3 คนเจ็บไม่อยากกลับ
ปัง!
เดชาธรเซ รีบหยิบปืนเพราะรับรู้ถึงอันตราย ขณะจะเร่งเครื่องยนต์เรือ ปรากฏว่าน้ำมันหมด ชายหนุ่มมองท้องน้ำที่มืดมิด
คืนนี้มีเพียงดาว ไฟดันมาดับซะได้ รู้ว่าคงลำบากถ้าอยู่บนเรือ เพราะมองเห็นเรือสองลำที่ตรงมาหา
เขากระโดดลงน้ำ เริ่มว่ายไปหาฝั่งแม้จะไร้แสงนำทาง
เปรี้ยง!
“ไอ้พวกนี้มันเป็นใคร ดูท่าจะเล่นไม่เลิก”
ชายหนุ่มดำผุดดำว่ายจนเกือบถึงฝั่งดันมีร่างใหญ่ที่ว่ายน้ำตามมาดึงลากขา
เดชาธรดิ้นสุดแรง เขาเล่นมวยปล้ำกับคนร้าย แลกหมัดอุตลุด
นานจนเริ่มหมดแรง ระหว่างนั้นได้ยินเสียงใครตะโกนโวยวาย และก่อนที่เสียงจะเงียบไป อาการแปลบปลาบวิ่งสู่ร่างกาย
เขาโดนของมีคมแทงลงบนร่างกายเข้าแล้ว
ตาย เขาต้องมาตายในน้ำ ดวงตาฝ้าฟางมองใต้น้ำซึ่งมีเลือดเขาผสมเรื่อยๆ
“คุณ คุณ”
ก่อนจะจมหายลงในน้ำ เหมือนมีเนื้อนุ่มหยุ่นมาทาบที่แผ่นหลัง ดันเขาขึ้นจากแผ่นน้ำ ชายหนุ่มจ้องใบหน้าขาว ผมยาวที่เปียกลู่ถึงกลางหลัง เนินอกสวย
ไม่น่าเชื่อ ตอนนั้นเขายังมีสติ
ดูเหมือนมีมือหนึ่งตบหน้าเขาแรงๆ กดหน้าอก
เขากระอักน้ำออกมา
แต่ที่ว่าตนเองเก่งก็หยุดลง เพราะไม่นานก็เริ่มหมดแรงก่อนจะสลบไปเพราะเสียเลือด แต่เขาแน่ใจ เขาจะไม่ตายง่ายๆ
ใครทำร้ายเขาต้องได้คืนกลับไปพันเท่า
หลังจากฟื้นเขาได้เจอคนที่ช่วยเหลือ หลับๆ ตื่นๆ ก็ได้ยินว่าชื่อสาม กลิ่นหอมๆ ของเธออยู่ใกล้เขาตลอดเวลานับแต่ได้รับความช่วยเหลือ ช่วยเช็ดตัว ทำแผล ป้อนน้ำ ยา
สองสัปดาห์ยาวนานเหมือนหลายเดือนที่ต้องรบกวนเธอ คราวต้องจากมากลับทำเธอเดือดร้อนอีก เดชาธรหันกลับไปมองแผ่นน้ำ
“อยากลงไปเล่นอีกหรือครับ”
“ลงแล้วจะทำไม ฉันหนังเหนียวไม่ตายง่ายๆ หรอก แกเป็นหนอนหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ไปบอกคนที่แกส่งข่าวให้เขารู้ด้วย”
อชิระยิ้มทั้งที่ไม่ได้สนุกในสิ่งที่ได้ยิน เหตุเพราะวันนั้นทำให้ตนคิดเสมอว่าทำงานบกพร่อง ฉันทัชที่ขับเรือนิ่งฟังคนทั้งสอง อชิระชวนเจ้านายพูดเรื่องอื่น
“ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นสวยนะครับ”
“เห็นเขาตอนไหน” เดชาธรถามสายตาหันมองท้องน้ำที่มีใบหน้าเด็กสาว
เขาเป็นไปได้ขนาดนี้ ชายหนุ่มที่หน้าบึ้งเสมออมยิ้ม อชิระเอียงคอมอง
“ก็ผมมานอนกับแม่นางตานีตั้งหลายคืน มองนายอยู่ห่างๆ เธอทำราวกับนายเป็นญาติสนิท ไม่กลัวจะช่วยเหลือ สภาพนายไม่ต่างกับโจรนะครับ”
“ถามสั้นๆ ร่ายเสียยาว แล้วนายพูดอะไร เรื่องความหล่อฉันเคยแพ้ใครบ้าง ก็แค่ตอนขับเรือออกมาไม่ได้โกนหนวดเครามาหลายวันก็เท่านั้น”
อชิระกลอกตายื่นกระจกให้คนหลงตนเอง คนโดนว่าเป็นโจรมองใบหน้าตนในกระจก ใช้มือลูบไล้
“ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร”
“ครับๆ ตามนั้น”
หวังให้เจ้านายคิดเรื่องอื่นบ้าง นอกจากการตามหาคนร้าย และเหมือนนายจะเข้าใจ
“เรื่องหนวดเรื่องไม่หล่อจะสำคัญอะไรในเมื่อหนวดหาย ฉันก็คือประธานผู้หล่อเหลาที่สุด อายุน้อยที่สุดซึ่งประสบความสำเร็จไม่ใช่หรือ”
อชิระกลอกตาอีกครั้ง “ครับๆ และยังโสด ตอนนี้เพื่อนๆ นายมีเมียกันไปหมดล่ะ”
เรื่องหลงตัวเองของท่านประธานช่างค้านกับใบหน้าที่เงียบขรึม และไม่ต้องเบื่อจะฟังเรื่องอวยตนเอง มันจะมีให้ได้ยินวันละหลายๆ ครั้ง
“อย่าพูดมาก ฉันทัชขับเร็วกว่านี้อีก เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องสำคัญ ใครอยากแต่งก็แต่ไปสิวะ”
“ครับ”
ฉันทัชมองหน้าอชิระ นัยว่าพูดมาก อชิระทำหน้าบึ้ง
“ยุ่ง”
“พอๆ”
“ครับ”
“เลิกเสือก”
ฉันทัชอมยิ้มสะใจ อชิระอยากถีบฉันทัชให้ตกเรือแต่ที่พูดคือ
“ตามนั้นครับ”
ดูเหมือนนายจะไม่เร่งรีบเรื่องตามหาคนร้าย ทั้งที่เป็นเรื่องความเป็นความตาย สงสัยจะมีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่า
เดชาธรหยุดการสนทนากับคนสนิท มองข้อมือ ไม่มีนาฬิกา ชายหนุ่มลูบข้อมือเพราะไม่ชิน
เรือเริ่มเร็วอย่างที่ต้องการ แต่ใจประธานใหญ่ผู้ไม่เคยหวั่นไหวกับสาวคนไหนง่ายๆ กลับล่องลอยหวนคืนสู่ดงกล้วยซึ่งเคยใช้เป็นที่หลบภัย รักษาบาดแผล
ป่านนี้เธอจะมาหาเขาพร้อมอาหารละมุนลิ้น
เธอจะคิดถึงลุงหน้าหนวดบ้างหรือเปล่า
มือใหญ่ยกขึ้นลูบหนวดเคราอีกครั้ง ซึ่งกลับไปคงต้องโกนออก และหวังว่าสักวันหนึ่งสาวน้อยคนนั้นจะเจอเขาที่ไม่ใช่ทรงโจร
“คิดอะไรครับท่านประธาน”
“เลิกมาเข้าสิงความคิดฉันได้ไหม ”
“ผมทำงานพลาดไปหนึ่งครั้ง ต่อไปไม่มีทางให้คลาดสายตา” อชิระเสียงหนักแน่น ท่านประธานลูบแผลที่โดนกรีดด้วยมีดปลายแหลม
พลาดหรือ คนเราก็ต้องมีบ้างจะได้เผยหน้าศัตรูที่แอบในมุมมืด
ผ่านไปครู่ใหญ่ท่านประธานใหญ่ที่มีธุรกิจมากมายและมีศัตรูทางธุรกิจมากมายไม่แพ้กันขึ้นจากเรือsearay 205 ใหม่เอี่ยม เดินไปขึ้นรถหรู
“พารถกันกระสุนมาเลยหรือ ใครจะกล้าทำอะไรอีก”
ว่าแล้วหันมองลูกน้อง
“กันไว้ก่อนก็ดีนะครับ”
“นายก็พูดได้เหรอฉันทัช”
ฝ่ายนั้นก้มหน้า อชิระพยุงร่างใหญ่แต่โดนสะบัดมือให้ห่าง
“เดินเองได้น่า”
“ไหนเวลาอยู่ต่อหน้าสาวคนนั้นบอกตลอดว่ายกหัวแทบไม่ไหวครับ”
ท่านประธานทำหน้าขรึม “ไม่ใช่เรื่องนาย ไปๆ กลับ”
อชิระหันยิ้มกับฉันทัชแต่ฝ่ายนั้นไม่ยิ้มตอบ เดินไปทำหน้าที่ขับรถ อชิระพึมพำ
“ไอ้บ้านี่ วันๆ กลัวพิกุลร่วง”
ฉันทัชเป็นคนของแม่เจ้านาย อชิระไม่กล้าพูดมาก แม้จะเห็นกันมานาน แต่ไม่เคยเข้าถึงมันสักที
“คุณแม่ล่ะ” ว่าจะไม่ถามถึงเพราะกลัวเรื่องจะยืดยาวแต่ก็ต้องถาม
“ร้องไห้ทุกวันครับ รออยู่ที่บ้าน”
แม่ซึ่งอยากตัดขาดจากโลกภายนอกเพราะตรอมใจเรื่องพ่อ คราวนี้ต้องออกจากวัดมาหาตน เดชาธรรู้สึกผิด เขาบอกให้อชิระแวะร้านตัดผมเจ้าประจำเพื่อเอาหน้ากากโจรออกไป เพื่อให้แม่สบายใจ
เวลาเดียวกันขณะที่เดชาธรเดินทางกลับ ร่างอวบด้วยวัยสาวสะพรั่งพาความสูง 157 เซนติเมตรวิ่งเหยาะๆ นัยน์ตาสีดำก้มมองนาฬิกาเรียบหรู
รู้สึกใจหายเมื่อลุงคนนั้นจะไป จะเจอศัตรูหรือเปล่าน่า ขออย่าได้เจอ เธอหยุดวิ่งหันมองที่กระท่อมซึ่งเห็นไกลๆ
“สองอย่าร้องไห้ได้ไหม ทุกอย่างจะเรียบร้อยนะครับ”
เสียงคุ้นหูในสวนนั่งเล่นที่มีต้นไม่ใหญ่ทำให้ร่างอวบเดินเข้าไปดู เสียงร้องไห้ มันเรื่องอะไรกัน คือใคร? เธอเก็บนาฬิกาไว้ในกระเป๋ากางเกง
ภาพที่เห็นทำให้หญิงสาวเอามือปิดปาก คู่หมั้นเธอกับธิติสากำลังกอดกันแน่น ก่อนทั้งสองจะจูบกันอย่างดูดดื่มบนแคร่ตัวเตี้ย
พี่สอง อุจาดตา!
ธิกานต์ดามือสั่น ใจจุกเจ็บ นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่ไว้ใจใส่ร้ายกัน ทำไปเพียงเพราะต้องการได้ผู้ชายคนนี้ ทั้งๆ ที่รู้ถ้าเธอไม่ได้แต่งงานกับลือศักดิ์ พ่อจะไม่ส่งเสียให้เธอได้เรียนอีก
น้ำตาหญิงสาวซึม บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร โกรธ เกลียดเจ็บใจ คนที่ดีมาตลอดอย่างพี่สองทำกับเธอได้ บ้านหลังนี้ไม่มีผู้หญิงคนนี้เธอก็เหลือแต่ป้าสุคนธ์
เหมือนป้าจะเดินมาเธอรีบเดินกลับไปบ้าน
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คิดเสียว่าเป็นเรื่องดีที่ได้รู้ว่าลือศักดิ์ไม่ได้รักเธอ ที่ผ่านมาเขาเพียงต้องการทำตามข้อตกลงของพ่อเขา เพราะแม่เคยเป็นเพื่อนกับฝ่ายนั้น และได้สัญญาเรื่องนี้ไว้
จะให้ลูกทั้งสองได้แต่งงานกัน
แต่ตอนนี้เมื่อเธอเป็นคนผิดสัญญาเขาก็ไปจากเธออย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียอะไร
ทว่าแม้ปลอบตนเองเท่าไหร่ ความเจ็บใจก็ยังไม่สูญหาย
ใบหน้าธิติสาและแม่เลี้ยงตามมาหลอกหลอน เธอรู้สึกเจ็บใจ จนไม่อาจนิ่งดูดาย
ธิกานต์ดาเดินกลับห้อง มองรอบห้องด้วยความคับแค้นใจ
ไล่เธอ พ่อคงคิดจะทำอยู่เพราะมีแรงยุของแม่เลี้ยง สาวน้อยหยิบมือถือมองเบอร์คู่หมั้น คิดว่าจะทำอย่างไรดีกับเรื่องนี้
