2#อดทนเพื่อเงิน
“มีแต่ของดีๆ แพงๆ ทั้งนั้นเลย ถ้าได้ลองสักอึกสองอึกน่าจะเป็นบุญปากไม่น้อย” ใบเฟิร์นกระซิบกระซาบกับลัลณ์ลลินพร้อมหัวเราะคิกคักในระหว่างที่หยิบวิสกี้ขวดสวยเทลงบนก้อนน้ำแข็งในแก้วทรงสั้นสุดหรู
ลัลณ์ลลินผู้ไม่รู้หรอกว่าเครื่องดื่มเหล่านั้นแพงหรือไม่แพง รู้แค่เพียงว่ามือไม้ของเธอสั่นทุกครั้งที่ต้องยื่นไปรับแก้วหรือส่งแก้วเครื่องดื่มให้กับเพื่อนๆ ของเจ้าของร้านที่โต๊ะวีไอพี
มือของผู้ชายเหล่านั้นมักจะเผลอรับแก้วผิดที่เสมอเมื่อมือของเธอยื่นออกไปเพื่อรับแก้วมาเติมเครื่องดื่ม จนลัลณ์ลลินเริ่มรู้สึกอึดอัด
“ลัลไปห้องน้ำแป๊บนึงนะ เดี๋ยวกลับมาจ้ะ” เธอบอกใบเฟิร์นก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะ เพื่อออกไปหายใจหายคอพอได้ผ่อนคลายจากความอึดอัดกับงานตรงหน้าที่แสนจะยาวนานกว่าจะถึงเวลาเลิกงานในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า
รถสปอร์ตสีดำสนิท เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที ขับเข้ามาจอดบริเวณหน้าร้าน Sugar Beat Pub พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีดำ พับแขนเสื้อขึ้นเหนือข้อศอกพร้อมกับกางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบราคาแพงก้าวขาลงจากรถ
ภีมพัฒน์ ปัณณวรรธ หรือคุณภีม อายุ 34ปีเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ปัณณวรรธ กรุ๊ป ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่งและเป็นคนที่มีบุคลิกมีเสน่ห์ชวนฝัน เขาขึ้นนั่งแท่นผู้บริหารดำรงตำแหน่งประธานบริษัทมาตั้งแต่อายุยี่สิบเก้า เพราะพ่อของเขาซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัทในขณะนั้นได้จากไปด้วยอุบัติเหตุอย่างกะทันหันทิ้งธุรกิจหลายพันล้านไว้ให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาไว้กับภรรยาซึ่งเธอต้องใช้รถเข็นไปตลอดชีวิตหลังจากเกิดอุบัติเหตุในคราวนั้น
ด้วยความเก่งในงานบริหารและความฉลาดของเขา ทำให้ ภีมพัฒน์สามารถพาปัณณวรรธ กรุ๊ป ประสบความสำเร็จจนได้ขึ้นไปยืนเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุดในระดับแนวหน้าของธุรกิจประเภทเดียวกันในปัจจุบัน และต่อมาไม่นานเขาก็ได้ซื้อธุรกิจด้านการโรงแรมเพิ่มเข้ามาอีกทำให้ปัณณวรรธ กรุ๊ป ยิ่งประสบความสำเร็จสูงขึ้นไปแบบก้าวกระโดด
“เชิญทางนี้ครับ”
เขาเดินตามเด็กที่ทางเจ้าของร้านส่งให้มายืนรอและพาเขาเข้าไปด้านในของร้าน เสียงอึกทึกคึกโครมและผู้คนที่นั่งเต็มร้านทำให้เขาต้องรีบเดินตามคนของเพื่อนเข้าไปด้านในให้เร็วที่สุด
“คุณภีม! ขอบคุณมากครับที่แวะมา” เสียงเจ้าของร้านดังขึ้นมาจากอีกมุมของร้านทำให้เขาหันไปมองก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมาทันที
“คุณกันต์ ขอโทษที่ผมมาถึงช้า พอดีมีงานด่วนปลีกตัวออกมาไม่ได้เลย” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงเก้าอี้ตัวที่ว่างซึ่งตรงกันข้ามกับคุณกันต์กวินท์เจ้าของร้าน
“ไม่เป็นไรครับ เรามีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งคืน ไม่รีบๆ”
คุณกันต์กวินท์เจ้าของร้านลุกขึ้นแล้วออกไปต้อนรับผู้ชายร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาคนนั้นด้วยท่าทางสนิทสนม
“บริษัทฝั่งโน้นเป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าคุณภีมกำลังจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้วเหรอครับ”
ใบเฟิร์นมองแขกที่เข้ามาใหม่ของโต๊ะจนตาค้าง ‘คนอะไรหล่อได้ขนาดนั้นวะ’ เธอพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยื่นเครื่องดื่มให้คุณผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดของโต๊ะวีไอพี
“อืม ตอนนี้บริษัทกำลังจะเปิดโครงการใหม่แถวๆ บางนา ฝั่งโน้นก็ใกล้จะปิดโครงการแล้ว ช่วงนี้กำลังรีบเคลียร์งานฝั่งโน้นให้เรียบร้อย ต่อไปคงได้กลับมาอยู่เมืองยาวๆ เสียที” ภีมพัฒน์บอกเพื่อนที่เป็นทั้งคู่ค้าทางธุรกิจและเพื่อนสนิทของเขา
ภีมพัฒน์กับกันต์กวินท์เจ้าของร้านรู้จักสนิทสนมกันเพราะ กันต์กวินท์เป็นคู่ค้าบริษัทรับเหมารายใหญ่ของ ปัณณวรรธ กรุ๊ป ที่หันมาเปิดธุรกิจร้านเหล้าเพิ่มเพราะความชอบส่วนตัว
‘หล่อแล้วเสียงยังน่าฟังอีก’ ใบเฟิร์นนึกชื่นชมผู้ชายหล่อเหลาคนนั้น ขณะนั่งฟังชายหนุ่มนักธุรกิจคุยกันอย่างเพลิดเพลิน
“คุณภีมกลับมาอยู่เมืองไทยยาวๆ หวังว่าร้าน Sugar Beatจะได้มีโอกาสต้อนรับบ่อยๆ นะครับ” กันต์กวินท์พูดคุยกับผู้ชายคนหล่อของใบเฟิร์นอย่างสนิทสนม ทว่าในถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับเต็มไปด้วยความสุภาพและให้เกียรติเขา
“ผมจะหาโอกาสแวะมาครับ” เสียงทุ้มนุ่มบอกพลางหัวเราะเบาๆ
เนื่องจากเป็นคู่ค้ากันมานานหลายปีทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันจนถึงขั้นรู้ใจกัน ถึงแม้เขาทั้งคู่ต่างก็มีผู้หญิงที่อยากจะเข้าหาเพราะทั้งหล่อ เก่งและรวย แต่กันต์กวินท์ก็รู้ดีว่าภีมพัฒน์ยังคงครองตัวโสดและยังไม่คิดจะจริงจังกับใคร
“แล้วกลับมาอยู่เมืองไทยคราวนี้มีเด็กหรือยังครับ ถ้ายังไม่มีผมช่วยหาให้ได้นะ ช่วงนี้มีแต่นักศึกษาสวยๆ ทั้งนั้นเลย”
กันต์กวินท์ยื่นใบหน้าเข้ามากระซิบบอกเขาพลางหัวเราะอย่างคนที่รู้ใจกันเป็นอย่างดีในฐานะเพื่อนสนิทและคู่ค้าทางธุรกิจที่กำลังไฟแรงทั้งคู่
“ยังดีกว่า ช่วงนี้ผมยังต้องกลับไปทำงานฝั่งโน้นอีกสองสัปดาห์ถึงจะกลับมายาวๆ เอาไว้ตอนนั้นถ้าอยากได้จะบอกอีกที” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอกพลางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาใหม่ทางด้านหลังเขา
เจ้าของเรือนร่างที่อวดส่วนเว้าส่วนโค้งสวย ผิวขาวผุดผาดตัดกับชุดสีดำเข้ารูปที่เผยผิวตัดกับแสงไฟที่ส่องสว่างพอสลัว หากแต่ความสวยและเซ็กซี่ของเจ้าตัวก็ชัดเจนมากพอที่จะทำให้เขาเผลอมองอย่างลืมตัว
ด้วยนิสัยส่วนตัวและหน้าที่การงานซึ่งเป็นผู้บริหารมาเป็นเวลาหลายปีทำให้เขาเป็นคนช่างสังเกตุที่ละเอียดลออและใจเย็น แค่เพียงไม่ถึงนาทีทว่าสายตาคมกลับสามารถเก็บรายละเอียดของผู้หญิงที่เข้ามานั่งลงติดกับเขาทางด้านหลังได้อย่างละเอียด
เจ้าของรูปร่างสวยกลมกลึงราวกับรูปปั้น มีใบหน้าที่สวยจนเขาใจเต้น เธอไม่ใช่คนไทยแท้ ดวงตากลมโตหวานฉ่ำสีอ่อนคู่นั้นมันช่างหวานซึ้งปนเศร้าและมันก็ดึงดูดเขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ลัลณ์ลลินกลับจากไปล้างไม้ล้างมือที่ห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์ที่แสนอึดอัดกับการทำงานตรงหน้า เดินกลับมานั่งลงบนโซฟาตัวยาวซึ่งมีพนักพิงสูงแค่เอวเพื่อทำหน้าที่ของเธอต่อไปให้จบ
เนื่องจากมีแขกเข้ามาเพิ่มอีกคนหลังจากที่กลับมาจากห้องน้ำ ทำให้เธอต้องนั่งหลังชนกับแขกคนสำคัญของเจ้าของร้านที่เพิ่งเข้ามาใหม่
แผ่นหลังที่เปลือยเปล่าสัมผัสกับแผ่นหลังที่เนื้อหนั่นแน่นเต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้ออุ่นทำให้ความหนาวเหน็บจากความเย็นของเครื่องปรับอากาศในร้านคลายลงได้
‘นี่เธอแอบหาไออุ่นกับแขกอย่างนั้นหรือลัลณ์ลลิน’
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงขยับออกมาด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อแผ่นหลังจะได้ไม่ไปชนกับแขกคนสำคัญของเจ้าของร้าน
“เติมวิสกี้หน่อยครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มจากคนที่นั่งแผ่นหลังชนกันก่อนหน้าหันมาบอก ทำให้ต้นแขนแข็งแรงภายใต้เสื้อเชิ้ตเข้ารูปเบียดกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออีกครั้ง
มือเล็กนุ่มเอื้อมไปรับแก้วที่เหลือแค่เพียงน้ำแข็งก้อนเล็กจากมือเขาเพื่อนำมาเติมเครื่องดื่มตรงหน้า สายตาจ้องมองแค่เพียงมือตัวเองที่ยื่นออกไปรับแก้ว ด้วยความกลัวว่าจะโดนแขกคนสำคัญของร้านยื่นมาลูบไล้มือเล็กนุ่มของเธอเหมือนกับแขกคนอื่นๆ ในโต๊ะ ทว่าเขากลับไม่ได้ทำแบบนั้น ทำให้เธอคลายความอึดอัดลงได้บ้าง
“ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่ารับน้ำแข็งกี่ก้อนคะ”
เธอถามเขาออกไปเพราะความไม่แน่ใจ เนื่องจากว่าแขกคนอื่นๆ ในโต๊ะบางคนก็รับหนึ่งก้อนบางคนก็รับสองก้อน แต่ก็ไม่กล้าหันกลับไปมอง หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นโครมครามเพราะแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เบียดอยู่กับต้นแขนเนื้อแน่นของเขา
“แล้วคุณชอบแบบไหน” เสียงทุ้มนุ่มถามกลับมาเสียงของเขาอยู่ใกล้กับใบหูเล็กที่ตอนนี้ร้อนวูบวาบลามไปถึงแก้ม
“ทำแบบที่คุณชอบ” เขาบอกพร้อมกับขยับตัวเล็กน้อยทำให้ต้นแขนเข้ามาแนบชิดเบียดกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าเหมือนจงใจ ลัลณ์ลลิน ต้องรีบโน้มตัวลงไปข้างหน้าเพื่อตักน้ำแข็งใส่แก้วหนึ่งก้อนพร้อมรินวิสกี้สีเหลืองอำพันจากขวดแก้วทรงสวย
“ได้แล้วค่ะ”
ลัลณ์ลลินรีบหันกลับไปเพื่อยื่นแก้วในมือคืนเขา ทว่าแก้มที่ร้อนวูบวาบตั้งแต่เขาเข้ามานั่งที่โต๊ะกลับร้อนกว่าเก่า เมื่อเขาคนนั้นซึ่งควรจะหันหน้ากลับไปตั้งแต่เธอก้มลงไปชงเหล้ากลับยังอยู่ที่เดิม แก้มเนียนนุ่มชนเข้ากับจมูกโด่งเบาๆ ความร้อนวูบวาบที่อยู่แค่บริเวณใบหูกับแก้มเนียนดันแล่นปราดเข้าไปปรากฏในช่องท้องเพิ่มอีก
“หอม นุ่ม” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดมแล้วดื่มมัน ที่เขาว่าหอมและนุ่ม คือเหล้าในมือเขาไม่ใช่แบบที่เธอคิด! เขาไม่ได้หมายถึงแก้มเธอลัลณ์ลลิน!
“ลัล! คนที่นั่งข้างหลังลัลน่ะโคตรหล่อเลย”
ใบเฟิร์นยื่นหน้าเข้ามากระซิบกระซาบพร้อมแอบชี้นิ้วไปทางด้านหลังเธอพลางหัวเราะชอบใจ ทว่าลัลณ์ลลินยังไม่ทันจะได้หันกลับไปมองตามที่ใบเฟิร์นบอก แขกคนสำคัญอีกคนในโต๊ะก็เรียกหาเธอเสียก่อน
“คนสวยเติมเหล้าให้พี่หน่อย” เสียงแขกคนที่ทำให้ลัลณ์ลลินอึดอัดจนต้องลุกไปห้องน้ำเรียกหาอีกครั้ง
ลัลณ์ลลินจึงลุกขึ้นเพื่อไปรับแก้วจากมือเขา ทันทีที่มือเล็กยื่นออกไปเพื่อรับแก้ว มืออีกข้างที่ว่างของแขกวีไอพีก็ดึงข้อมือเล็กเข้าไปหา ร่างบางเซถลาเข้าไปนั่งลงบนตักเขาทันที
“ปล่อยค่ะ” เธอรีบลุกขึ้นทันทีพร้อมกับเสียงหัวเราะชอบใจของผู้ชายคนนั้นดังขึ้น
ลัลณ์ลลินถือแก้วเปล่าของแขกกลับมาเพื่อเติมเหล้าให้เขา ร่างบางสั่นเทาด้วยความโกรธและอัดอั้นเมื่อไหร่งานคืนนี้จะจบลงเสียที
หลังจากนำแก้วเหล้ากลับไปเสิร์ฟให้แขกคนนั้น ลัลณ์ลลินก็กลับมานั่งลงที่เดิมด้วยมือไม้ที่สั่นไหว ร่างกายสั่นสะท้านทั้งโกรธทั้งตื่นเต้นเพราะกลัวว่าจะถูกเจ้าของร้านที่นั่งอยู่ที่โต๊ะจะไม่พอใจที่เธออาจจะทำงานบริการขาดตกบกพร่อง
แผ่นหลังที่อบอุ่นเอนกลับมาแนบชิดกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าอีกครั้ง หากแต่คราวนี้เธอไม่ได้ถอยหนี กลับมีความรู้สึกดีและอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดเหมือนพลังแห่งความอุ่นจากแผ่นหลังที่แอบอิงมาพอให้ได้รู้ว่ามีเขาอยู่ตรงนั้นทำให้อุ่นใจมือไม้ที่สั่นเทาค่อยๆ ดีขึ้น
“ถ้ากลัวขนาดนั้นมาทำงานแบบนี้ทำไม”
