บที่2พิสูจน์ตัวเอง
หลังจากที่คำ ไปรับคำท้าของพ่อขุนทอง เหล่าผู้คนที่อยู่แถบนั้นค่อยๆ สลายตัวกลับเรือน ขุนอินข้ารับใช้คนสนิทของเจ้าพระยา ซึ่งปลอมตัวมาเป็นชาวบ้านธรรมดาเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล เดินเข้ามาหาท่านพระยาสีหน้าไม่พอใจการกระทำของพ่อขุนทอง ขุนอินเสียงแผ่วแต่น้ำเสียงแน่นด้วยความกล้ำกลืน "ท่านขอรับ… ท่านจะยอมให้คนผู้นั้นพูดจาดูหมิ่นท่านถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ?" ท่านพระยาเหลือบมองขุนอิน แล้วหัวเราะเบาๆ อย่างใจเย็น "เขาไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าจึงไม่ถือสา
ขุนอินเอ่ย "แต่มันก็เกินไปนะขอรับ! ช่างกล้าดีนักที่กล่าวหาท่านเป็นแค่ชายไร้ค่าผู้อยากเกาะกิน ข้าแทบจะทนฟังมิได้! พูดจาดีๆกันก็ได้ แลเหตุใดท่านถึงไม่เปิดเผยตัวเสียเลยล่ะขอรับ?"
"เพราะข้าต้องการเห็น กริยาของเขา ไม่ใช่แค่กิริยานอบน้อมต่อยศถาบรรดาศักดิ์ หากข้าเปิดเผยตน เขาอาจเปลี่ยนวาจา เปลี่ยนท่าที… แต่มันไม่ใช่ความจริง" ขุนอินพยักหน้าช้าๆอย่างเข้าใจ ขุนอินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบาง "แล้วท่านจะให้ข้าช่วยสิ่งใดหรือไม่ขอรับ?"
ท่านพระยาหัวเราะเบาๆ "เพียงเจ้าช่วยอยู่เงียบๆไว้ และคอยดู… ว่าข้าจะพิชิตใจแม่มะลิได้อย่างไร?"
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศเย็นสบาย แสงแดดยามอรุณทอประกายอ่อนๆ เหนือเรือนของพ่อขุนทอง เสียงไก่ขันดังแว่วลอยมาตามสายลม ชาวบ้านเริ่มออกมาทำงานตามปกติ ทว่าที่ลานกว้างข้างเรือน กลับมีชายผู้หนึ่งยืนอยู่พร้อมสีหน้าแน่วแน่ นั่นคือ "เจ้าพระยา" ในคราบชายชาวบ้าน ผู้มาตามคำท้าของพ่อขุนทอง!
พ่อขุนทองเดินออกจากเรือนด้วยท่าทางยโส เอามือไพล่หลัง มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหยันๆ
พ่อขุนทอง:แค่นยิ้ม "หึ! ข้านึกว่าเอ็งจะขี้ขลาดหนีหายไปเสียแล้ว ที่แท้ก็ยังกล้ามา เอ็งบอกว่าจะพิสูจน์ตัวเองใช่หรือไม่?"
คำยืนตรง "ข้ามาตามคำสัญญา ท่านบอกให้ข้าพิสูจน์ ข้าก็ต้องย่อมทำตามคำพูด"
"ดี! ถ้าเช่นนั้น ข้ามีงานง่ายๆ ให้เอ็งทำ… ไปผ่าฟืนให้ข้า!"
พ่อขุนทองกวาดตามองไปที่กองฟืนมหึมา ท่อนไม้ใหญ่ถูกกองไว้เป็นตั้งๆ พร้อมขวานเล่มหนึ่งวางอยู่ด้านข้าง
พ่อขุนทองเสียงเย้ยหยัน "คนจะเลี้ยงดูครอบครัวได้ต้องมีเรี่ยวแรง มิใช่แค่พูดดีแต่ทำงานไม่เป็น! เอ็งว่าจริงหรือไม่?"
คำ ก้าวไปหยิบขวานขึ้นมา มือสัมผัสกับด้ามไม้แข็งกระด้าง แม้ไม่เคยจับขวานมาก่อน แต่แววตาไม่แสดงความลังเลแม้แต่น้อย! เขาวางท่อนไม้ตั้งขึ้น ยกขวานขึ้นสุดแขน แล้วฟันลงเต็มแรง!
ฉึก!
แต่แรงฟันของเขายังไม่พอ ท่อนไม้ไม่แยกออกง่ายๆท่านพระยาต้องออกแรงเพิ่มขึ้น ฝืนสู้กับความไม่ชำนาญของตนเอง ทีละครั้ง ทีละครั้ง เหงื่อเริ่มซึมออกมาบนหน้าผาก
พ่อขุนทอง ยืนกอดอก ส่ายหน้าอย่างสมเพช "ดูเอาเถิด! มืออ่อนยิ่งกว่าสตรี ฟันไม้ก็มิขาด"
แม้ถูกเยาะเย้ย ท่านพระยากลับไม่กล่าวโต้ตอบ เขายังคงกัดฟันฟันไม้ต่อไป ทีละท่อน ทีละท่อน จนมือเริ่มแดงช้ำ ด้ามขวานเสียดสีกับฝ่ามือที่ไม่เคยหยาบกร้าน เลือดเริ่มซึมออกมา!
ขณะที่พ่อขุนทองยังคงหัวเราะเยาะอยู่นั้น หญิงสาวผู้หนึ่งเดินออกจากเรือนมา เธอคือ "มะลิ" นั่นเอง! เมื่อเธอเห็น คำที่กำลังผ่าฟืนด้วยมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลและเลือดซึมออกมา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสาร!
มะลิร้องเสียงแผ่ว "เจ้าบาดเจ็บแล้วแท้ๆ เหตุใดจึงไม่หยุด?" ท่านพระยาเงยหน้ามองนาง ยิ้มบางๆ แม้จะเหนื่อยล้า
"เพราะข้าสัญญาแล้ว ว่าจะพิสูจน์ตัวเอง"
มะลิเม้มปากแน่น ก่อนจะรีบเดินกลับเข้าเรือน หยิบผ้าขาวสะอาดออกมา แล้วก้าวเข้ามาหาเขาอย่างไม่ลังเล! เธอนั่งลงข้างๆ คว้ามือที่เปื้อนเลือดของชายหนุ่มขึ้นมา แล้วใช้ผ้าผืนขาวค่อยๆ พันรอบแผลอย่างอ่อนโยน!
มะลิพูดเบาๆ "เจ้าอย่าฝืนมากนักเลย... เดี๋ยวมือจะใช้การไม่ได้เสียก่อน"
พ่อขุนทองที่ยืนมองอยู่ขมวดคิ้วทันที ดวงตาฉายแววไม่พอใจ! พ่อขุนทองเสียงขุ่น"มะลิ! เจ้าจะไปสงสารมันทำไม? คนเช่นนี้หรือจะปกป้องเจ้าได้!"
มะลิเงยหน้ามองบิดาด้วยสายตาดื้อรั้น "ท่านพ่อก็เห็นว่าชายผู้นี้พยายามเพียงใดเขาบาดเจ็บขนาดนี้แต่ยังไม่ยอมถอย? ท่านพ่อเองก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำที่เห็นคนบาดเจ็บและนิ่งเฉยอยู่ได้ " พ่อขุนทองสะอึกไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าบุตรสาวจะกล้าเถียงกลับ! ส่วนเจ้าพระยานั้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง... ก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณแผ่วเบา
"ขอบน้ำใจ..เจ้านัก." แม้มือที่พันด้วยผ้าขาวยังคงเจ็บ แต่หัวใจของเขากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด…
