ตอนที่หนึ่ง คุณหนูใหญ่ผู้สูงส่ง2 (กรุบกริบ)
ตอนที่หนึ่ง
คุณหนูใหญ่ผู้สูงส่ง
สิ่งที่ดีที่สุดหรือ? ท่านพ่อ ท่านคงคิดผิดไปแล้ว!
เมิ่งหลี่หลิงคิดพลางหรี่ตามองหัวหน้าเผ่าหนุ่มขณะที่มือยังคงคลำปอยๆ ไปยังก้นนุ่มภายใต้ชุดเจ้าสาวที่ยับยู่เพื่อสื่อว่าการกระทำเมื่อครู่ของเขาทำให้นางเจ็บเพียงใด
หากเป็นคุณชายในเมืองหลวง เมื่อแรกเปิดเกี้ยวเจ้าสาวย่อมมีแต่การกระทำที่ทะนุถนอมเจ้าสาวคนงามด้วยเกรงกุหลาบแดงจะบอบช้ำ
หากแต่ที่นี่คือเผ่านอกด่าน ห่างไกลความเจริญ สายตาเกรี้ยวกราดของเจ้าบ่าวร่างใหญ่จึงไม่ได้อ่อนโยนลงแม้แต่น้อย
ด้วยแค่เห็นสตรีในชุดเจ้าสาวก้าวลงมายืนเชิดหน้าชูคอไม่ปรายตามองเขาสักนิด
เฮ่อมู่เหยียนก็รู้สึกว่าโดนดูหมิ่นเหยียดหยามจนต้องสั่งสอนเจ้าสาวจากเมืองหลวงผู้นี้ให้หลาบจำ
หัวหน้าเผ่าหนุ่มย่อมจำได้ถึงใบหน้างอหงิกของหญิงสาวซึ่งบ่งบอกความไม่พอใจในครั้งแรกที่ได้พบหน้ากันยังจวนสกุลเมิ่ง
ครั้งนั้นเขานำสินค้าไปส่งมอบให้แก่บิดาของนางถึงที่จวน ไม่รู้ว่าเจ้ากรมเมิ่งคิดอย่างไร ระหว่างจัดการตรวจนับของ จึงเรียกบุตรสาวมาแนะนำตัว
แม้ว่าใบหน้าของเฮ่อมู่เหยียนจะคมเข้มชวนมองไม่น้อย แต่ร่างกายที่ใหญ่โตบึกบึน กับแววตาดุกร้าวซึ่งมองอย่างไรก็น่ากลัวมากกว่าน่าเกรงขาม
ผิดกลับความละมุนละไมอ่อนโยนของคุณชายตระกูลสูงในเมืองหลวง นั่นย่อมทำให้เมิ่งหลี่หนิงรู้สึกไม่ชอบใจชาวเผ่าป่าเถื่อนผู้นี้
การแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาในครั้งนั้นของนางย่อมถูกจดจำไว้ในใจของหัวหน้าเผ่าเฮ่อแล้ว เมื่อประสบกับท่าทีความเย่อหยิ่งของนางอีกครั้งยามถูกส่งมาเป็นเจ้าสาว
การอุ้มนางมาโยนลงบนเตียงจึงเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนี้ต่างหากจึงจะเป็นของจริง
“เมิ่งหลี่หนิง อยู่ที่นี่ เจ้าก็คือเมียข้า และต้องเชื่อฟังข้าทุกอย่าง นับจากวันนี้ ข้าจะสอนให้เจ้าได้เข้าใจในฐานะตนเอง เข้าใจหรือไม่” น้ำเสียงที่ยังคงห้วนแข็งพร้อมท่าทางกดดันทำให้เมิ่งหลี่หนิงรีบส่ายหัว
“ไม่!...” หญิงสาวใช้มือกระถดถอยหลังไต่ไปบนฟูกพลางมองร่างหนาซึ่งเริ่มถอดเสื้อเผยกล้ามอกแน่นก่อนจะเบนสายตาตามชิ้นผ้าที่ถูกขว้างกระเด็นด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ
“พวกเรายังไม่ได้เข้าพิธีใด เอ่อ...ข้าเองก็เพิ่งมาถึง เจ้าจะรีบถอดเสื้อไปทำไมกัน” เสียงสั่นไหวบ่งบอกความหวั่นเกรงย่อมเรียกเสียงหัวเราะหึหึจากอีกฝ่าย
“เผ่าเหยียนหนิวของเราไม่ได้มากพิธีรีตองอย่างเช่นคนจากเมืองหลวงเช่นเจ้า ขอเพียงได้ตัวเจ้าสาวมาแล้ว เรื่องหลังจากนั้นย่อมตามแต่ใจของพวกเรา”
“ตามแต่ใจ? เช่นนั้น...ข้าขอพักผ่อนสักหลายวันก่อนได้หรือไม่ ข้าเดินทางมาตั้งหลายวัน เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้ามากทีเดียว” เมิ่งหลี่หนิงรีบเงยหน้าส่งสายตาออดอ้อนก่อนจะต้องหลบสายตาร้อนแรงของเจ้าบ่าวตัวใหญ่ซึ่งยังคงคืบคลานเข้ามาใกล้
“ข้าเพิ่งบอกไปว่าเจ้าต้องเชื่อฟังข้า ยังไม่ทันไรก็คิดแข็งข้อแล้วหรือ ดี เช่นนั้นคงต้องสั่งสอนให้มากหน่อย เผื่อว่าเจ้าจะจดจำได้ดียิ่งขึ้นว่าต่อจากนี้ เจ้าคือเมียข้า”
เดี๋ยวๆๆ ก็เขาเพิ่งบอกว่า...
สายตาตื่นตระหนกเงยขึ้นอีกครั้งพร้อมปากที่อ้าออกเพื่อโต้เถียง แต่ยังไม่มีคำใดหลุดออกมาริมฝีปากบอบบางก็โดนประกบแนบพร้อมบดขยี้รุนแรงจนแทบแหลกเหลว
เท่านั้นยังไม่พอ ฟันแข็งยังขบลงบนกลีบปากนุ่มพลางบังคับให้นางง้างปากออกเพื่อเปิดหนทางให้ลิ้นแข็งแรงได้เข้าไปเคลื่อนไหวเริงร่าในโพรงอุ่นชื้นของนาง
ลิ้นว่องไวโจมตีกวัดแกว่งรุกรานไปทั่วแล้วยังตวัดเร่งเร้าลิ้นบอบบาง ทั้งกระดกขึ้นกระดกลงราวท้าทายให้ออกมาต่อสู้พัวพันกันและกัน
