ตอนที่ 6 ไฟไหม้
ห้องสงบจิตนั้นเป็นเรือนรับรองสำหรับแขกผู้สูงศักดิ์ ภายในเต็มไปด้วยตำราหายาก เมื่อมีคนใจโฉดลอบวางแผนประทุษร้าย ยามนี้ไฟจึงโหมไหม้รุนแรงจนเกินจะควบคุม ซ้ำร้ายประตูห้องยังถูกคนจากภายนอกลั่นดอนลงกลอนไว้ด้วยโซ่เหล็กหลายชั้น กระทั่งหน้าต่างก็ถูกแผ่นไม้ตอกตะปูปิดตาย ตัดสิ้นซึ่งหนทางรอดชีวิตของผู้ที่ติดอยู่ภายใน
“มีคนอยู่ข้างในหรือไม่!”
“ช่วยพวกเราด้วย...”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดของฮูหยินอันหยางโหว ดังลอดออกมาจากห้องรับรองที่มีเพียงประตูคั่น
เสิ่นหรูเนี่ยนกวาดสายตามองไปรอบๆ จนพบหินก้อนใหญ่ในสวน นางยกหินขึ้นด้วยสองมือแล้วทุบลงบนแม่กุญแจอย่างสุดแรงครั้งแล้วครั้งเล่า
เวลาล่วงเลยไปไม่หยุดยั้ง เปลวไฟลามเลียไปถึงขื่อคา บนเพดานมีเสียงวัตถุหนักๆ ร่วงหล่นลงมา ตามด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของฮูหยินอันหยางโหว
เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากภายในที่เริ่มแผ่วเบาลง เสิ่นหรูเนี่ยนก็ฝืนยกหินขึ้นอีกครั้งแล้วทุบลงไปสุดกำลัง
นางทุบพลางตะโกนปลอบโยนผ่านบานประตู “ฮูหยิน ท่านอดทนอีกนิด ข้าจะช่วยท่านออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงอึกทึกจากภายนอกสวนดังเข้าหู ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางหูฝาดไปเองหรือไม่ นางคล้ายจะได้ยินเสียงของซ่งหวยโหรวปนอยู่ด้วย...
เสิ่นหรูเนี่ยนใจร้อนรนดั่งถูกไฟลน นางเร่งจังหวะทุบกุญแจอย่างไม่คิดชีวิต เพียงชั่วอึดใจ แม่กุญแจที่เคยแข็งแรงมั่นคงก็ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ภาพตรงหน้ายิ่งอนาถหนัก ขื่อคาหลายต้นในห้องถูกไฟเผาจนหักโค่นลงมา ส่วนฮูหยินอันหยางโหวที่เพิ่งร้องขอความช่วยเหลือเมื่อครู่ ยามนี้หมดสติพิงอยู่มุมห้องเพราะสูดควันไฟเข้าไปมากเกินไป ทว่าเจ้าอาวาสที่ควรจะสวดมนต์อยู่กับนางกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เสิ่นหรูเนี่ยนฝืนเดินเข้าไปข้างใน ต่อให้นางจะตัวเปียกโชกเพียงใด ก็ยังไม่อาจต้านทานเปลวเพลิงที่รุกรานได้ ยามเข้าประคองฮูหยินอันหยางโหว ผิวพรรณตรงข้อมือที่โผล่พ้นแขนเสื้อถูกไฟลวกจนแดงเถือกเป็นทางยาว ความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงกระดูกกลับยิ่งทำให้นางแน่วแน่ในปณิธานการแก้แค้น
นางพยุงฮูหยินอันหยางโหวออกมาอย่างยากลำบาก จนกระทั่งเหล่าสาวใช้และบ่าวไพร้จากจวนอันหยางโหวเข้ามารับตัวฮูหยินไปพร้อมคำขอบคุณนับหมื่นแสน
เสิ่นหรูเนี่ยนดึงถุงหอมจากเอวส่งให้อวิ๋นหลิง พลางกำชับเสียงหนัก “ไปที่บ่อนพนันซินเป่า ตามหาคุณชายเผย...”
เมื่อสั่งความเสร็จสิ้น นางจึงยอมปล่อยใจให้หมดสติลงในอ้อมกอดของอวิ๋นหลิงอย่างวางใจ
ครั้นฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดค่ำเสียแล้ว
เพียงเสิ่นหรูเนี่ยนขยับตัว ความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากก็แล่นพล่านจากแขนและขา
“คุณหนู ท่านฟื้นแล้ว!” อวิ๋นหลิงเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น คุกเข่าอยู่ข้างเตียงของเสิ่นหรูเนี่ยน
เสิ่นหรูเนี่ยนรีบถาม “ฮูหยินอันหยางโหวเล่า?”
“คุณหนูเจ็บหนักขนาดนี้ เหตุใดถึงยังห่วงคนอื่นอีกเจ้าคะ!” อวิ๋นหลิงสูดน้ำมูกพลางร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ข้าไม่เป็นไร” เสิ่นหรูเนี่ยนทอดถอนใจ “ฮูหยินอันหยางโหวสำคัญต่อข้ามาก”
เมื่อเห็นเสิ่นหรูเนี่ยนมีสีหน้าจริงจัง อวิ๋นหลิงจึงเล่าต่อ “ฮูหยินกลับจวนไปอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่แม่นางซ่งหวยโหรวผู้นั้น ไม่รู้โผล่มาจากไหน ดึงดันจะขึ้นรถม้าจวนอันหยางโหวไปให้ได้ ข้าก็ไม่ยักษ์รู้มาก่อนว่านางมีความรู้วิชาแพทย์กับเขาด้วย!”
ได้ยินชื่อซ่งหวยโหรว หัวใจของเสิ่นหรูเนี่ยนก็กระตุกวูบ
นางอุตส่าห์วางแผนให้บ่าวไพร่จวนอันหยางโหวเห็นหน้าค่าตาตนเองให้ชัดเจน เพราะเกรงว่าซ่งหวยโหรวจะสอดมือเข้ามาแย่งชิงความดีความชอบในการช่วยคนครั้งนี้
“อวิ๋นหลิง รีบผลัดผ้าให้ข้า!” เสิ่นหรูเนี่ยนรีบลงจากเตียงอย่างลนลาน
ขานางเจ็บจนแทบยืนไม่อยู่ แต่เพื่อไม่ให้ซ่งหวยโหรวทำสำเร็จ เสิ่นหรูเนี่ยนจึงข่มความเจ็บปวดไว้ เดินกะเผลกโดยมีอวิ๋นหลิงคอยพยุง ออกไปจากเรือนเหยียนเยว่ทีละก้าว
นางเดินลากขามาจนถึงระเบียงทางเดิน ก็พบว่าที่ลานหน้าจวนมีคนยืนออกันอยู่เต็มไปหมด ดูมืดฟ้ามัวดิน และทุกคนล้วนสวมชุดเกราะ
ผู้มาเยือน... มิได้มาดีแน่
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ นางจึงเห็นชัดว่าผู้ที่มาคือ ฟู่กั๋วกง ฟู่เฉิงเยี่ยน
ส่วนเสิ่นสือซวี้ยามนี้ยืนหน้าเขียวคล้ำ เผชิญหน้าอยู่กับฟู่เฉิงเยี่ยน
“ท่านพ่อ” เสิ่นหรูเนี่ยนเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอ่อนแรง นางย่อกายคารวะเสิ่นสือซวี้สั้นๆ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?”
เสิ่นสือซวี้แค่นเสียงเหยียดหยาม ไม่แม้แต่จะปั้นหน้าดีให้นาง
“แม่นางเสิ่น มีคนชี้ตัวว่าเจ้าจงใจวางเพลิงที่วัดกว่างฝอในวันนี้ เกรงว่าเจ้าคงต้องตามข้าไปสักเที่ยวแล้ว” ฟู่เฉิงเยี่ยนเอ่ยช้าๆ
สายตาของเขาเหลือบมองใบหน้าของนาง พบว่าริมฝีปากของนางขาวซีดราวกับกระดาษ ที่ข้อมือยังพันผ้าพันแผลไว้หนาเตอะ
ดูท่า... นางจะไม่ฟังคำเตือนของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
เสิ่นหรูเนี่ยนได้ยินดังนั้น แววตาก็ฉายแววไม่อยากจะเชื่อ เมื่อนึกถึงเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่งหวยโหรวเคยใช้กับนางในชาติก่อน นางจึงรีบดึงสติกลับมา “ฮูหยินอันหยางโหวฟื้นแล้วหรือคะ?”
“ฮูหยินยังคงสลบไสล”
สิ้นคำของฟู่เฉิงเยี่ยน เสิ่นหรูเนี่ยนก็วางท่าบุตรีสายตรงจวนเสนาบดีทันที “ในเมื่อฮูหยินยังไม่ฟื้น ข้าขอถามหน่อยว่าใครหน้าไหนกล้ามาพูดจาพล่อยๆ ต่อหน้าท่านกั๋วกง? กล้าดีอย่างไรมาปรักปรำสกุลเสิ่นของเรา”
คำพูดนี้ทำให้เสิ่นสือซวี้ยิ่งหน้ามืดครึ้มกว่าเดิม
แม้ในใจเขาจะขุ่นเคืองบุตรสาวที่เก่งแต่ก่อเรื่อง ทว่าการที่ฟู่เฉิงเยี่ยนมาตั้งข้อหาและยกพลมาคุมตัวคนถึงจวนทั้งที่เรื่องยังไม่กระจ่างแจ้งเช่นนี้ ถือเป็นการตบหน้าเขาอย่างรุนแรง
เขาเดินมาขวางหน้าเสิ่นหรูเนี่ยนไว้ สีหน้าเย็นชาแฝงอำนาจ “ฮูหยินอันหยางโหวฟื้นเมื่อไหร่ ท่านค่อยมาพาลูกสาวข้าไปขึ้นศาลเมื่อนั้น”
“ถ้าอย่างนั้น ข้ายังมีคำถามสองสามข้ออยากจะถามแม่นางเสิ่น” สายตาของฟู่เฉิงเยี่ยนมองข้ามเสิ่นสือซวี้ไป ตรึงอยู่ที่ตัวเสิ่นหรูเนี่ยนโดยตรง
สายตาที่เต็มไปด้วยการสำรวจ ระแวงสงสัย และแหลมคมนั้น ราวกับใบมีดที่พยายามจะมองทะลุตัวเสิ่นหรูเนี่ยนให้หมดเปลือก
เสิ่นสือซวี้ย่อมไม่พอใจ “หลักฐานมัดตัวก็ไม่มี ท่านกั๋วกงใช้ฐานะอะไรมาสอบสวนลูกสาวข้า?”
“ย่อมเป็นฐานะ...” ฟู่เฉิงเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ “สหายรู้ใจ”
เสิ่นสือซวี้ได้ยินถึงกับอึ้งไป
นึกไม่ถึงว่าลูกสาวคนนี้จะมีความสามารถไม่เบา ถึงขั้นทำให้ฟู่เฉิงเยี่ยนผู้ไม่เคยใกล้ชิดสตรีคนไหนมายอมทำอะไรข้ามขั้นตอนเพื่อนางได้
เมื่อหลายปีก่อน คนในแวดวงขุนนางพยายามจะเข้าหาฟู่เฉิงเยี่ยนมากมาย แต่เขาไม่เคยให้หน้าใคร ซ้ำยังเคยลั่นวาจาว่า 'ข้ารับราชการเพื่อราษฎร ไม่คิดจะทำเรื่องต่ำช้าเล่นพรรคเล่นพวก'
มาวันนี้ กลับได้ยินคำว่า 'สหายรู้ใจ' จากปากเขา ช่างประหลาดแท้ๆ
“แม่นางเสิ่น เชิญ” พูดจบ ฟู่เฉิงเยี่ยนก็ผายมือเชิญ
เสิ่นหรูเนี่ยนขึ้นรถม้าของฟู่เฉิงเยี่ยนอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ ความรู้สึกในใจกลับต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“ข้าขอถามท่านกั๋วกง ใครเป็นคนชี้ตัวว่าข้าจงใจวางเพลิงและมีแผนการร้าย?”
เห็นท่าทางร้อนรนของนาง ฟู่เฉิงเยี่ยนกลับเริ่มทำตัวผ่อนคลาย “เจ้าคิดว่าเป็นใครล่ะ?”
“ซ่งหวยโหรว” เสิ่นหรูเนี่ยนเอ่ยอย่างมั่นใจ
“แม่นางเสิ่น นี่เจ้าเป็นคนพูดเองนะ” ฟู่เฉิงเยี่ยนแบมือแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“แล้วนางมีหลักฐานมัดตัวอะไรมาให้ท่านกั๋วกงหรือเปล่าคะ?” เสิ่นหรูเนี่ยนถามต่อ
ฟู่เฉิงเยี่ยน “ไม่มี”
“ในเมื่อไม่มี แล้วทำไมท่านกั๋วกงถึงต้องเอิกเกริก บุกมาถึงบ้านข้ากลางดึกเช่นนี้เจ้าคะ?” เสิ่นหรูเนี่ยนสวนกลับ
ฟู่เฉิงเยี่ยนแสร้งทำต่อไม่ไหว เขาถอนหายใจเบาๆ “แม่นางเสิ่น ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว ให้คิดถึงผลที่จะตามมาบ้าง อย่าเอาตัวเองเข้าไปแลก”
ได้ยินดังนั้น เสิ่นหรูเนี่ยนหน้าถอดสี ดูท่าซ่งหวยโหรวจะมีหลักฐานที่ชี้เป้ามาที่นางจริงๆ ขนาดฟู่เฉิงเยี่ยนยังเชื่อ
ซ่งหวยโหรวเริ่มวางหมากตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือนี่ ดูท่าทางนางจะประเมินศัตรูต่ำไปจริงๆ ...
.
