บทที่ 4 สังหารคนตระกูลเจียง
หลังจากพบร่างของเว่ยจิ่นซูที่ชายป่า เผยหานโจวไม่ได้พานางกลับจวนตระกูลเผยในทันที
เขาอุ้มร่างไร้วิญญาณของนางขึ้นมาด้วยตนเอง ใช้เสื้อคลุมสีดำห่อร่างอันเย็นชืดเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะพากลับไปยังจวนจิ้งอันโหว
ตลอดทางไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปาก เหล่าองครักษ์ที่ติดตามเผยหานโจวมาหลายปีล้วนมองออกว่า ยามนี้นายเหนือหัวของพวกเขากำลังอยู่ในอารมณ์ที่อันตรายเพียงใด
สีหน้าของเขาสงบนิ่ง ไม่ตะโกน ไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยว แต่ยิ่งสงบนิ่งมากเท่าใด กลับยิ่งทำให้ผู้คนหวาดหวั่นมากขึ้นเท่านั้น
เสี่ยวเฮยเดินตามมาอย่างไม่ยอมห่าง ส่วนดวงวิญญาณของเว่ยจิ่นซูก็ล่องลอยติดตามพวกเขากลับไปเช่นกัน
นางมองเผยหานโจวที่ยังคงโอบอุ้มร่างของตนเองเอาไว้ตลอดทาง ความรู้สึกในใจซับซ้อนจนไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไร
นางยังไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริง ๆ เหตุใดเขาจึงเสียใจต่อการจากไปของนางมากถึงเพียงนี้
ทั้งที่หลายปีที่ผ่านมา เขาแทบไม่เคยมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนเลยสักครั้ง แต่ยามนี้กลับไม่ยอมแม้กระทั่งให้คนอื่นแตะต้องร่างของนาง ยิ่งคิด นางก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อขบวนของเผยหานโจวเดินทางกลับถึงจวนจิ้งอันโหว ประตูใหญ่ของจวนถูกปิดล้อมเอาไว้แล้ว ทหารในชุดเกราะยืนเรียงรายอยู่เต็มถนน คบเพลิงนับร้อยส่องสว่างราวกับกลางวัน
ทันทีที่คนในจวนเห็นเผยหานโจวอุ้มร่างของเว่ยจิ่นซูกลับมา สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปในทันที
โดยเฉพาะเจียงจื่อเหยียน ชายหนุ่มที่ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าตนเองจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ถึงกับหน้าซีดเผือด เขาคงคาดไม่ถึงว่าเผยหานโจวจะหาร่างของนางพบเร็วถึงเพียงนี้ และคงยิ่งคาดไม่ถึงว่า... เผยหานโจวจะนำศพของนางกลับมาถึงหน้าจวนด้วยตนเอง
“ท่านผู้สำเร็จราชการ...”
เจียงจื่อเหยียนยังพูดไม่ทันจบก็ถูกองครักษ์สองนายเข้าจับกุม ตุบ! เขาถูกกดให้คุกเข่าลงบนพื้นอย่างแรง ข้างกายของเขาคือเวินหลันที่ร้องไห้ฟูมฟายจนแทบเสียสติ
“ปล่อยข้านะ! พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร! ท่านพี่! ช่วยข้าด้วย!”
ไม่มีผู้ใดสนใจเสียงของนาง เผยหานโจวเดินเข้ามาช้า ๆ ในอ้อมแขนยังคงอุ้มร่างไร้ลมหายใจของเว่ยจิ่นซูอยู่
เมื่อเจียงจื่อเหยียนเห็นใบหน้าของภรรยาที่ตนเองสั่งให้นำไปทิ้ง สีหน้าก็แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบแก้ตัว
“ท่านผู้สำเร็จราชการ เรื่องนี้มีความเข้าใจผิด...”
“เข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ”
เผยหานโจวถามกลับ น้ำเสียงเบามาก แต่กลับทำให้ทั้งลานเงียบสงัด เขาก้มมองร่างในอ้อมแขนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้น สายตาที่มองเจียงจื่อเหยียนไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย
“เส้นเอ็นข้อมือและเส้นเอ็นข้อเท้าของนางถูกตัด ร่างกายเต็มไปด้วยรอยลงทัณฑ์ ในร่างน่าจะมียาพิษ แถมศพยังถูกนำไปโยนทิ้งชายป่า”
แต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาทำให้สีหน้าของเจียงจื่อเหยียนซีดลงทีละน้อย
“เจ้ายังจะบอกข้าว่าเป็นความเข้าใจผิดอีกหรือ”
“ข้า...”
เจียงจื่อเหยียนอ้าปาก แต่กลับไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมา
เผยหานโจวไม่ได้ให้โอกาสเขาแก้ตัวอีก เขาหันไปทางทหารที่ยืนอยู่รอบลาน ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนได้ยิน
“ซื่อจื่อจวนจิ้งอันโหว เจียงจื่อเหยียน หลงใหลอนุ ทอดทิ้งภรรยาเอกทรมานภรรยาเอกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ฆาตกรรมภรรยาเอกเพื่อหวังครอบครองทรัพย์สิน”
ทันทีที่คำประกาศนั้นดังขึ้น สีหน้าของคนตระกูลเจียงทั้งหมดก็เปลี่ยนไปแต่เผยหานโจวยังกล่าวต่อ
“จากการตรวจสอบพบว่า จวนจิ้งอันโหวลักลอบซ่องสุมกำลังพล ซื้ออาวุธ และเลี้ยงดูทหารฝีมือดีเอาไว้เป็นจำนวนมากโดยไม่ขึ้นตรงต่อราชสำนัก การกระทำเช่นนี้มีเจตนาเป็นกบฏอย่างชัดเจน”
“ในนามผู้สำเร็จราชการแห่งแผ่นดิน ข้าขอประกาศ…”
เผยหานโจวหยุดไปชั่วครู่ สายตาของเขาเย็นเยียบ
“จวนจิ้งอันโหวมีความผิดฐานกบฏ ให้ประหารทันที”
สิ้นเสียง ทั่วทั้งลานตกอยู่ในความเงียบงัน เวินหลันกรีดร้องขึ้นมาก่อนผู้ใด
“ไม่!”
นางคลานเข้าไปหาเจียงจื่อเหยียนด้วยความหวาดกลัว
“ท่านพี่! ช่วยข้าด้วย! ข้ายังไม่อยากตาย!”
เจียงจื่อเหยียนเองก็ไม่คิดว่าเผยหานโจวจะลงมือเด็ดขาดถึงเพียงนี้
“เผยหานโจว!”
เขาตะโกนขึ้น
“เจ้ากล้าฆ่าคนในจวนจิ้งอันโหวทั้งตระกูล แค่เพียงเพราะสตรีคนเดียวอย่างนั้นหรือ”
เผยหานโจวหันกลับมามองเขาแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
“เจียงจื่อเหยียน เจ้าคิดว่าตนเองมีค่าพอให้นางต้องตายเพราะเจ้าหรือ”
สายตาของเขาเลื่อนไปมองเวินหลัน
“หรือคิดว่าอนุคนหนึ่งมีค่าพอให้นางต้องถูกทรมานเช่นนี้”
เว่ยจิ่นซูที่ยืนอยู่ข้างกายเขานิ่งงัน นางไม่เคยได้ยินเผยหานโจวพูดแทนนางเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยเลย
“ลงมือ!”
คำสั่งเพียงสองคำทำให้ทหารทั้งหมดขานรับพร้อมกัน
“ขอรับ!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นในจวนจิ้งอันโหว แต่ไม่มีผู้ใดหนีออกไปได้ เพราะก่อนที่เผยหานโจวจะกลับมาถึง ทหารของเขาก็ปิดล้อมจวนเอาไว้หมดแล้ว
แม้แต่กองกำลังลับที่เจียงจื่อเหยียนซุกซ่อนเอาไว้ก็ไม่อาจเข้ามาช่วยเหลือกองกำลังเหล่านั้นถูกล้อมไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และคนที่เผยหานโจวส่งไปจัดการ...ก็คือกองทัพตระกูลเว่ย
หลังจากแม่ทัพเว่ยสิ้นชีพ กองทัพส่วนใหญ่ที่เคยอยู่ภายใต้อาณัติของตระกูลเว่ยถูกจัดระเบียบใหม่ ต่อมาภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวาย เผยหานโจวได้เข้าควบคุมกำลังเหล่านั้นด้วยตราพยัคฆ์ที่มารดาของเว่ยจิ่นซูเคยมอบให้
ในยามนี้ทหารเก่าของตระกูลเว่ยจึงยังคงเชื่อฟังคำสั่งของเขา เมื่อรู้ว่าคุณหนูเพียงคนเดียวของแม่ทัพเว่ยถูกทำร้ายจนตาย คนเหล่านั้นยิ่งไม่มีทางออมมือ
กองกำลังลับของจวนจิ้งอันโหวถูกโอบล้อมจนไม่อาจขยับ จวนโหวที่เคยรุ่งเรืองมาหลายชั่วคน... จึงพังทลายลงภายในคืนเดียว
ดวงวิญญาณของเว่ยจิ่นซูยืนมองทุกอย่างอย่างเงียบงัน นางเคยสาปแช่งก่อนตายว่า ขอให้เจียงจื่อเหยียนไม่ได้ตายดี ขอให้เขารักษาทรัพย์สินและจวนโหวเอาไว้ไม่ได้ ขอให้ตระกูลเจียงของเขาพังพินาศ ตอนนั้นนางคิดเพียงว่าตนเองกำลังระบายความอาฆาตเท่านั้น ใครจะคิดว่าเพียงไม่กี่ชั่วยามต่อมา ทุกอย่างกลับเกิดขึ้นจริง
ไม่ใช่เพราะคำสาปของนาง แต่เป็นเพราะเผยหานโจว เขาทำให้นางทั้งหมด
หลังจากจัดการเรื่องในจวนจิ้งอันโหวเสร็จแล้ว เผยหานโจวไม่ได้พักแม้แต่น้อย เขาอุ้มร่างของนางขึ้นรถม้า พากลับไปยังจวนตระกูลเผย
เว่ยจิ่นซูเห็นประตูจวนที่คุ้นเคยอยู่ไกล ๆ แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลออกมา นางไม่อยากกลับไป ไม่ใช่เพราะเกลียดตระกูลเผย ตรงกันข้าม... เพราะรักมากเกินไปต่างหาก
นางไม่อยากให้ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นตนเองในสภาพนี้ ไม่อยากให้บรรดาผู้อาวุโสที่เคยเลี้ยงดูนางมารับรู้ว่า เด็กสาวที่พวกเขาปูทางชีวิตให้อย่างดี สุดท้ายกลับลงเอยเช่นนี้
“อย่าพาข้ากลับไป...”
นางพึมพำ
“เผยหานโจว ข้าไม่อยากให้ท่านย่าเห็น”
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ยิน รถม้าผ่านประตูจวนเข้าไป ทันทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าเผยเห็นร่างของนาง หญิงชราก็แทบทรุดลงตรงนั้น
“ซูเอ๋อร์!”
เสียงร้องเรียกเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ฮูหยินผู้เฒ่าเดินเข้าไปหา มือสั่นเทาแตะใบหน้าของนาง
“เหตุใด...เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”
เว่ยจิ่นซูคุกเข่าลงข้างกายหญิงชรา น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด
“ท่านย่า... ซูเอ๋อร์ผิดเอง ซูเอ๋อร์ทำให้ท่านเสียใจ”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ยิน หลังจากร้องไห้อยู่ครู่หนึ่ง ร่างของหญิงชราก็อ่อนลงจนสาวใช้ต้องรีบเข้ามาประคอง
คืนนั้นนฮูหยินผู้เฒ่าล้มป่วย แต่เรื่องที่ทำให้คนทั้งจวนตระกูลเผยตกตะลึงยิ่งกว่านั้นกลับเกิดขึ้นในเช้าวันถัดมา เผยหานโจวสั่งเตรียมงานมงคล
ไม่ใช่งานศพ
แต่เป็นงานแต่งงาน
เมื่อข่าวแพร่ออกไป บรรดาผู้อาวุโสในตระกูลเผยต่างตกตะลึง
“หานโจว เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งอดเอ่ยขึ้นไม่ได้
“นางตายแล้ว!”
“ข้ารู้”
เผยหานโจวตอบอย่างสงบนิ่ง
“แล้วเจ้าจะจัดพิธีแต่งงานได้อย่างไร!”
เขาเงียบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตอบ
“เพราะนางควรเป็นภรรยาของข้ามาตั้งแต่แรก”
คำพูดนั้นทำให้ดวงวิญญาณของเว่ยจิ่นซูที่ยืนอยู่ไม่ไกลชะงักงัน เผยหานโจวกล่าวต่อ
“สัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลไม่ควรถูกยกเลิก”
“คนที่ผิดคือข้า ชีวิตนี้ข้าพลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง อย่างน้อยหลังจากนางตาย...”
น้ำเสียงของเขาแผ่วลง
“ข้าจะไม่ปล่อยให้นางถูกฝังในฐานะภรรยาของเจียงจื่อเหยียน”
ไม่มีผู้ใดพูดอะไรอีก ยามนี้เผยหานโจวเป็นผู้สำเร็จราชการ อำนาจของเขาอยู่ต่ำกว่าฮ่องเต้เพียงคนเดียว ทั้งราชสำนักและกองทัพจำนวนมากล้วนอยู่ภายใต้อิทธิพลของเขา ต่อให้ผู้อาวุโสไม่เห็นด้วย ก็ไม่มีผู้ใดกล้าบังคับให้เขาเปลี่ยนใจ
