2 กลั้นอารมณ์อยากได้
“มาค่ะจะทำแผลให้”
มือนิ่มป้วนเปี้ยนที่แขน แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเขากลับหลับตาสูดกลิ่นหอมจากเรือนกายสาว
สองสัปดาห์กว่าที่กลิ่นหอมแบบนี้อยู่ใกล้ๆ ตัว เขาลืมตาขึ้นเมื่อคิดว่าจะไม่ได้ใกล้เธออีก
เหงื่อเม็ดเล็กผุดที่หน้าผากซึ่งมีไรผม
อากาศร้อนมาก เขาอยากเอามือไปเช็ดให้ แต่กำหมัดไว้ กลัวตนเองจะทำอย่างที่คิด
แต่คนอย่างเขากลัวอะไรแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แปลกใจตนเองนัก
“ดูแลอย่าให้ถูกน้ำล่ะ หลายวันมานี่ฉันเช็ดตัวให้ลุง แต่ถ้าลุกขึ้นได้ก็อาบน้ำล่ะ โกนหนวดด้วย”
เขามองเธอ มองแก้มป๋อง สาวน้อยรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว เธอไม่คุ้นกับสายตาแบบนี้
คู่หมั้นยังไม่เคยจ้องจะไม่ให้ใจสั่นได้อย่างไร
“ครับคุณพยาบาล”
จะไปยุ่งอะไรกับหนวดของลุงคนนี้ น่าตีปากนัก
ดวงตาคนทั้งสองสบกัน พยาบาลจำเป็นรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก เธอรีบทำแผล จังหวะนั้นป้าสุคนธ์เข้ามา บอกอย่างร้อนรนว่ากำนันทศจะมาที่นี่อีกถ้าเธอยังไม่กลับ
“ป้าช่วยทำให้เสร็จนะคะ”
“จะไปแล้วหรือ”
“อือใช่”
คนเจ็บเอื้อมไปหยิบบางอย่างยื่นให้ หญิงสาวมองนาฬิกาเรือนสวย
“ให้ฉันหรือ”
“ฝากไว้ก่อนนะ แล้วจะมาเอาคืน”
“อ้าวแบบนี้ไม่เอาหรอก แล้วของปลอมใช่หรือเปล่า จะได้สักกี่ตังค์ ไม่พอให้พ่อหายโกรธ”
เจ้าของนาฬิกาขมวดคิ้วก่อนจะพูด “ของแท้”
หญิงสาวจ้องดวงตาคม รู้สึกแปลกๆ เมื่อคิดว่าจะไม่เจอกันอีก
“ก็ได้ เอามา โชคดีนะ อย่าให้ใครทำร้ายอีกล่ะลุง”
เธอออกจากกระท่อม
คนแปลกหน้า มาเพื่อจากไป ธิกานต์ดาเดินกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ติดถนน
ป้าสุคนธ์ทำแผลให้คนที่รักเหมือนหลานช่วยชีวิตไว้และทำให้หลานเดือดร้อน คนข้างๆ ถามขึ้น “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะป้า”
“เพราะคุณคนเดียวทำให้ยายสามต้องตกที่นั่งลำบาก คราวนี้ต้องอยู่ที่นี่ยากแน่ๆ”
“พ่อลูกไม่นานก็คงปรับความเข้าใจครับ”
“คุณจะรู้อะไร รีบๆ โทรหาคนของคุณสิ ก่อนที่กำนันจะเอาปืนมาไล่ ”
คนเจ็บกดมือถือของคนที่จากไปแล้ว บอกคนที่จะมารับว่าอยู่ที่ไหน เมื่อเสร็จธุระยื่นให้นางสุคนธ์” ฝากขอบคุณเรื่องมือถือด้วยครับ”
นางสุคนธ์เก็บมือถือ ทำทีเดินออกจากกระท่อม…
คนด้านหลังชะเง้อมองนอกกระท่อม เธอไปแล้วจริงๆ แม่เงือกน้อย
ร่างกายหนุ่มฉกรรจ์รู้สึกพิเศษกับคนที่ช่วยชีวิตตน แต่ต่อให้รู้สึกมากเพียงไร ก็ต้องเก็บอาการ
นายจะมาหื่นตอนนี้ไม่ได้ นั่นมันคนมีบุญคุณ ไม่ใช่สาวๆ ใกล้มือที่ต้องการเมื่อไหร่ก็ได้
ร้อนๆ หนาวๆ เหมือนจับไข้เพราะความต้องการด้านมืดมาไม่รู้จักเวล่ำเวลา เดชาธรดื่มน้ำอึกใหญ่
เรื่องแขนน่ะหรือ หายเจ็บหลายวันแล้ว ที่แกล้งเจ็บเพราะอยากอยู่ใกล้พยาบาลอายุน้อยต่างหาก
เป็นครั้งแรกที่อยากได้ผู้หญิงแต่ต้องเก็บกลั้นอารมณ์ ประธานหนุ่มต้องสูดลมหายใจลึกๆ บอกให้น้องชายในกางเกงยุบหนอ ยุบหนอ…
เดินฝ่าดงกล้วยโดยมีคนสนิทสองคนเดินขนาบ เดชาธรเอี้ยวหลังมองกระท่อมเล็กๆ ร่มรื่นด้วยต้นไม้อีกครั้ง
“รอใครหรือเปล่าครับนาย” อชิระสงสัย
“ไม่มี ไปกันเถอะ”
เดชาธรรีบเดิน นางสุคนธ์มาแอบมอง เห็นเรือ คนที่มารับคนเจ็บก็ตาโต
ใครละเนี่ย ดูมีเงิน แต่เมื่อคนที่ช่วยเหลือเห็นตนก็รีบหลบเดินกลับบ้าน
“กลับกันได้แล้ว สืบรู้ว่าใครทำร้ายฉันแล้ว เราก็กลับบ้านกัน”
อชิระคนติดตามบอสใหญ่แห่ง ดี เอ็น เอ็น คอเปอร์เรชั่น คนที่ลูกน้องไม่เคยกล้าสู้สายตา คงมีเพียงเขาละมั้งที่กล้าทำอย่างนั้น เหตุเพราะรับใช้ใกล้ชิด
ฉันทัชออกเรือ
แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งทอดยาวมาอีกจังหวัดเกือบกลืนกินร่างตนเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เดชาธรมองแผ่นน้ำที่สงบนิ่ง
โดนแทงจนร่วง แต่ไม่ตาย
เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ต้องขอบใจสาวร่างอวบที่ช่วยชีวิต
แทนที่จะคิดจัดการคนที่ส่งคนมาทำร้ายตน เดชาธรหลับตาคิดถึงวันนั้นที่ขับเรือออกมาจากท่าน้ำหลังบ้าน
เดชาธร คณาธิกร ชายหนุ่มที่คร่ำเคร่งกับการทำงานแทบไม่เว้นแต่ละวัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นนักรักชั้นดีที่สาวๆ ต่างเข้าหาไม่ขาดสาย ทว่าไม่เคยมีท่าทีว่าชายหนุ่มจะยอมลงเอยสู่ประตูวิวาห์กับใคร เขาชอบขับเรือเพื่อผ่อนคลายในวันหยุด วันนี้ก็อีกวัน คนติดตามอีกสองคนอยู่บนเรืออีกลำ เวลาประมาณบ่ายสี่โมงอชิระโทรเข้าหาเพื่อชวนกลับชายหนุ่มหุ่นนักกีฬากลับไล่ฝ่ายนั้นให้กลับก่อน
“ถ้าไม่กลับผมจะตามนายไปด้วยครับ”
ฝ่ายนั้นไม่ยอมแต่ฉันทัชเลขาของแม่บอกจะกลับก่อนเพราะต้องเข้าไปโรงแรมเนื่องจากที่นั่นมีงานแต่งดาราชื่อดัง
“ไปทั้งสองคนนั่นแหละ”
เสียงจริงจังยืนยันอชิระไม่กล้าขัดใจ เพราะนานทีเสียงจะเข้มแบบนี้ เดชาธรจึงขับเรือช้าๆ
ห่างจากบ้านมาหลายกิโลเมตร จวบจนพลบค่ำ ตัดสินใจจอดเรือนอนอ่านหนังสือ รับลมชมวิว คิดว่าอีกสามสิบนาทีคงได้เวลากลับ
ทว่าถึงเวลานั้นดันมีเสียงปืนดังสนั่น
