5 ท่านประธานมีความรัก
“อย่ามาแก้ตัวคุณลือเขาไม่กลับไปแต่งงานกับเธออีกแล้ว”
“ไม่กลับก็ไม่ต้องกลับ พี่อยากเอาก็เอาไป แต่เงินหมั้นหมาย เพชร ทุกอย่างสามจะไม่คืน เพราะเป็นคุณลือเองที่เปลี่ยนใจ สามจะบอกเถ้าแก่เอง”
“ใครจะเชื่อแก แกต่างหากที่ไปหาผู้ชายคนนั้นทุกคืน ฉันอัดคลิปไว้ด้วยนะ”
ลือศักดิ์มองหน้าธิติสา
“ม๋าคงไม่ยอมยกเงินให้ใครง่ายๆ คุณต้องคืนทุกอย่างให้พวกเรา”
“ลูกผู้ชายที่เห็นมาหลายปี โผล่หางมาแล้ว”
ธิกานต์ดาเกินจะยั้งปาก
“แกอย่ามาก้าวร้าวเขานะ”
“พี่กับเขาดูท่าศีลจะเสมอกัน ถ้าไม่ทำตามที่บอกสามจะฟ้องพ่อ ดูสิพ่อจะว่าอย่างไร”
ธิกานต์ดาจ้องคนที่เคยไว้ใจด้วยสายตาจริงจัง ลือศักดิ์เดินจากไปด้วยสีหน้าหงุดหงิด ไม่ลืมสั่งให้คู่รักจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เมื่อฝ่ายนั้นลับตาไป ธิกานต์ดาเสียงดังเพราะความโมโห
“ถ้าอยากได้ทำไมไม่บอกกันตรงๆ ล่ะ ทำไมพี่ต้องใช้วิธีสกปรกด้วย”
“เขามาชอบฉันเองนะ อย่าโทษแต่ฉันฝ่ายเดียว และแกทำตัวเอง เขาถึงตัดสินใจได้ซะทีว่าต้องเลือกใคร ”
“พี่เป็นคนแบบไหนกันแน่”
สาวน้อยเสียใจวันเวลาที่ผ่านมา ทุกอย่างไม่ใช่มิตรภาพที่แท้จริง
“ฉันอยากได้ความสบายผิดตรงไหน เคยบอกไม่คิดอะไร กับเขาก็ยกให้ฉันเถอะ”
“เอาไปเลยและไปเคลียร์เรื่องสินสอดมาด้วย”
“นั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉัน เรื่องของพ่อแม่เขา ฉันจะไม่ไปยุ่ง”
“ถ้าอย่างนั้นสามจะบอกพ่อ”
“พ่อกำนันไม่มีทางเชื่อหรอกน่า” ธิติสาท้าทาย คนโดนแทงข้างหลังคิดกังวลแต่ยังวิ่งเข้าบ้านเพื่อบอกทุกอย่างกับพ่อ ธิติสามาขวางก็ผลักสุดแรง
“ถ้าไม่กลัวก็หลบ”
“ยายอ้วนผลักฉันหรือ”
ธิติสาดึงผมยาวของศัตรูหัวใจแต่กลับโดนถีบด้วยเท้า
“ต่อไปนี้เราไม่ใช่เพื่อน ถ้ามาขวางฉันจะถีบอีก”
ธิติสาสู้แรงของคนร่างอวบไม่ได้ กำหมัดมองด้วยความโกรธ
บนแคร่ไม้หน้าบ้านธิกานต์ดาเล่ารายละเอียดทุกอย่าง พ่อมองเธอนิ่ง นางสาครก็เช่นกัน
“พ่อคะหนูไม่ได้ทำผิด เขาเปลี่ยนใจไปชอบกับพี่สอง แบบนี้เราก็ไม่ต้องคืนเงินใช่ไหมคะ”
พ่อถือถ้วยน้ำขิงและยังมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“เอาความชั่วตนเองไปให้คนอื่น ชั่ว ชั่วเหมือนแม่แก ฉันไม่น่าไปรับมาเลย เลือดชั่วๆ ทำยังไงก็ออกจากตัวแกไม่ได้ ไม่รักดีไปชอบคนสวนยังมาใส่ร้ายหนูสองอีก”
“พ่อหนูเปล่าโกหก”
“ป้าเสียใจจริงๆ ที่ได้ยินแบบนี้”
นางสาครร้องไห้ พ่อเดินมาจ้องหน้าเธอ ก่อนจะยกมือขึ้น ธิกานต์ดาหลับตา
จะตบอีกแล้วหรือ เธอชินเสียแล้ว เอะอะพ่อก็ทุบตีเหมือนเธอไม่ใช่ลูก
หรือเป็นลูกที่ไม่ได้เกิดจากความรักอย่างที่ยายบอก น้ำตาเม็ดโตไหลรินเปื้อนแก้มทั้งสองข้างเพราะรู้สึกเสียใจที่พ่อเห็นคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกดีกว่า
นางสาครมองสองพ่อลูกทะเลาะกันด้วยความสะใจ เพราะถ้าลูกเลี้ยงออกไปจากที่นี่ได้ ทุกอย่างในบ้านก็จะเป็นของนาง แม้กำนันทศจะติดการพนันแต่ที่นา สวนก็ยังมีพอให้กินอยู่สบาย
กรุงเทพ บ้านคณาธิกร
“แม่ครับผมไม่เป็นอะไรหรอก”
“ใช่อย่าทำเหมือนเขาเป็นเด็ก เลิกร้องไห้” นายธิสารเอ็ดเมีย ฝ่ายคนโดนเอ็ดหน้าแดงก่ำ
“คุณไม่ห่วงลูกใช่ไหม ใช่สิกำลังเห่อลูกเมียน้อยที่จะกลับจากเมืองนอก คุณมันผู้ชายห่วย”
“เลิกก้าวร้าวนะ ไปอยู่วัดวาแต่ปากยังจัด ตาธรคือลูกชายคนเดียวของฉัน ส่วนอีกคน ฉันก็ต้องดูแลเขา ทรัพย์สมบัติตอนนี้ตาธรดุแลเอง จะเอาอะไรอีก เธอเนี่ยน่าเบื่อน่ารำคาญ”
เดชาธรเข้าห้ามทัพอย่างเคย
“แม่ครับพ่อครับพอเถอะ ถ้ายังไงผมขอตัวไปพักนะครับ”
“แม่ไปนอนเป็นเพื่อน”
“ลูกไม่ใช่เด็ก” นายธิสารมองเมียที่ยังไม่หย่าขาดด้วยสายตาตำหนิ นางจิรามนค้อน “สำหรับฉันลูกเป็นเด็กเสมอ”
“เอาเถอะครับพ่อผมจะดูแลแม่เอง”
นายธิสารพยักหน้าให้ลูกชาย บอกระมัดระวังตัว ชายหนุ่มรับปากพ่อเดินขึ้นห้องนอน
เบื้องหลังเห็นพ่อสั่งลูกน้องให้ดูแลตนให้ดี หลายคนใบหน้าซีดเพราะโดนดุ ชายหนุ่มจับมือแม่
“แม่ครับพ่อรักผม ห่วงใยแม่ ถ้ายังไงแม่กลับมาบ้านนะครับ”
“ไม่มีทาง ลูกจะรู้อะไร”
เรื่องแบบนี้จะเข้าข้างใครก็ไม่ได้ คนหนึ่งพ่อ คนหนึ่งแม่ เดชาธรเลิกพูดเรื่องนี้ เดินเข้าห้องโดยมีแม่เข้าไปเดินตรวจความเรียบร้อยให้
กี่ปีผ่านไปเขายังเหมือนเด็กน้อย ทั้งที่เติบโตบินอย่างแข็งแรงในโลกเบี้ยวๆ ใบนี้
เขามองแม่ด้วยความรักใคร่ ขอตัวไปห้องน้ำ แม่ยิ้มให้
“แม่พูดไปอย่างนั้นแหละว่าจะนอนกับลูก ตามสบายนะ แม่ไม่กวนแล้ว”
เขาเป็นคนติดห้องนอนมาก ไม่ว่าที่บ้านหรือคอนโดแม่รู้ดีแต่วันนี้กลับคิดถึงกระท่อมหลังเล็กแห่งนั้น และคนที่แวะเวียนมาดูแล ชายหนุ่มมองดวงจันทร์
ภาวนาให้เธอเจอความสุข อย่าทุกข์ใจเรื่องที่โดนถอนหมั้น
“ลูกนมอุ่นๆ แม่วางไว้นะ”
“ครับแม่”
“ท่านประธานยังดื่มนมเหรอครับ ชอบดื่มจากแก้วด้วย”
เดชาธรเดินออกมาไม่สนใจคำเย้า “เข้ามาทำไมหือ ไปนอนได้แล้ว”
อชิระนั่งลงที่โซฟา “ได้ข่าวเลยรีบมาแจ้งครับเดี๋ยวจะหาว่าไม่ทำงานทำการ”
“เรื่องนั้นหรือ”
“ครับ คู่หมั้นนางตานีคนสวยรวยทีเดียว ตระกูลลือพาณิชย์ครับ”
“นายจะบอกว่านายนั่นมีเงินมากกว่าฉันหรือ และพูดให้ถูกเขาเป็นแค่คนเคยหมั้นหมาย”
ทำไมรู้สึกไม่เข้าหู
อชิระหัวเราะเบาๆ “อย่าบอกว่านะครับว่าคิดจะจริงจังกับเด็กสาวคนนั้น…”
“ออกไป ”
ท่าทางแปลกๆ จะไม่ให้นายอชิระคิดได้ยังไง ดังนั้นจึงมองเจ้านายไม่กะพริบตา
“ถ้าอย่างนั้นพอแค่นี้ใช่ไหมครับ”
“ไว้ถ้าต้องการอะไรจะบอกอีกครั้งแต่ตอนนี้มาทำแผลให้ฉันก่อน”
นายเอี้ยวมองผ้าก็อตที่แขน อชิระเดินไปใกล้
“มือผมไม่นิ่มเหมือนกับมานางผมยาวตานีบ้านนั้นนะครับ”
แววตาคมกริบจ้องคนสนิท อชิระหุบปาก พยักหน้า
