บทที่ 3 เข้าใจผิด
สุนัขป่าตัวหนึ่งค่อย ๆ เข้าใกล้ศพของนางมากขึ้น มันก้มหน้าลงสูดกลิ่นบริเวณชายเสื่อ เว่ยจิ่นซูรู้สึกจุกขึ้นมาในอก ทั้งขมขื่นทั้งน่าเวทนา น้ำตาของดวงวิญญาณค่อย ๆ ไหลรินลงมา
“ข้าตายถึงเพียงนี้แล้ว ยังจะไม่ปล่อยให้เหลือศพดี ๆ อีกหรือ...”
ทันใดนั้นเสียงคำรามแผ่วต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ฝูงสุนัขป่าทั้งหมดชะงักพร้อมกัน เว่ยจิ่นซูหันไปมอง เงาดำขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากแนวไม้ด้วยความรวดเร็ว
สัตว์ตัวนั้นคือเสือดำขนาดใหญ่ มันกระโจนเข้าไปชนสุนัขป่าตัวหนึ่งจนกลิ้งกระเด็น กรงเล็บคมตวัดออก เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นทันที ฝูงสุนัขป่าที่เหลือแยกเขี้ยวข่มขู่ แต่เสือดำตัวใหญ่กลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย มันยืนขวางอยู่เบื้องหน้าศพของเว่ยจิ่นซู
ลำตัวกำยำ ขนดำสนิทเป็นมัน ดวงตาสีอำพันส่องประกายในความมืดจากนั้นก็กระโจนเข้าหาฝูงสัตว์อีกครั้ง
เว่ยจิ่นซูเบิกตากว้าง หัวใจที่ไม่มีวันเต้นได้อีกแล้วเหมือนกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสือดำตัวนั้นเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ทั้งกัด ทั้งตะปบ ฝูงสุนัขป่าหลายตัวถูกขับไล่จนถอยหนี
ยิ่งเว่ยจิ่นซูมองมากเท่าใด ความรู้สึกคุ้นเคยก็ยิ่งเพิ่มขึ้น จนกระทั่งแสงจันทร์ลอดผ่านกิ่งไม้ตกกระทบร่างของมันอย่างชัดเจน นางเห็นรอยแผลเป็นเล็ก ๆ บริเวณขาหน้าด้านซ้าย
เว่ยจิ่นซูนิ่งงันไปน้ำตาไหลออกมาแทบในทันที
“เสี่ยวเฮย!”
นางตะโกนสุดเสียง
“เสี่ยวเฮย!”
เสือดำตัวนั้นไม่ได้ยินเสียงของนาง แต่มันคือเสี่ยวเฮยจริง ๆ สัตว์ที่นางรู้จักมาตั้งแต่ยังอยู่ในจวนตระกูลเผย ตอนที่มันยังเล็ก เว่ยจิ่นซูเคยแอบเอาเนื้อไปให้มันกินเพราะกลัวคนเลี้ยงสัตว์ให้อาหารมันไม่อิ่ม ตอนนั้นเสี่ยวเฮยยังชอบเดินตามนางไปทั่วสวนจนถูกเผยหานโจวดุอยู่หลายครั้ง
ภายหลังเมื่อมันโตขึ้น ก็แทบไม่ยอมเข้าใกล้ใครนอกจากเผยหานโจว แต่กับนางกลับยังยอมให้นางลูบหัวได้อยู่เสมอ
เว่ยจิ่นซูร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด
“เสี่ยวเฮย เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
ความดีใจที่ได้พบเสี่ยวเฮยมีอยู่เพียงครู่เดียวก่อนจะกลายเป็นความกังวลเพราะฝูงสุนัขป่ามีจำนวนมากเกินไป ถึงเสี่ยวเฮยจะแข็งแรงมากเพียงใด แต่ต่อสู้กับหมาป่าหลายตัวพร้อมกันย่อมอันตราย
“พอแล้ว! เสี่ยวเฮย รีบไปเสีย! อย่าสู้แล้ว! ร่างของข้าไม่สำคัญ”
เว่ยจิ่นซูลอยวนอยู่ข้างมันอย่างร้อนรน ท่าทางที่มันพยายามปกป้องร่างไร้วิญญาณของนางทำให้นางร้อนใจ
“รีบหนีไปเร็ว!”
แต่เสี่ยวเฮยไม่ถอย มันยังคงยืนขวางอยู่ตรงหน้าร่างของนาง ราวกับรู้ว่าภายในเสื่อผืนนั้นคือใคร สุนัขป่าตัวหนึ่งฉวยจังหวะกระโจนเข้ามาด้านข้าง
เว่ยจิ่นซูร้องออกมาอย่างตกใจ แต่ก่อนที่มันจะกัดเสี่ยวเฮย... ฉึก! ลูกธนูพุ่งผ่านความมืด แทงเข้ากลางลำคอสุนัขป่าตัวนั้นอย่างแม่นยำ มันล้มลงทันที
จากนั้นเสียงฝีเท้าม้าก็ดังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยลูกธนูที่พุ่งโจมตีฝูงหมาป่า
อีกสองดอก
อีกสามดอก
ลูกธนูพุ่งออกมาต่อเนื่อง
ฝูงสุนัขป่าที่เหลือพากันแตกฮือ บางตัวถูกยิงล้ม บางตัวรีบหนีหายเข้าไปในป่า
เว่ยจิ่นซูหันกลับไป ชายผู้หนึ่งกระโดดลงมาจากหลังม้าสีดำ แม้ท้องฟ้าจะมืดและมีเพียงแสงจันทร์สลัว แต่นางก็จำเขาได้ในทันที
“เผยหานโจว”
นางนิ่งค้าง เขามาที่นี่ได้อย่างไร เผยหานโจวไม่สนใจสัตว์ที่หนีไปแล้วสายตาของเขากวาดมองเสี่ยวเฮยอย่างรวดเร็ว
“บาดเจ็บหรือไม่”
เสี่ยวเฮยส่งเสียงต่ำ ก่อนเดินตรงไปยังเสื่อเก่าที่ห่อศพอยู่ มันใช้ปลายจมูกดุนเบา ๆ แล้วหันกลับมามองเจ้าของ
เผยหานโจวชะงักไป เหมือนในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นสิ่งที่เสี่ยวเฮยกำลังเฝ้าอยู่
เขาเดินเข้าไปช้า ๆ เว่ยจิ่นซูมองเขาด้วยสายตาสับสน ไม่รู้เพราะเหตุใด ความรู้สึกบางอย่างกลับทำให้นางอยากหลบหนี นางไม่อยากให้เขาเห็นตนเองในสภาพนี้ น่าจนใจที่ร่างของนางไม่อาจจะหลบหนีเขาได้อีกแล้ว
เผยหานโจวคุกเข่าลง มือของเขายื่นไปจับขอบเสื่อ เพียงเห็นเส้นผมดำยาวที่โผล่ออกมาเล็กน้อย นิ้วมือของเขาก็หยุดนิ่ง เว่ยจิ่นซูเห็นชัดเจนว่ามือของเขาสั่นเทา
นางขมวดคิ้วแน่นจ้องมองเผยหานโจวค่อย ๆ แกะเสื่อออกอย่างช้าๆ ราวกับว่าเขาไม่กล้ามองสิ่งที่อยู่ภายใน
ยามที่เสื่อเก่าถูกเปิดออกทีละน้อย ใบหน้าซีดขาวของเว่ยจิ่นซูปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์ ในชั่วขณะนั้นทุกสิ่งรอบกายเงียบสงัด เผยหานโจวไม่ขยับ เสี่ยวเฮยเองก็หมอบลงอยู่ข้างศพ เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ริมฝีปากของเผยหานโจวจึงขยับ
“จิ่นซู...”
เสียงเรียกชื่อของนางแหบพร่า และสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
เว่ยจิ่นซูชะงัก นางไม่เคยได้ยินเขาเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงเช่นนี้มาก่อนตลอดเวลาที่รู้จักกัน เผยหานโจวมักสงบนิ่ง
แม้ตอนที่นางร้องไห้เพราะเขาถอนหมั้น เขาก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเย็นชา
แม้ตอนที่นางประกาศว่าจะไปแต่งกับเจียงจื่อเหยียน เขาก็ทำแค่เพียงจ้องมองนางเงียบ ๆ ไม่ห้ามปราม ไม่มีถ้อยคำเหนี่ยวรั้ง ไม่มีแม้แต่คำอธิบายว่าเพราะเหตุใดเขาจึงขอถอนหมั้น
แต่ยามนี้... ชายผู้นั้นกลับคุกเข่าอยู่ข้างศพของนาง สีหน้าซีดเผือด แววตาแดงก่ำ เผยหานโจวยื่นมือออกมาแตะแก้มเย็นชืดของนาง
เมื่อปลายนิ้วสัมผัสผิวหนังที่ไร้ความอบอุ่น เขาก็เหมือนถูกบางสิ่งแทงเข้าไปกลางหัวใจ
“เพราะเหตุใด...”
เสียงของเขาขาดหาย มือข้างหนึ่งประคองใบหน้านางเอาไว้ อีกมือค่อย ๆ เลื่อนลงไปเห็นรอยบาดแผลตามข้อมือ
รอยโซ่ รอยแผล ร่องรอยเส้นเอ็นที่ถูกตัด ดวงตาของเผยหานโจวแข็งค้างจากนั้นร่างทั้งร่างก็สั่นเล็กน้อย
“พวกมันทำอะไรกับเจ้า...”
เว่ยจิ่นซูมองเขานิ่ง ๆ นางไม่เคยเห็นชายผู้นี้อยู่ในสภาพเช่นนี้ เผยหานโจวผู้ที่ไม่เคยเสียอาการต่อหน้าผู้ใด เผยหานโจวผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เผยหานโจวที่เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอถอนหมั้นนางอย่างเด็ดขาด
บัดนี้เขากลับก้มหน้าลง หยดน้ำใสหยดหนึ่งร่วงลงบนหลังเรือนร่างไร้ลมหายใจของนาง เว่ยจิ่นซูเบิกตากว้าง
หยดที่สอง
หยดที่สาม
นางเงยหน้ามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“ท่าน...”
เผยหานโจวร้องไห้หรือ เป็นไปได้อย่างไร เขาเสียใจเพราะนางหรือ ก่อนที่นางจะทันคิดอะไรได้มากกว่านั้น เผยหานโจวก็ก้มตัวลงช้อนร่างของนางขึ้นจากพื้น
เขากอดร่างของนางเอาไว้แน่น... แน่นจนราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ นางจะหายไปอีกครั้ง
ใบหน้าของเขาฝังลงกับเส้นผมของนาง ไหล่ที่เคยตั้งตรงอยู่เสมอสั่นสะเทือน ไม่มีเสียงร้องไห้ดังออกมา มีเพียงเสียงหายใจที่สับสนและหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด
เว่ยจิ่นซูนิ่งงัน นางรู้สึกเหมือนตนเองกำลังมองคนแปลกหน้า นี่คือเผยหานโจวจริงๆ หรือ
บุรุษที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแทบไม่เคยพูดกับนางเกินสองสามประโยคเลยสักครั้ง บุรุษที่ต่อให้นางเอาของไปให้ก็แค่เพียงพยักหน้ารับอย่างห่างเหิน บุรุษที่แม้จะรู้ว่าการถอนหมั้นจะทำให้นางถูกหัวเราะเยาะ ก็ยังยืนกรานว่าจะถอนหมั้น
หากเขาไม่ได้สนใจนาง... เหตุใดยามนี้จึงเสียใจถึงเพียงนี้ หากเขาไม่เคยมีความรู้สึก... เหตุใดจึงร้องไห้เมื่อเห็นศพของนาง
หากเขาเคยรังเกียจนางจริง ๆ ... เหตุใดจึงกอดร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลและคราบสกปรกเอาไว้ราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า
เว่ยจิ่นซูมองภาพตรงหน้า ความรู้สึกบางอย่างที่เคยมั่นใจมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน หรือว่า... ที่ผ่านมา... นางจะเข้าใจเขาผิดไป
นางเคยคิดว่าสายตาเย็นชาของเขาคือความรังเกียจ ความเงียบของเขาคือความไม่สนใจ การไม่รั้งนางเอาไว้คือการไม่เคยมีนางอยู่ในหัวใจ และการถอนหมั้น... คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าเขาไม่ต้องการนาง
แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง ผู้ชายที่กำลังกอดศพของนางแล้วร้องไห้แทบขาดใจอยู่ตรงหน้านี้คือใครกัน
เว่ยจิ่นซูยืนอยู่ข้างเขา น้ำตาของดวงวิญญาณค่อย ๆ ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว
“เผยหานโจว...”
นางเรียกเขาเบา ๆ แน่นอนว่าเขาไม่ได้ยิน แต่ครั้งนี้นางไม่ได้สนใจอีกแล้วเว่ยจิ่นซูค่อย ๆ ยื่นมือออกไป ปลายนิ้วที่โปร่งใสพยายามแตะลงบนไหล่ของเขา แต่กลับทะลุผ่านไป
นางจ้องมองมือของตนเอง จากนั้นก็หันกลับมามองบุรุษตรงหน้าอีกครั้งความเสียใจพลันผุดขึ้นมาในใจอย่างช้า ๆ
ถ้าหาก... ถ้าหากสิ่งที่นางเคยเข้าใจมาตลอดไม่ใช่ความจริง ถ้าหากเผยหานโจวไม่ได้ถอนหมั้นเพราะรังเกียจนาง ถ้าหากความเย็นชาของเขามีเหตุผลอื่นเช่นนั้นชีวิตที่นางเลือกเดินหลังจากวันถอนหมั้น... จะนับว่าเป็นอะไร
นางใช้ความโกรธของตนเองตัดสินเขา ใช้ความอับอายของตนเองตัดสินใจเรื่องแต่งงาน และสุดท้ายก็โยนชีวิตทั้งชีวิตเข้าไปอยู่ในมือของเจียงจื่อเหยียน
เว่ยจิ่นซูหลับตาลง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลผ่านใบหน้า เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตายที่นางไม่ได้ร้องไห้เพราะเจียงจื่อเหยียน ไม่ได้ร้องไห้เพราะติงเซียงและไม่ได้ร้องไห้เพราะจุดจบของตนเอง แต่ร้องไห้เพราะคำถามหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้คำตอบหรือไม่ เผยหานโจว... ที่ผ่านมา ข้าเข้าใจท่านผิดไป ใช่หรือไม่
