บทที่ 2 สายตาของท่านพ่อดีที่สุด
นับตั้งแต่เจียงเยว่หลีฉีกหนังสือหย่าทิ้งต่อหน้าบิดาและสามี บรรยากาศภายในจวนตระกูลเจียงก็เปลี่ยนไปอย่างประหลาด โดยเฉพาะเรือนพักของคุณหนูใหญ่ เมื่อก่อนเจียงเยว่หลีมักจะหาเรื่องสามีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ขอเพียงมีโอกาสนางก็พร้อมจะต่อว่าเขาสักสองสามประโยค
แต่วันนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“สามี ท่านดื่มชาหรือไม่”
“...”
“สามี ท่านหิวหรือยัง”
“...”
“สามี ข้าให้คนไปเตรียมขนมที่ท่านชอบมาให้ดีหรือไม่”
เซี่ยฉางยวนวางตำราในมือลงช้า ๆ ก่อนเงยหน้ามองสตรีที่นั่งอยู่ตรงข้าม นับตั้งแต่กลับมาถึงเรือน นางก็เดินตามเขาไม่ห่าง เขาเดินไปทางซ้าย นางก็เดินตามไปทางซ้าย เขาเดินไปทางขวา นางก็เดินตามไปทางขวา กระทั่งเขาเข้าไปในห้องหนังสือ นางก็ยังตามเข้ามาด้วย
หากไม่ใช่เพราะรู้จักนิสัยของเจียงเยว่หลีเป็นอย่างดี เขาคงคิดว่าตนเองแต่งงานกับสตรีผู้มีนิสัยอ่อนหวานและเอาใจใส่สามีเป็นอย่างยิ่ง น่าเสียดายที่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้น
“เจียงเยว่หลี”
“เจ้าคะ!”
หญิงสาวขานรับอย่างกระตือรือร้น เซี่ยฉางยวนมองนางนิ่ง
“เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่”
“ข้าหรือ”
“อืม”
เจียงเยว่หลีกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนเผยรอยยิ้มหวานหยด
“ข้าก็แค่อยากดูแลท่านให้ดี”
“...”
“เมื่อก่อนข้าไม่รู้ความ ทำให้ท่านต้องลำบากใจอยู่บ่อยครั้ง แต่จากนี้ไปข้าจะเป็นภรรยาที่ดีอย่างแน่นอน”
เซี่ยฉางยวนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง
“เจ้าป่วยหรือ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงเยว่หลีแข็งค้าง
“ข้าไม่ได้ป่วย!”
“เช่นนั้นศีรษะได้รับบาดเจ็บใช่ไหม”
“ไม่ได้รับบาดเจ็บ!”
“หรือเมื่อเช้าเจ้ากินสิ่งใดผิดสำแดงมาหรือ”
“เซี่ยฉางยวน!”
เจียงเยว่หลีเผลอขึ้นเสียงตามความเคยชิน ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“อ้อ ในที่สุดก็กลับมาเป็นปกติแล้ว”
“...”
เจียงเยว่หลีแทบกระอักเลือด
บุรุษผู้นี้! นางอุตส่าห์พูดจาไพเราะกับเขา แต่เขากลับสงสัยว่านางเสียสติไปแล้ว
หากเป็นเมื่อก่อนนางคงปาถ้วยชาใส่เขาไปแล้ว ทว่าเมื่อนึกถึงฉลองพระองค์ลายมังกรสีดำที่เขาจะสวมในอนาคต ความโกรธทั้งหมดก็พลันมลายหายไปในพริบตา
ไม่ได้! จะทำเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด บุรุษตรงหน้าคือว่าที่ฮ่องเต้ เขาคือผู้ที่จะครองใต้หล้าในอนาคต ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เขายังเป็นสามีของนาง
เจียงเยว่หลีสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนคลี่ยิ้มอีกครั้ง
“สามี ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงเป็นห่วงท่านเท่านั้น”
เซี่ยฉางยวนมองรอยยิ้มของนาง เขาไม่ตอบ แต่ในใจกลับเพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกหลายส่วน เจียงเยว่หลีเป็นสตรีเช่นไร เขาย่อมรู้ดีที่สุด
นางหยิ่งทะนง เอาแต่ใจ และเกลียดชังการแต่งงานครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น ที่ผ่านมาเขาอดทนต่อนิสัยของนาง เพราะเห็นแก่บุญคุณที่เจียงฉงซานเคยช่วยเหลือเขา อีกทั้งการแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่เขายอมรับด้วยตนเอง
แต่การอดทนไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้นางเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้ตลอดไป โดยเฉพาะคำพูดที่นางกล่าวออกมาในวันนี้
ข้ามีบุรุษอื่นแล้ว บางทีในท้องของข้าอาจมีลูกของเขา
แม้นางจะรีบปฏิเสธภายหลัง แต่คำพูดเหล่านั้นใช่ว่าจะลบเลือนออกไปได้ง่าย ๆ เขาไม่เชื่อว่าสตรีคนหนึ่งจะเปลี่ยนใจได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นางกำลังวางแผนบางอย่าง ส่วนจะเป็นแผนการใดนั้น เขายังไม่อาจคาดเดา
“หากเจ้าไม่มีเรื่องอื่น ก็ออกไปเถิด ข้าต้องการอ่านตำรา”
เจียงเยว่หลีรีบพยักหน้า
“ได้ ๆ ท่านอ่านเถิด ข้าจะไม่รบกวน”
เซี่ยฉางยวนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนหยิบตำราขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผ่านไปเพียงครู่เดียว เขาก็พบว่าหญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
“เหตุใดเจ้ายังไม่ไปอีก”
“ข้าไม่ได้รบกวนท่านนี่”
“...”
“ท่านอ่านตำราไปเถิด ข้าจะนั่งเป็นเพื่อน”
เซี่ยฉางยวน “...”
เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจไม่พูดอะไรอีก ในเมื่อเจียงเยว่หลีอยากนั่งก็ปล่อยให้นางนั่งไป เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่านางจะอดทนได้นานเพียงใด
ทว่าผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม เจียงเยว่หลีก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่เพียงไม่โวยวาย นางยังคอยเติมชาให้เขาเป็นระยะ เซี่ยฉางยวนพลิกหน้าตำราอย่างสงบนิ่ง แต่ความสงสัยในใจกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดูเหมือนครั้งนี้ภรรยาของเขาจะเตรียมตัวมาอย่างดีทีเดียว
ตกเย็น เจียงเยว่หลีสั่งให้สาวใช้ยกอาหารเข้ามาในเรือน อาหารบนโต๊ะมีทั้งปลานึ่งน้ำขิง ไก่ตุ๋นเห็ดหอม ผัดผักตามฤดูกาล และน้ำแกงกระดูกหมู ล้วนเป็นอาหารที่เซี่ยฉางยวนเคยรับประทานโดยไม่เลือกมากนัก แต่เจียงเยว่หลีกลับจำได้ว่าเขาชอบอาหารรสไม่จัด
ความจริงนางไม่ได้รู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก ชาติก่อนหลังจากหย่าขาดกันไปแล้ว นางเคยได้ยินคนพูดถึงความเป็นอยู่ขององค์ชายผู้เป็นราชาโอสถอยู่หลายครั้ง แม้จะมีฐานะสูงส่ง แต่เขากลับใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่โปรดอาหารรสจัด และไม่ชอบความฟุ่มเฟือย
เมื่อก่อนนางไม่เคยใส่ใจแต่ชาตินี้ข้อมูลเหล่านั้นกลับมีประโยชน์อย่างยิ่ง
“สามี ลองชิมปลานึ่งจานนี้สิ ท่านชอบปลามิใช่หรือ”
เจียงเยว่หลีคีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งใส่ถ้วยของเขา เซี่ยฉางยวนมองเนื้อปลาในถ้วยแล้วจึงได้เอ่ยปากถามนาง
“เจ้ารู้ด้วยหรือว่าข้าชอบกินปลา”
มือของเจียงเยว่หลีชะงักไปครู่หนึ่ง นางลืมไปเลยว่าทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้ตนเองไม่เคยสนใจเรื่องอาหารการกินของเขาเลย
“ก็...”
หญิงสาวกลอกตาอย่างรวดเร็ว
“ข้าเป็นภรรยาของท่าน ย่อมต้องสังเกตอยู่บ้าง”
“เช่นนั้นหรือ”
“แน่นอน!”
เซี่ยฉางยวนคีบเนื้อปลาขึ้นมารับประทาน เจียงเยว่หลีมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง
“อร่อยหรือไม่”
“ใช้ได้”
“เช่นนั้นกินเพิ่มอีกหน่อย”
นางคีบปลาให้อีกชิ้นตามด้วยเนื้อไก่ จากนั้นก็เป็นผัก ไม่นานถ้วยข้าวของเซี่ยฉางยวนก็เต็มจนแทบล้น ชายหนุ่มก้มมองอาหารในถ้วย ก่อนเงยหน้าขึ้น
“เยว่หลี”
“เจ้าคะ”
“เจ้าคิดจะให้ข้ากินจนตาย แล้วเจ้าจะได้เป็นอิสระหรือ”
“...”
เจียงเยว่หลีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบส่ายหน้า
“ข้าแค่เพียงกลัวท่านกินไม่อิ่ม”
เซี่ยฉางยวนมองนางด้วยสายตาอ่านไม่ออก
“ข้ากินเองได้”
“ได้ ๆ เช่นนั้นท่านกินเอง”
หญิงสาวรีบวางตะเกียบลง ทว่าเพียงครู่เดียว นางก็ยื่นมือไปตักน้ำแกงให้เขาอีกถ้วย
เซี่ยฉางยวน “...”
เขาเริ่มสงสัยแล้วว่านางคิดจะใช้วิธีทำให้เขาอิ่มจนขยับตัวไม่ได้จริง ๆ
หลังอาหารเย็น เจียงเยว่หลีเดินไปยังเรือนหลักเพื่อพบบิดา เจียงฉงซานกำลังนั่งอ่านบัญชีอยู่ในห้องหนังสือ เมื่อเห็นบุตรสาวเดินเข้ามา เขาก็วางสมุดบัญชีลงทันที
“หลีเอ๋อร์”
“ท่านพ่อ!”
หญิงสาวเดินเข้าไปหา ก่อนนั่งลงข้างกายบิดาอย่างสนิทสนม เจียงฉงซานมองนางด้วยสีหน้าซับซ้อน
“วันนี้เจ้าเป็นอะไรไปกันแน่”
“ข้าเป็นอะไรหรือเจ้าคะ”
“ยังจะถามอีก!”
เขาถอนหายใจ
“เมื่อเช้าเจ้าร้องไห้โวยวายจะหย่ากับฉางยวนให้ได้ แต่พริบตาเดียวกลับฉีกหนังสือหย่าทิ้ง ทั้งยังประกาศว่าจะไม่มีวันหย่ากับเขา”
เจียงเยว่หลียิ้มแห้ง
“ข้าคิดได้แล้วนี่เจ้าคะ”
“คิดได้หรือ”
“ใช่แล้ว!”
นางพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ท่านพ่อ ข้าเพิ่งเข้าใจว่าท่านหวังดีกับข้ามากเพียงใด”
เจียงฉงซานชะงัก เจียงเยว่หลีจับมือบิดาเอาไว้ เมื่อมองใบหน้าที่แม้จะมีริ้วรอยตามวัย แต่ยังคงเปี่ยมด้วยความรักและความห่วงใย นางก็รู้สึกเจ็บแปลบในอก
ชาติก่อนบิดาต้องมาตายเพราะนาง ทั้งที่เขาไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเลย เขาเพียงรักบุตรสาวมากเกินไป ยอมตามใจนางทุกอย่าง กระทั่งตอนที่นางดื้อดึงจะหย่ากับเซี่ยฉางยวน เขาก็ยังพยายามห้ามปรามด้วยความหวังดีแต่นางกลับไม่เคยฟัง
“ท่านพ่อ”
เสียงของเจียงเยว่หลีอ่อนลง
“ที่ผ่านมาเป็นข้าที่ไม่รู้ความ ทำให้ท่านต้องเป็นห่วงอยู่เสมอ”
เจียงฉงซานมองบุตรสาวอย่างตกตะลึง
“หลีเอ๋อร์...”
“จากนี้ไปข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องลำบากใจอีกแล้ว”
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าจะอยู่กับเซี่ยฉางยวนให้ดี จะไม่หาเรื่องเขาอีก และจะไม่พูดเรื่องหย่าอีกเด็ดขาด”
เจียงฉงซานเงียบไปนานก่อนยกมือลูบศีรษะบุตรสาวเบา ๆ
“หากเจ้าคิดได้จริง ๆ พ่อก็ดีใจ”
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ฉางยวนเป็นเด็กดี แม้ฐานะจะไม่สูงส่ง แต่เขาเฉลียวฉลาด มีความสามารถ และรู้จักบุญคุณคน พ่อเชื่อว่าเขาจะต้องมีอนาคตที่ดี”
เจียงเยว่หลีพยักหน้ารัว ๆ
ดีแน่นอน! ดีเสียจนคนทั้งแผ่นดินต้องคุกเข่าต่อหน้าเขาเลยทีเดียว
“ท่านพ่อสายตาของท่านเฉียบคมที่สุดแล้วเจ้าค่ะ”
