บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 พี่ชายมาหา

เนื่องด้วยหลินซู่เฟยได้แต่คิดถึงซ่งหยางฟาง วันๆ นางจึงได้อยู่แต่ในห้องนอน ไม่ยอมออกมาข้างนอกห้องแม้แต่ก้าวเดียวจนทำให้หลายคนรู้สึกเป็นห่วง

บ่ายของวันที่ห้าหลังจากที่ได้มาอยู่ยุคนี้ ก็มีแขกหน้าใหม่มาหานางที่ห้อง

“เฟยเอ๋อร์” เสียงบุรุษหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่ง สวมอาภรณ์สีคราม เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องอย่างคุ้นเคย

“คะ” หลินซู่เฟยตอบกลับเพียงแค่สั้นๆ ตามความเคยชิน หันหน้าไปมองเขาเล็กน้อย

“พรุ่งนี้ต้องไปงานชมบุปผาแล้ว พี่ได้ข่าวมาว่าตั้งแต่เจ้าฟื้นก็เซื่องซึมเหมือนสตรีอกหัก ป่ะ พี่จะพาเจ้าไปเที่ยวซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับให้สวยกว่าผู้ใดเลย”

เขาเดินมาใกล้นาง มือแกร่งคว้าข้อมือที่เล็กและบอบบางก่อนออกแรงดึงให้ลุกจากเตียง

“ดะ เดี๋ยว ท่านคือท่านพี่หรือเจ้าคะ”

หลินซู่เฟยตกใจกับการกระทำของเขา หน้าตาก็ดีแต่มาฉุดแขนสตรีเสียดื้อๆ

“ใช่ ข้าหลินเซียวพี่ชายของเจ้าเอง เจ้าจำข้าไม่ได้ แต่ข้าจำเจ้าได้ก็พอ ลุกๆ”

เขาพูดพร้อมกับเรียกสาวใช้ที่หลินซู่เฟยสั่งให้อยู่หน้าห้องเข้ามาแต่งตัวน้องสาวสุดที่รัก

“แต่งตัวให้เฟยเอ๋อร์น้องข้าด้วย น้องสาวข้าต้องงดงามเหมือนข้า” เขากล่าวติดตลกก่อนออกไปรอด้านนอก

“คุณหนูจะแต่งตัวชุดไหนดีเจ้าคะ”

เสียงของเสี่ยวถิง สาวใช้ประจำตัวของหลินซู่เฟยถาม ในมือของเธอเข็นราวแขวนเสื้อ มีชุดสตรีสีขาวแขวนเรียงราย

“มีแต่สีขาวหรือ” หลินซู่เฟยยกคิ้วถามอย่างสงสัย

เสี่ยวถิงยิ้มหวานแล้วตอบเสียงใส

“ก็คุณหนูชอบสวมแต่ชุดขาวนี่เจ้าคะ ถึงจะชุดขาวแต่ก็ลวดลายต่างกันนะเจ้าคะ ชุดนี้ลายดอกเบญจมาศ ชุดนี้ลายดอกโบตั๋น ชุดนี้ลายนกกระเรียน ชุดนี้...”

“พอๆ” หลินซู่เฟยเริ่มเวียนศีรษะ นางเดินไปดูใกล้ๆ มือเรียวจับทีละชุดมาเลือกดู

“ไม่ว่าสีไหนก็คล้ายกับถือศีลอยู่ดี สงสัยอยากเป็นแนวเทพเซียน ใส่แต่ชุดขาว” นางบ่นอุบอิบ ก่อนเลือกชุดขาวล้วน มีปักลายดอกไม้เล็กน้อยอยู่ที่แขนเสื้อ

“ใส่ชุดไหนก็เหมือนกัน”

นางสุ่มหยิบมาหนึ่งชุดแล้วส่งให้เสี่ยวถิงช่วยใส่ให้

แต่งตัวเสร็จออกมาด้านนอกก็เห็นหลินเซียวกำลังพูดคุยอยู่กับนกที่เลี้ยงไว้ในกรง

“ไหนพูดสิ หิวแล้ว หิวแล้ว” เขาพยายามสอนให้นกสีขาวบริสุทธิ์พูด

‘ขนาดนกก็สีขาว’ หลินซู่เฟยคิดในใจก่อนเรียกเขา

“ท่านพี่ นกพันธุ์นี้พูดไม่ได้นี่เจ้าคะ” นางกล่าวพลางจ้องมองนกในกรงไม่วางตา

“ข้าก็แค่ลองพยายามดู เผื่อวันนึงมันจะลุกขึ้นมาพูด” เขาหัวเราะพร้อมเดินนำหญิงสาวไปที่รถม้าของจวน

หลินซู่เฟยมองหน้าพี่ชายของตน ราวกับจะวิเคราะห์ว่า ตกลงแล้วพี่ชายคนนี้สติดีหรือไม่ แต่ดูแล้วเหมือนผู้ชายที่ติดเล่นสนุกสนานเสียมากกว่า

รถม้าวิ่งจากหน้าจวนกั๋วกงไปยังแหล่งการค้าของเมืองหลวง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้าจำนวนมาก ทั้งยังมีหอสุรา โรงเตี๊ยม ภัตตาคารต่างๆ ที่มีกลิ่นหอมของอาหารโชยออกมาจากร้าน มีหอคณิกาบ้างประปราย

หลินซู่เฟยเปิดผ้าม่านมองเห็นหอคณิกาหลังใหญ่ มีสตรีน้อยรูปงามสองคนยืนเรียกแขกอยู่ด้านหน้า

‘อยากเห็นข้างในจัง จะเหมือนในซีรีส์หรือเปล่านะ’

“หอคณิกาสตรีเข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” หลินซู่เฟยถาม เผื่อว่ายุคนี้เมืองนี้จะให้ผู้หญิงเข้าได้

หลินเซียวที่กำลังร้องเพลงอย่างครึ้มอกครึ้มใจถึงกับสำลัก

“เจ้าว่าอะไรนะ หอคณิกาสตรีจะเข้าไปทำไม ประชันความงามหรือ ฮ่าฮ่า เข้าไปก็แพ้นางคณิกาอยู่ดี แม้เจ้าจะงดงามกว่า แต่การออดอ้อนสู้พวกนางไม่ได้หรอก”

ชายหนุ่มกล่าวพลางร้องเพลงต่อไม่สนใจ

เมื่อรถม้ามาถึงร้านขายเสื้อผ้าสตรี ก็หลบไปจอดด้านข้างร้าน เนื่องจากวันนี้มีลูกค้าค่อนข้างมาก

“มีแต่ลูกสาวขุนนางทั้งนั้น เจ้าก็ไม่ต้องไปยุ่งมากนักนะ พวกนางเอ่อ นิสัยไม่เข้ากับเจ้าหรอก” หลินเซียวเสียงเข้มเอ่ยเตือนหลินซู่เฟยก่อนพานางลงรถม้า

ลงมาจากรถม้า บุรุษที่แสนทะเล้น คุยเก่ง กลับยืดอก วางมาดเป็นคุณชายผู้เคร่งขรึม สุภาพบุรุษผู้ที่รักและหวงแหนน้องสาวอย่างมาก

“เฟยเอ๋อร์” เขาส่งมือรอให้น้องสาวจับเพื่อลงจากรถม้า

สตรีที่มาซื้อเสื้อผ้าในร้านต่างออกมายืนมองเขาด้วยสายตาหวานฉ่ำ แต่ละนางล้วนหยิบคันฉ่องขนาดเล็กมาส่องตัวเองแล้วจัดเสื้อผ้าทรงผมให้สวยที่สุด บางคนแอบเติมปากให้แดงเด่นสะดุดสายตา

“คุณชายหลิน”

เสียงทักทายของเหล่าสตรีดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลินเซียวได้แต่อมยิ้มเล็กน้อยเป็นการตอบกลับเท่านั้น

‘โห พี่ชายฉัน ดังราวกับไอดอล ส่วนผู้หญิงสมัยไหนๆ ก็เหมือนกัน เจอหน้าคนหล่อต้องสวยไว้ก่อน’

หลินซู่เฟยอมยิ้มเล็กน้อยเฉกเช่นกับพี่ชายคนใหม่ของตน

“ท่านพี่จะซื้อให้ข้าหรือเจ้าคะ” นางส่งเสียงหวานที่ออดอ้อนจนคนได้ยินต้องใจละลายยอมควักเงินซื้อให้

“เพื่อน้องสาวที่น่ารักของพี่ อยากได้เท่าไหร่ย่อมได้” เขาตอบด้วยความอ่อนโยน

สตรีที่ได้ยินหลายคนล้วนอยากสมัครเป็นพี่สะใภ้ของหลินซู่เฟยทันที บุรุษอะไรจะแสนดีขนาดนี้

หลินซู่เฟยใช้เวลาเลือกชุดไม่นานนัก นางไม่ค่อยมีอารมณ์อยากแต่งตัวสวยงาม เพราะไม่รู้ว่าจะแต่งไปให้ผู้ใดดู

“ตัวนี้แหละเจ้าค่ะ” นางหยิบสุดสีขาวราวกับหิมะ ปักลายรูปขนนก ในเมื่อหลินซู่เฟยคนเก่าชอบสีขาว นางก็จะเลือกตามนั้น

หลินเซียวยิ้มเอ็นดู “เฟยเอ๋อร์ของพี่เลือกชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้อยบนสรวงสวรรค์”

เพียงประโยคเดียวทำให้หญิงสาวหลายคนที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ซื้อชุดสีขาวล้วนตามนาง

‘สุดยอดจริงๆ ถ้าฉันจะขายของรู้แล้วต้องให้ใครเป็นพรีเซ็นเตอร์’

หลังจากซื้อชุดเสร็จ หลินซู่เฟยก็ไปเลือกเครื่องประดับอีกเล็กน้อย ความจริงนางอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากแต่งตัว แต่ว่างานนี้จัดขึ้นในวังหลวง หากไม่แต่งตัวสวยงามเลยก็เหมือนไม่ให้เกียรติสถานที่

........

เช้าวันถัดมา หลังจากที่หลินซู่เฟยตื่นขึ้น อาบน้ำและ รับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวถิงก็นำสาวรับใช้คนอื่นๆ มาช่วยกันแต่งตัวให้นาง

“งานตอนเย็น ทำไมต้องรีบแต่งตัวตั้งแต่ตอนนี้” นางส่งเสียงถามอย่างสงสัย

“แต่งตัวตอนนี้ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ กว่าจะเสร็จกว่าจะเดินทางก็ถึงตอนเย็นพอดี”

เสี่ยวถิงตอบ มือเล็กค่อยๆ ลงแป้งบนใบหน้าของหลินซู่เฟยช้าๆ สาวใช้อีกสองคนก็ทำผมอย่างบรรจง ราวกับว่าหากทำเร็วเกินไปผมจะแตกฟูไม่สวยงาม

หลินซู่เฟยนั่งหน้าคันฉ่องกว่าครึ่งชั่วยามก็เห็นว่าใบหน้าตัวเองขาวกว่าคอ ปากก็สีแดงสด แต่คิ้วบางนิดเดียว เห็นเช่นนั้นก็อดรนทนไม่ไหว

“เขาแต่งหน้ากันเช่นนี้หรือ แบบนี้หรือคือสวยงาม” นางถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง นี่คือแฟชั่นของสาวยุคนี้หรือเสี่ยวถิงแต่งหน้าไม่ได้เรื่องกันแน่

คำถามของนางทำให้สาวใช้แต่ละคนหันมาจ้องใบหน้างามพร้อมกัน

“สวยแล้วเจ้าค่ะ ทุกทีคุณหนูให้แต่งจัดเต็มกว่านี้อีกเจ้าค่ะ”

“ข้าเนี่ยนะบอก” หลินซู่เฟยเริ่มคิด คงเป็นรสนิยมของเจ้าของร่างเดิมแล้วกระมังที่ชอบการแต่งหน้าเช่นนี้

เอาวะ สวยก็สวย ตามใจ ไปมันทั้งอย่างนี้เนี่ยแหละ นางลุกแล้วเดินออกจากห้องเมื่อได้ยินเสียงเรียก

หลินเซียวเห็นนางออกจากห้องเป็นคนแรก เขาไม่ได้มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อย

“วันนี้น้องสาวข้าแต่งหน้าอ่อนกว่าทุกครั้ง” เขากล่าวคำทักทายพร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนให้

“งดงามดั่งเช่นเทพธิดาตัวน้อย” หลินซวิน หรือ หลินกั๋วกง เอ่ยชื่นชมบุตรสาวตาเป็นประกาย

“ขอบคุณท่านพ่อ ท่านพี่เจ้าคะ”

หลินซู่เฟยตอบอย่างนอบน้อม สงสัยว่ารสนิยมความสวยของครอบครัวนี้คงแตกต่างจากคนทั่วไป

“ท่านแม่ล่ะเจ้าคะ ไม่ไปด้วยหรือ”

“ท่านแม่เจ้าไม่ชอบไปงานพวกนี้ ตอนนี้เลยขลุกอยู่ในครัวน่ะ พวกเราไปกันเถอะ” หลินซวินตอบก่อนเดินนำบุตรทั้งสองขึ้นรถม้าไปงานชมบุปผาภายในวัง

........

วังหลวง

ตั้งแต่หลินซู่เฟยเข้ามาในเขตพระราชฐาน ก็เห็นความยิ่งใหญ่และความสวยงามตามสองข้างทาง บริเวณทางเดินรวมถึงต้นไม้ถูกประดับด้วยโคมไฟจำนวนมาก ส่องแสงสว่างตั้งแต่ยังไม่หัวค่ำ ดอกไม้นานาพันธุ์ถูกปลูกสลับไล่เรียงตามทางเดินยาวไปจนถึงบริเวณจัดงาน

บริเวณที่จัดงานเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ทั้งปลูกบนพื้นดินและปลูกในกระถาง ดอกไม้แต่ละดอกนั้นสวยงามจนตอนแรกหลินซู่เฟยคิดว่าเป็นดอกไม้ปลอม แต่เมื่อสังเกตดีๆ พบว่าทุกดอกเป็นของจริงที่ถูกบำรุงดูแลอย่างดี

‘สวนดอกไม้ใหญ่มาก พอๆ กับตามสถานที่ท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันเลย เสียดายที่ไม่มีกล้องถ่ายรูป’

หลินซู่เฟยถอนหายใจก่อนเดินตามบิดาและพี่ชายไปสถานที่จัดงานเลี้ยง

ถึงบริเวณงานเลี้ยงก็ได้ยินเสียงสตรีน้อยที่มาร่วมงานส่งเสียงกรีดร้องและพูดคุยดังขึ้นเป็นระยะๆ เมื่อเดินเข้ามาใกล้ก็ได้ยินอีกครั้ง

“คุณชายหลินก็รูปงามเหลือเกิน แม้จะสู้แม่ทัพไม่ได้เล็กน้อย แต่ก็ได้ใจข้า”

“ข้าอยากได้ทั้งสองคนเลย ต้องทำอย่างไรดี”

“งานวันนี้จะมีคุณชายคนไหนคิดทาบทามสตรีบ้างหรือไม่นะ ข้ารอท่านแม่ทัพกับกุนซือหลินมาสู่ขอข้านานแล้ว”

“พวกเจ้าก็พูดไป ข่าววงในกระซิบมาว่าองค์หญิงในวังก็เล็งคุณชายทั้งสองอยู่นะ”

ขนาดหลินซู่เฟยเป็นคนธรรมดาไม่มีวรยุทธยังได้ยินเสียงนินทาชัดเต็มสองหู มีหรือที่หลินเซียวจะไม่ได้ยิน

นางชำเลืองหางตา เห็นเขาวางท่าอย่าสง่างาม อยู่เหนือการนินทา ไม่แยแสสายตาของสตรีใด เดินไปหาสหายของตน ท่านแม่ทัพผู้ถูกกล่าวถึงด้วยความรวดเร็ว

“เจ้าอยู่กับท่านพ่อนะ ข้าขอตัวก่อน”

เขาบอกหลินซู่เฟยก่อนเดินไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel