3#งานพิเศษ
“ถ้ากลัวขนาดนั้นมาทำงานแบบนี้ทำไม”
เธอได้ยินน้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามขึ้นซึ่งก็รู้ดีว่าเขาถามเธอ แต่ลัลณ์ลลินก็ไม่กล้าหันกลับไปมองว่าเขาหันมาทางเธอหรือไม่ เพราะหลังจากที่เขาเอ่ยถามก็ยังคงได้ยินเสียงเขาคุยกับเพื่อนในกลุ่มพร้อมเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ เขาอาจจะเพียงแค่พูดขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้อยากรู้คำตอบจริงจังก็ได้
คำถามของเขาลัลณ์ลลินไม่ได้ตอบออกไป เธอได้แค่เพียงตอบคำถามนั้นภายในใจ ก็เพราะเงินยังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเงินเธอคงไม่ต้องมาทนนั่งอึดอัดอยู่ตรงนี้ คนอย่างพวกคุณไม่มีวันรู้หรอกว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทมันยากเย็นแสนเข็ญเพียงไหน
เขาคนนั้นลุกออกไปจากโต๊ะพร้อมๆ กับคุณกันต์กวินท์เจ้าของร้านทำให้แผ่นหลังเปลือยเปล่าว่างโล่งอย่างบอกไม่ถูก ลัลณ์ลลินยกมือถือขึ้นมาดูเวลา รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากอิ่มทันทีเพราะได้เวลาที่ร้านจะปิดแล้ว ลูกค้าที่โต๊ะวีวีไอพีกำลังทยอยลุกออกไปจากโต๊ะจนเกือบหมด
เหลือแค่เพียงแขกวีไอพีคนที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมาทั้งคืนกำลังเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มตัวลงมาหา ลัลณ์ลลินถอยหลังหลบทันทีด้วยความตื่นตกใจ เขาคนนั้นหัวเราะลั่นกลิ่นวิสกี้ฉุนลอยคละคลุ้ง
“ไว้เจอกันอีกนะคนสวย” เขาบอกพร้อมกับเดินหัวเราะออกไปจากบริเวณโต๊ะ
“เฮ้อ! ในที่สุดงานเราก็สำเร็จลงไปได้ด้วยดี ไปรับเงินกัน!” เสียงใบเฟิร์นเอ่ยขึ้นเมื่อแขกคนสุดท้ายของโต๊ะลุกออกไป
ใบเฟิร์นพาลัลณ์ลลินมาหาพี่พอลล่าที่หน้าเคาน์เตอร์ของร้าน เมื่อเห็นว่าพี่พอลล่ายังคงวุ่นอยู่กับงานลัลณ์ลลินจึงขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเพื่อจะได้กลับบ้านเลยหลังจากรับเงินค่าจ้าง
“เก่งมากจ้ะสาวๆ” เสียงพี่พอลล่าเอ่ยชมพร้อมกับยื่นซองใส่เงินสดให้กับสองสาว
“โดยเฉพาะน้องลัลพี่มีเรื่องจะบอก” พอลล่านั่งลงเก้าอี้ตัวที่ว่างตรงข้ามกับลัลณ์ลลิน
“ลัลทำให้แขกไม่พอใจใช่ไหมคะพี่พอลล่า” น้ำเสียงที่รู้สึกผิดเอ่ยขึ้นเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โต๊ะกับแขกคนสำคัญของเจ้าของร้าน
“เปล่าเลยจ้ะ มีแขกคนสำคัญเขาถามถึงลัล”
“คนไหนคะ แล้วถามถึงลัลเรื่องอะไรคะพี่พอลล่า”
ลัลณ์ลลินเริ่มกังวลเพิ่มขึ้นเมื่อนึกไปถึงแขกคนนั้นที่เขาแตะอั๋งเธอทุกครั้งที่มีโอกาส จนทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนต้องนับเวลาถอยหลังเพื่อให้งานจบลงโดยเร็ว
“ลัลสนใจทำงานพิเศษไหม” พอลล่าถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งสายตาจ้องมองมาที่เธอ ไม่ได้มีวี่แววของการล้อเล่นแต่อย่างใด
“งานพิเศษอะไรเหรอคะ?” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินคำถามนั้น
“พิเศษแบบอย่างว่าเหรอพี่พอลล่า” ใบเฟิร์นที่นั่งฟังอยู่ด้วยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
“ใช่จ้ะ ลัลสนใจไหม มีคนสนใจลัลนะ แต่พี่บอกไม่ได้ว่าเขาเป็นใครเพราะคุณกันต์กวินท์ก็ไม่ได้บอกพี่เหมือนกัน”
เสียงของพอลล่าที่พูดเรียบๆ ไม่ได้พูดจีบปากจีบคอเหมือนทุกครั้ง ทำให้ลัลณ์ลลินยิ่งอยากรู้ว่างานพิเศษคืองานอย่างที่เธอคิดหรือไม่และลูกค้าคนนั้นคือใคร
“ถ้าเป็นงานอย่างว่าจริง ลัลไม่ทำหรอกค่ะพี่พอลล่า” เธอปฏิเสธออกไปทันทีเพราะไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องทำถึงขนาดนั้น
“ลัลเอากลับไปคิดดูก่อนก็ได้ เพราะเขาเสนอเงินเดือนมาสูงลิ่วเลยนะ”
“เท่าไหร่เหรอพี่พอลล่า!” ใบเฟิร์นถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เดือนละสองแสน แต่เขาไม่ได้อยู่เมืองไทยตลอดหรอกนะ ไปๆ มาๆ ระหว่างประเทศ เพราะเขามีธุรกิจในต่างประเทศด้วย เห็นคุณกันต์กวินท์บอกว่าเขาเป็นคนดี ยังไม่มีลูกเมีย”
“พี่ว่าเขาคงแค่อยากเลี้ยงไว้คลายเหงาตามประสาหนุ่มโสดล่ะมั้ง” พอลล่ากล่าวความคิดเห็นของเธอในตอนท้าย
“สองแสน!!” เสียงใบเฟิร์นดังลั่นร้านก่อนที่จะค่อยๆ ยกมือขึ้นปิดปาก ตาค้าง
“งานนี้ขอใบเฟิร์นรับแทนได้ไหมพี่พอลล่า” ใบเฟิร์นเอื้อมมือไปจับมือใหญ่ของรุ่นพี่คนสนิทพร้อมส่งสายตาอ้อนวอน
แป๊ะ!!
“นี่แน่ะ! เขาไม่ได้อยากได้แก! เขาอยากได้น้องลัล”
พอลล่าใช้นิ้วมือใหญ่ดีดหน้าผากกลมมนของรุ่นน้องไปพร้อมกับหันมาทางลัลณ์ลลินอีกครั้ง
“ลัลเอากลับไปคิดดูก่อนก็ได้ แค่ไปเจอเขาเวลาที่เขาอยู่เมืองไทยไม่ได้ไปอยู่กับเขาทุกวันหรอก คนนี้ดีคุณกันต์กวินท์เขารับรอง เงินเดือนตั้งสองแสนไม่ได้หากันง่ายๆ ก็แค่เอาใจเขาเดือนละไม่กี่ครั้ง พอเขาเบื่อเขาก็หาคนใหม่ ถึงตอนนั้นลัลอาจจะมีเงินเก็บก้อนโตแล้วก็ได้”
เสียงห้าวของพอลล่ายังคงพูดต่อเรื่อยๆ ยิ่งทำให้ลัลณ์ลลินเริ่มคิดตาม เงินก้อนโตต่อเดือนกับงานพิเศษเพียงไม่กี่ครั้งเหมือนที่พี่พอลล่าบอกกำลังดึงดูดคนที่หาเงินด้วยลำแข้งของตัวเองมาตั้งแต่เด็กอย่างยากลำบาก
“งานก็คือ…แค่เอากันอาทิตย์ละครั้ง เสร็จแล้วก็แยกย้ายแบบนี้เหรอพี่พอลล่า” เสียงใบเฟิร์นผู้ช่างเจรจาถามขึ้นพร้อมหัวเราะเสียงใส
“เออๆ ก็ประมาณนั้นแหละ” พอลล่าพลอยหัวเราะไปกับคำพูดที่ตรงประเด็นของรุ่นน้องคนสนิท
“ก็น่าสนอยู่นะลัล ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราทำอะไรแลกกับเงินก้อนโต เผลอๆ ลัลอาจจะช่วยยายโปะหนี้บ้านได้เลยนะนั่น”
ใบเฟิร์นหันมาบอกอีกครั้งยิ่งทำให้คนที่เห็นยายลำบากมาตั้งแต่เด็ก ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อแลกกับเงินเดือนอันน้อยนิดเลี้ยงดูเธอมาจนโตเริ่มคล้อยตาม
“เอากลับไปคิดดูก่อนยังไม่ต้องตอบรับหรือปฏิเสธ คุณกันต์กวินท์เจ้าของร้านเป็นคนมาบอกเรื่องนี้กับพี่เอง แสดงว่าเพื่อนเขาคนนี้อยากได้ลัลจริง”
“แล้วถ้าลัลรับงานนี้ ต้องเริ่มงานเมื่อไหร่คะ” ลัลณ์ลลินถามกลับไปเผื่อไว้…เผื่อว่าจะรับทำสักเดือนสองเดือน เผื่อจำเป็น!
“เริ่มงานคืนพรุ่งนี้จ้ะ”
“ถ้าลัลรับงานนี้จริงต้องเซ็นสัญญาจ้างงานก่อนนะ เพราะคุณลูกค้าคนนี้เขาเป็นคนชัดเจน จะลองอ่านสัญญาก่อนไหมพี่จดมาให้แล้ว มีไม่กี่ข้อหรอก”
“ห๊ะ! จริงจังมากแม่ ถึงขั้นเซ็นสัญญาเลยเหรอพี่พอลล่า” ใบเฟิร์นพูดขึ้นมาพร้อมทำตาโต หัวเราะเสียงใส
“อันนี้แกห้ามดู เขาให้ดูได้เฉพาะน้องลัลเท่านั้น” พอลล่ายื่นกระดาษสีขาวมาให้ ลัลณ์ลลินรับมาเปิดอ่านทีละบรรทัดด้วยความสนใจ
สัญญาจ้างงานพิเศษ
เจอกันทุกคืนวันศุกร์
เมื่อไปถึงห้องให้อาบน้ำเตรียมตัวให้พร้อมขึ้นเตียง
ห้ามถามเรื่องส่วนตัว ห้ามปฏิเสธเมื่ออยู่บนเตียง
ห้ามให้คนอื่นรู้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร
ห้ามแสดงความเป็นเจ้าของ
และ…ห้ามตกหลุมรักผู้ว่าจ้าง
ลัลณ์ลลินอ่านข้อความสั้นๆ แต่กระชับนั้นหลายรอบก่อนจะพับเก็บเข้ากระเป๋าสตางค์แล้วถ้าฝ่ายเธอจะขอเพิ่มเติมสัญญาบางข้อด้วยจะได้ไหมนะ
“แล้วถ้าลัลขอเพิ่มสัญญาฝั่งของลัลบ้างจะได้ไหมคะ”
“ก็ถ้าลัลรับงานนี้แล้ว ลองขอคุณเขาดูก็ได้จ้ะ” พอลล่าตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้กำลังใจเธอ
รถแท็กซี่เข้ามาจอดหน้าประตูรั้วบ้านหลังเล็กในเวลาเกือบตีสอง ลัลณ์ลลินเปิดประตูเข้าบ้านแล้วเลยเข้าไปดูยายในห้อง โคมไฟหัวเตียงยังคงเปิดไว้ให้แสงสว่างในห้องพอสลัว มือเล็กวางแตะลงบนแก้มที่เหี่ยวย่นสัมผัสได้ถึงความร้อนผะผ่าวของพิษไข้ยังคงอยู่
“กลับมาแล้วเหรอลูก” ยายสมพรลืมตาขึ้นมองหลานสาวตัวน้อยที่นั่งอยู่บนฟูกข้างที่นอนเธอ
“กลับมาแล้วค่ะ ยายเป็นยังไงบ้างดีขึ้นบ้างไหมคะ”
“อือ ก็ยังปวดเมื่อยตามตัวไม่หาย นอนพักสักคืนพรุ่งนี้เช้าก็น่าจะดีขึ้นแล้ว” เสียงคนป่วยที่บอกว่าตัวเองกำลังจะหายในพรุ่งนี้เช้าเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
“ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่หายเราไปโรงพยาบาลกันนะคะยาย”
“พรุ่งนี้ยายต้องไปทำงาน ลาได้แค่วันเดียว”
ก้อนสะอื้นขึ้นมาจุกตรงคอหอย คนไม่มีเงินแม้แต่ในยามเจ็บป่วยหนักหนาเพียงไหน แต่ในใจยังคงต้องคิดถึงเรื่องทำงานเพื่อหาเงินอยู่เสมอ
“ถ้าลัลเรียนจบแล้วจะหางานทำ ยายไม่ต้องทำงานแล้วนะจ๊ะ” ลัลณ์ลลินพยายามบอกยายด้วยน้ำเสียงสดใสกลบเสียงสะอื้นที่ดังอยู่ข้างใน
“หนี้บ้านเราเหลือแค่ห้าแสนเอง ช่วยกันทำงานหาเงินสองคนจะได้มีเงินเก็บและปิดหนี้บ้านไวๆ ดีไหมลูก” ยายพูดพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ในขณะที่ดวงตายังคงปิดสนิทเพราะพิษไข้ที่กำลังรุมเร้า แม้นว่าจะต้องเกษียณอายุงานในปีนี้แล้วแต่ยายของเธอก็พูดเสมอว่าจะขอให้ทางบริษัทช่วยต่อสัญญาจ้างรายปีออกไปอีกจนกว่าเธอจะทำงานในตำแหน่งแม่บ้านไม่ไหว
“ยายนอนพักเถอะจ้ะ เอาไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง”
มือน้อยดึงผ้าห่มขึ้นคลุมคุณยายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปที่ห้องนอนของตัวเองเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมานอนเป็นเพื่อนยายอีกครั้ง
“อือ”
เสียงครางของยายปลุกให้ลัลณ์ลลินตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับใหลไปในช่วงใกล้รุ่ง เพราะเธอต้องคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คุณยายทั้งคืนเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายจากพิษไข้
ลัลณ์ลลินลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบเข้ามาหายายเพื่อจะพาไปโรงพยาบาล
“ลุกไหวไหมคะยาย ไปโรงพยาบาลกันเถอะค่ะ ลัลเรียกแท็กซี่มารอที่หน้าบ้านแล้ว” มือเล็กค่อยๆ ประคองร่างผอมบางที่สั่นเทาเพราะพิษไข้ออกไปขึ้นแท็กซี่ที่หน้าบ้าน
ลัลณ์ลลินมองกลับไปที่เตียงคนไข้สายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางลงไปที่แขนผอมบางที่กรำงานหนักมาทั้งชีวิต
“คุณยายเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องนอนโรงพยาบาลสักสองสามวันค่ะ ไม่ทราบว่าคนไข้จะพักห้องพิเศษหรือห้องรวมดีคะ” คุณพยาบาลแจ้งลัลณ์ลลินในขณะที่คุณยายหลับอยู่บนเตียงคนไข้หลังจากที่คุณหมอฉีดยาและให้ทานยาแก้ไข้เรียบร้อย
“ถ้าเป็นห้องพิเศษจะมีคุณพยาบาลคอยดูแลคนไข้ให้ทั้งคืนไหมคะ” ลัลณ์ลลินถามขึ้นพลางใช้สมองคิดทบทวนอะไรบางอย่าง
“ใช่ค่ะ ถ้าญาติไม่สะดวกเฝ้าทางเรามีพยาบาลดูแลคนป่วยให้ทั้งคืนค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
“ถ้าอย่างนั้น ลัลขอออกไปคุยโทรศัพท์สักครู่นะคะเดี๋ยวจะไปติดต่อคุณพยาบาลอีกครั้งค่ะ”
ลัลณ์ลลินกดเบอร์โทรหาพอลล่าทันทีที่เดินห่างออกมาจากเตียงคนไข้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเพราะความรู้สึกสับสน อยากมีเงินเพื่อช่วยเหลือยายทั้งเรื่องหนี้สินและที่สำคัญที่สุดก็คือในยามป่วยไข้
แต่อีกใจกลับกำลังรู้สึกแย่กับสิ่งที่กำลังจะทำลงไป ซึ่งเธอต้องรีบปัดตกเพราะตอนนี้เรื่องยายสำคัญกว่าที่จะคิดถึงเรื่องอื่น
