่าข้าควรเชื่อคำพูดใดของเจ้าดี”
เจียงเยว่หลีอ้าปาก ก่อนหุบลงอย่างจนใจ คำถามนี้ตอบยากจริง ๆ เพราะหากเป็นนางก็คงไม่เชื่อตัวเองเช่นกัน
“ข้ารู้ว่าท่านไม่เชื่อ”
หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อนลง
“แต่ข้าสาบานได้ว่าข้าไม่เคยมีบุรุษอื่นจริง ๆ”
เซี่ยฉางยวนไม่พูดอะไร นางจึงพูดต่อ
“หากท่านยังไม่เชื่อ ข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
เจียงเยว่หลีเม้มริมฝีปาก ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่เรื่องหนึ่งที่ข้ายืนยันได้ก็คือ ข้าเป็นภรรยาของท่าน และจากนี้ไปข้าจะปฏิบัติต่อท่านให้ดี”
เซี่ยฉางยวนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง
“เพราะเหตุใดจู่ ๆ เจ้าจึงเปลี่ยนใจ”
เจียงเยว่หลีชะงัก
มาแล้ว! คำถามที่นางกลัวที่สุด
จะให้ตอบว่าอย่างไรดี เพราะข้ารู้ว่าท่านจะได้เป็นฮ่องเต้ เพราะข้ารู้ว่าท่านคือราชาโอสถ หรือเพราะข้ากลัวว่าหากหย่ากับท่านแล้ว ชาตินี้ข้ากับบิดาจะต้องตกหน้าผาตายอีกครั้ง
ไม่ได้!
หากพูดออกไป เซี่ยฉางยวนอาจคิดว่านางเสียสติจริง ๆ เจียงเยว่หลีกลอกตาไปมา ก่อนตัดสินใจใช้เหตุผลที่คิดว่าฟังดูน่าเชื่อถือที่สุด
“เพราะข้าเพิ่งค้นพบว่าท่านหน้าตาดีมาก”
เซี่ยฉางยวน “...”
“จริง ๆ นะ!”
นางรีบกล่าวเสริม
“เมื่อก่อนข้ามัวแต่โกรธท่านพ่อที่บังคับให้แต่งงาน จึงไม่เคยมองท่านให้ดี แต่วันนี้ข้าลองมองอย่างตั้งใจแล้ว พบว่าท่านหล่อเหลายิ่งกว่าบุรุษทุกคนที่ข้าเคยพบ!”
เซี่ยฉางยวนมองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เพียงเท่านี้”
“แน่นอนว่ายังมีอย่างอื่น ท่านเฉลียวฉลาด”
“...”
“ท่านสุขุม”
“...”
“ท่านมีความสามารถ”
“...”
“และที่สำคัญที่สุด ท่านเป็นสามีของข้า”
เจียงเยว่หลีตบหน้าอกตนเองเบา ๆ
“ข้าเป็นคนรักความสวยงามอยู่แล้ว สามีหน้าตาดีถึงเพียงนี้ หากข้าปล่อยให้หลุดมือไป มิใช่ว่าข้าโง่งมหรอกหรือ”
เซี่ยฉางยวนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น
“เจ้าเพิ่งรู้ตัวหรือว่าตนเองโง่งม”
“...”
เจียงเยว่หลีแทบสำลักน้ำลาย
บุรุษผู้นี้!
เหตุใดคำพูดของเขาจึงทำให้คนโมโหได้ง่ายถึงเพียงนี้แต่นางจะโกรธไม่ได้
เด็ดขาด!
เจียงเยว่หลีกัดฟันยิ้ม
“ใช่แล้ว ข้าเพิ่งรู้ตัว”
เซี่ยฉางยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยดูเหมือนวันนี้นางจะอดทนเก่งกว่าที่เขาคิด หากเป็นเมื่อก่อน เพียงเขาพูดกระทบกระเทียบเช่นนี้ นางคงปาหมอนใส่เขาไปแล้ว แต่คืนนี้กลับยิ้มรับ ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก ชายหนุ่มมองผ้าห่มในมือ ก่อนหันไปมองเตียงกว้าง
“เจ้าต้องการให้ข้านอนบนเตียงจริง ๆ หรือ”
“จริงสิเจ้าคะ”
เจียงเยว่หลีรีบพยักหน้า
“เช่นนั้นหากวันพรุ่งนี้เจ้าเปลี่ยนใจอีกเล่า”
“ไม่มีทาง!”
“หากเจ้ากล่าวหาว่าข้าล่วงเกินเจ้า”
“ข้าไม่ทำ!”
“หากเจ้าบอกว่าข้าฉวยโอกาสยามเจ้าไม่ทันระวัง”
“ไม่มีทางเด็ดขาด!”
เซี่ยฉางยวนมองนางนิ่งเจียงเยว่หลีเริ่มหมดความอดทน
“สามี!”
นางตบที่นอนอีกครั้ง
“ข้าเป็นคนชวนท่านขึ้นมานอนเอง หากมีเรื่องใดเกิดขึ้น ข้าจะไม่โทษท่านแม้แต่คำเดียว”
สิ้นเสียงนั้น ห้องทั้งห้องก็เงียบลง เซี่ยฉางยวนหรี่ตาเล็กน้อย เจียงเยว่หลีเพิ่งตระหนักได้ว่าคำพูดของตนฟังดูคลุมเครือเพียงใด ใบหน้างดงามพลันแดงระเรื่อ
“ข้า...ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“แล้วเจ้าหมายความเช่นใด”
“ข้าหมายความว่า...”
นางอึกอักก่อนกัดฟันกล่าว
“ท่านอยากเข้าใจอย่างไรก็เข้าใจไปเถิด”
เซี่ยฉางยวนมองใบหน้าแดงก่ำของนาง มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อยอย่างแทบสังเกตไม่เห็น จากนั้นชายหนุ่มก็วางผ้าห่มลงบนเตียง เจียงเยว่หลีเบิกตากว้าง
“ท่านยอมแล้วหรือ”
“ในเมื่อเจ้าพูดถึงเพียงนี้ หากข้ายังปฏิเสธ เกรงว่าจะกลายเป็นคนไม่รู้จักถนอมน้ำใจภรรยา”
เจียงเยว่หลีดีใจจนแทบกระโดด
“เช่นนั้นท่านนอนด้านนอก ข้าจะนอนด้านใน”
นางรีบขยับตัวเข้าไปด้านในสุดก่อนตบที่นอนข้างกายอย่างกระตือรือร้น เซี่ยฉางยวนมองท่าทางของนาง ความสงสัยในใจยิ่งเพิ่มขึ้น แต่เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก เพียงดับเทียนบางส่วน ก่อนขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างสงบ เตียงหลังนี้กว้างขวางมาก
แม้ทั้งสองจะนอนร่วมกัน แต่ก็ยังมีระยะห่างมากพอ เจียงเยว่หลีนอนตะแคงหันมาทางเขา ส่วนเซี่ยฉางยวนนอนหงาย หลับตาลงอย่างเงียบ ๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงหวานใสก็ดังขึ้น
“สามี”
“อืม”
“ท่านนอนสบายหรือไม่”
“สบาย”
“หนาวหรือไม่”
“ไม่หนาว”
“หมอนสูงเกินไปหรือเปล่า”
“ไม่”
“ผ้าห่มบางไปหรือไม่”
เซี่ยฉางยวนลืมตาขึ้น
“เจียงเยว่หลี”
“เจ้าคะ”
“เจ้าคิดจะทำให้ข้านอนไม่หลับใช่หรือไม่”
“...”
เจียงเยว่หลีรีบหุบปากในทันที
“ข้าไม่พูดแล้ว!”
