บทที่ 5 สามี! เหตุใดต้องพกมีดสั้นนอนด้วย
หญิงสาวหาวออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนขยับตัวอย่างเกียจคร้าน ทว่าทันใดนั้น นางกลับรู้สึกว่าบริเวณหน้าอกของตนเองสัมผัสถูกวัตถุบางอย่างที่แข็งและนูนขึ้นมาอย่างผิดปกติ
เจียงเยว่หลีชะงักก่อนรีบยันกายลุกขึ้น แล้วจ้องมองเซี่ยฉางยวนด้วยสายตากล่าวหา
“ก็แค่นอนกอดหน้าท้องของท่าน เหตุใดต้องทำสีหน้ารังเกียจข้าถึงเพียงนั้นด้วย”
เซี่ยฉางยวนเม้มริมฝีปากแน่น เขายังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด เจียงเยว่หลีก็เอ่ยขึ้นมาอีก
“แต่จะว่าไป แค่นอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับข้า ท่านถึงกับต้องพกมีดสั้นมานอนด้วยเชียวหรือ”
“...”
เซี่ยฉางยวนถึงกับชะงักงัน เจียงเยว่หลีกลับไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเขา นางเพียงนึกถึงสัมผัสแข็ง ๆ เมื่อครู่ ก่อนยื่นมือลงไปหมายจะค้นหาสิ่งที่ตนเข้าใจว่าเป็นมีดสั้น ทว่าเซี่ยฉางยวนกลับขยับตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมคว้าข้อมือของนางเอาไว้ทันที
“เจ้าจะทำอะไร!”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจของเขาทำให้เจียงเยว่หลีเลิกคิ้วขึ้น
“ข้าก็จะหามีดสั้นด้ามนั้นน่ะสิ เมื่อครู่มีดสั้นของท่านมันทิ่มหน้าอกข้าพอดี”
“ข้าไม่ได้พกมีดสั้น!”
เซี่ยฉางยวนตอบกลับทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาแดงก่ำขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม เจียงเยว่หลีเอียงศีรษะมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“แต่เมื่อครู่ข้าคิดว่าใช่นะ”
นางกล่าวพลางนึกถึงฐานะที่เขาซุกซ่อนเอาไว้ ก่อนจะพลันเข้าใจขึ้นมาเอง
ช่างเถิด! เขามีสายเลือดของราชวงศ์ จะพกมีดสั้นติดตัวเวลานอนด้วยก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ถึงอย่างไรคนในราชวงศ์ก็มีศัตรูมากมาย การระมัดระวังตัวเอาไว้ย่อมเป็นเรื่องดี
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เจียงเยว่หลีก็เลิกสนใจเรื่องมีดสั้นทันที
“ไม่ได้พกก็ไม่ได้พกสิ! เหตุใดต้องขึ้นเสียงใส่ข้าด้วย”
นางกล่าวอย่างไม่พอใจ พลางพยายามดึงมือของตนเองออกจากการเกาะกุมของเขา
ทว่าเซี่ยฉางยวนกลับยังไม่ยอมปล่อยมือในทันที เขาจ้องมองใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองของภรรยา ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง
เจียงเยว่หลี...
เจ้านี่มันช่าง...
ชายหนุ่มหลับตาลงชั่วครู่ ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะอธิบาย
ส่วนเจียงเยว่หลีกลับยังคงทำหน้าบึ้งตึง ในใจนึกตำหนิสามีอย่างไม่สบอารมณ์
ข้าอุตส่าห์ยอมลดศักดิ์ศรีมาเอาอกเอาใจท่านถึงเพียงนี้ แค่จะขอดูมีดสั้นสักหน่อยก็ไม่ได้ ช่างขี้หวงเสียจริง
หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายบนเตียงนอนเมื่อเช้า เจียงเยว่หลีก็อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนนั่งรับประทานอาหารเช้าอย่างอารมณ์ดี
บนโต๊ะมีโจ๊กข้าวหอมกรุ่น ซาลาเปาไส้หมู และเครื่องเคียงอีกหลายอย่าง ล้วนเป็นอาหารที่ห้องครัวจัดเตรียมไว้ให้ตามปกติ
เจียงเยว่หลีคีบผักดองเข้าปาก ก่อนหันไปถามสาวใช้คนสนิท
“ชิงถง สามีของข้าไปไหนแล้ว”
ชิงถงที่กำลังรินชาให้ผู้เป็นนายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างนอบน้อม
“เรียนคุณหนู ท่านเขยรับประทานอาหารเช้าไปก่อนแล้วเจ้าค่ะ ยามนี้น่าจะอยู่ในห้องหนังสือ”
“อยู่ในห้องหนังสืออีกแล้วหรือ”
เจียงเยว่หลีขมวดคิ้วเล็กน้อยตั้งแต่ตื่นนอนมา นางยังไม่ทันได้พูดจาดี ๆ กับเขาสักกี่คำ เซี่ยฉางยวนก็หลบเข้าห้องหนังสือไปเสียแล้ว
หรือเขายังโกรธนางเรื่องเมื่อเช้า แต่จะว่าไป นางก็ไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเสียหน่อย แค่เผลอนอนกอดหน้าท้องเขาเท่านั้นเอง สามีภรรยานอนร่วมเตียงกัน การกอดกันบ้างมิใช่เรื่องปกติหรอกหรือ
ส่วนเรื่องมีดสั้นนั่น... เจียงเยว่หลีหยุดเคี้ยวอาหารไปครู่หนึ่ง นางจำได้ว่าตอนที่พูดถึงมีดสั้น เซี่ยฉางยวนมีสีหน้าประหลาดอย่างยิ่ง ทั้งยังรีบปฏิเสธว่าไม่ได้พกเอาไว้ แต่เห็นได้ชัดว่านางสัมผัสถูกสิ่งของแข็ง ๆ จริง ๆ หรือเขาจะกลัวว่าข้าจะเอามีดสั้นของเขาไปทิ้ง
เมื่อคิดถึงนิสัยเอาแต่ใจของตนเองในอดีต เจียงเยว่หลีก็รู้สึกว่าความเป็นไปได้นี้มีอยู่ไม่น้อย ที่ผ่านมา หากนางไม่ชอบสิ่งใดก็มักจะสั่งให้คนเอาไปทิ้งโดยไม่สนใจว่าเป็นของผู้ใด
บางทีเซี่ยฉางยวนอาจกลัวว่านางจะทำเช่นนั้นกับมีดสั้นของเขาก็เป็นได้ เมื่อคิดได้เช่นนี้ ดวงตาของเจียงเยว่หลีก็พลันเป็นประกาย นางรู้แล้วว่าจะเอาใจสามีอย่างไรดี
“ชิงถง!”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
“เจ้าจำได้หรือไม่ว่าในหอสมบัติของท่านพ่อมีมีดสั้นประดับอัญมณีอยู่หลายด้าม”
ชิงถงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“จำได้เจ้าค่ะ เมื่อหลายปีก่อนนายท่านเคยได้มีดสั้นล้ำค่ามาจากพ่อค้าต่างแคว้นหลายด้าม บางด้ามฝังอัญมณี บางด้ามมีฝักทำจากทองคำและเงิน แต่บ่าวไม่ทราบว่ายามนี้ยังเก็บอยู่ในหอสมบัติหรือไม่”
“ดี!”
เจียงเยว่หลีวางตะเกียบลงทันที
“เจ้าพาคนไปดู หากยังอยู่ก็เลือกด้ามที่งดงามและคมกริบที่สุดมาให้ข้าสักสามสี่ด้าม”
ชิงถงเบิกตากว้าง
“คุณหนูจะเอามีดสั้นไปทำอะไรหรือเจ้าคะ”
“เอาไปให้สามีของข้าอย่างไรเล่า”
“ท่านเขยหรือเจ้าคะ”
“ใช่แล้ว!”
เจียงเยว่หลียิ้มกว้าง
“ในเมื่อเขาชอบพกมีดสั้น ข้าก็จะมอบมีดสั้นที่ดีที่สุดให้เขา วันหน้าเขาจะได้ไม่ต้องแอบซ่อนเอาไว้อีก”
ชิงถงมองผู้เป็นนายด้วยความประหลาดใจ เมื่อก่อนคุณหนูไม่เคยสนใจว่าท่านเขยชอบสิ่งใด แต่ยามนี้กลับถึงขั้นคิดจะนำสมบัติล้ำค่ามามอบให้เขาเป็นของขวัญ ดูเหมือนคุณหนูของนางจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
“บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
“ช้าก่อน!”
เจียงเยว่หลีเรียกสาวใช้เอาไว้
“อย่าลืมเลือกด้ามที่คมที่สุดมาด้วยเล่า”
“เจ้าค่ะ!”
เมื่อชิงถงออกไปแล้ว เจียงเยว่หลีก็หยิบตะเกียบขึ้นมารับประทานอาหารต่อด้วยความสบายใจ นางรู้สึกว่าตนเองช่างเป็นภรรยาที่รู้จักเอาอกเอาใจสามียิ่งนัก หากเซี่ยฉางยวนยังไม่พอใจอีก นางก็คงไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว
ขณะเดียวกัน ภายในห้องหนังสือของเซี่ยฉางยวน ชายหนุ่มกำลังนั่งอ่านตำราแพทย์อยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์ บนโต๊ะมีตำราหลายเล่มวางซ้อนกัน ข้างกายเป็นถ้วยชาที่เริ่มเย็นชืด
แม้สายตาของเขาจะจับจ้องอยู่บนหน้ากระดาษ แต่ความคิดกลับล่องลอยไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าอย่างห้ามไม่อยู่
มีดสั้น...
เมื่อนึกถึงคำพูดของเจียงเยว่หลี มุมปากของเซี่ยฉางยวนก็กระตุกเล็กน้อยเขาวางตำราลง ก่อนยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วอย่างจนใจ
สตรีผู้นั้น...
เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี เมื่อเช้านางถึงกับเข้าใจปฏิกิริยาตามธรรมชาติของบุรุษว่าเป็นมีดสั้นที่เขาซุกซ่อนเอาไว้
ยิ่งไปกว่านั้น ยังพยายามจะยื่นมือมาค้นหาอีกด้วย หากเขาไม่รีบจับมือนางเอาไว้ เกรงว่าเรื่องราวคงจะวุ่นวายมากกว่านั้น
เซี่ยฉางยวนถอนหายใจออกมาเบา ๆ ทว่าเมื่อนึกถึงท่าทางไร้เดียงสาของนาง ความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับอยู่ในใจมาตั้งแต่เมื่อวานกลับค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เมื่อวานเจียงเยว่หลียืนยันว่าตนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษอื่นแล้ว ทั้งยังอาจตั้งครรภ์บุตรของชายผู้นั้น แม้ภายหลังนางจะยอมรับว่าโกหก แต่เขาก็ยังไม่อาจเชื่อได้อย่างสนิทใจ
ทว่าเหตุการณ์เมื่อเช้ากลับทำให้เขาเริ่มมั่นใจขึ้นมาหลายส่วน เจียงเยว่หลีเติบโตมาในจวนตระกูลเจียง ได้รับการทะนุถนอมราวกับไข่มุกล้ำค่า แม้นางจะเอาแต่ใจและปากร้าย แต่เรื่องระหว่างบุรุษกับสตรีกลับดูเหมือนจะไม่ประสีประสาเอาเสียเลย
หากนางเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษอื่นจริง เหตุใดจึงไม่รู้แม้กระทั่งเรื่องพื้นฐานเช่นนี้ ดูเหมือนคำพูดเมื่อวานจะเป็นเรื่องโกหกจริง ๆ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เซี่ยฉางยวนก็รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด แม้เขาจะไม่ได้มีความรักลึกซึ้งต่อเจียงเยว่หลี แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นภรรยาที่แต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม หากนางมีบุรุษอื่นจริง ย่อมเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างร้ายแรง โชคดีที่ดูเหมือนเรื่องทั้งหมดจะเป็นเพียงคำโกหกที่นางสร้างขึ้นเพื่อบีบบังคับให้เขาหย่า
อย่างไรก็ตาม... เซี่ยฉางยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย เรื่องที่นางเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันก็ยังคงน่าสงสัยอยู่ดี
เมื่อวานยังร้องไห้โวยวายจะหย่าให้ได้ วันนี้กลับตามเอาอกเอาใจเขาไม่ห่าง กระทั่งยอมให้เขากลับมานอนร่วมเตียงด้วย หากบอกว่าไม่มีเหตุผลอื่นแอบแฝง เขาย่อมไม่เชื่อ แต่ในเมื่อเจียงเยว่หลีไม่ยอมพูด เขาก็ไม่จำเป็นต้องเร่งร้อน อย่างไรเสีย เขามีเวลามากพอที่จะค่อย ๆ สังเกตนาง
เซี่ยฉางยวนหยิบตำราแพทย์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มุมปากของเขากลับยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
มีดสั้นอย่างนั้นหรือ ช่างเป็นสตรีที่ชวนให้คนปวดศีรษะเสียจริง
