ตอนที่ 7 ฆาตกรคือผู้อื่น
ตลอดทั้งคืนนี้ เสิ่นหรูเนี่ยนไม่อาจข่มตาหลับลงได้เลย จนกระทั่งฟ้าเริ่มสาง อวิ๋นถังก็รีบร้อนวิ่งเข้ามา "คุณหนูเจ้าคะ เมื่อคืนซ่งหวยโหรวค้างแรมที่จวนอันหยางโหวค่ะ!"
เสิ่นหรูเนี่ยนหลุบตาลง แววตาดูหม่นหมองเล็กน้อย นางหันไปถามอวิ๋นหลิงที่กำลังปรนนิบัติเกล้ามวยผมให้ "คุณชายเผยส่งข่าวมาบ้างหรือยัง?"
"คุณหนูเจ้าคะ คุณชายเผยยังไม่ส่งคนมาเลยเจ้าค่ะ" อวิ๋นหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
ฝ่ายอวิ๋นถังที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อดรนทนไม่ไหวแทนเจ้านาย นางเอ่ยอย่างโกรธแค้น "ซ่งหวยโหรวผู้นั้นช่างใจดำอำมหิตนัก! คนจิตใจเลวทรามแบบนั้น ไม่รู้คุณชายมู่ตาถั่วไปคว้ามาได้อย่างไร!"
เสิ่นหรูเนี่ยนเอ่ยเสริมเรียบๆ "ก็เพราะมู่อวี้หงเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรเหมือนกันนั่นแหละ"
นางเตรียมตัวอยู่นานครู่หนึ่ง ยามก้าวเท้าออกจากจวนก็ประจวบเหมาะกับเวลาที่เสิ่นสือซวี้เลิกราขุนนางพอดี ปกติเพลานี้เขาควรจะกลับถึงจวนแล้ว แต่ทว่าวันนี้กลับยังไร้วี่แวว
ดูท่าคนที่ไม่ได้นอนทั้งคืนคงไม่ได้มีแค่นางคนเดียวเสียแล้ว
นางขึ้นรถม้า มุ่งตรงไปยังจวนอันหยางโหวทันที
ทว่าหลังจากนางพยายามแจ้งความประสงค์กับบ่าวเฝ้าประตูอยู่หลายครา แต่กลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ เสิ่นหรูเนี่ยนก็เริ่มจะหมดความอดทน
"นางมากับข้า"
สุ้มเสียงนุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางอากาศ เสิ่นหรูเนี่ยนหันไปมองก็พบกับฟู่เฉิงเยี่ยนในชุดขุนนางเต็มยศ อาภรณ์สีม่วงส่งเสริมให้เขาดูสูงศักดิ์จนยากจะเอื้อมถึง
แววตาของเขาฉายแววทระนงและเยือกเย็น เขาเอ่ยถามบ่าวเฝ้าประตูที่กำลังลำบากใจว่า "ยามนี้ เข้าไปได้หรือยัง?"
ทั่วทั้งเมืองหลวงมีใครบ้างไม่รู้จัก 'พระโพธิสัตว์องค์ใหญ่' อย่างฟู่เฉิงเยี่ยน บ่าวเฝ้าประตูรีบยกมือปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก พลางค้อมตัวจนแทบติดพื้น "ท่านกั๋วกงโปรดประทานอภัย ข้าน้อยตามืดบอดจำคนผิด จึงได้ล่วงเกินคุณหนูเสิ่นไป..."
เมื่อก้าวเข้าสู่จวน เสิ่นหรูเนี่ยนยังคงได้ยินเสียงร้องขอชีวิตของบ่าวผู้นั้นแว่วมา นางตั้งสติพลางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษข้างกาย ขยับริมฝีปากจะพูดแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
ฟู่เฉิงเยี่ยนราวกับมีตาหลัง เขารู้เท่าทันทุกอย่าง "มันรับเงินมาห้าสิบตำลึงเพื่อกันเจ้าไว้ข้างนอก เจ้าพอจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนสั่ง?"
"นอกจากแม่นางที่อยู่ข้างในนั่น จะมีใครอีกเล่าคะ" เสิ่นหรูเนี่ยนนึกถึงศึกหนักที่ต้องเจอในอีกไม่ช้าก็อดปวดหัวไม่ได้
"เจ้ามีแผนรับมือแล้วหรือยัง?" เมื่อใกล้จะถึงห้องโถงหน้า ฟู่เฉิงเยี่ยนก็เอ่ยถามขึ้นกะทันหัน
อย่างไรเสียเสิ่นหรูเนี่ยนก็มีประโยชน์ต่อเขาไม่น้อย เขาจึงอดห่วงไม่ได้ว่านางจะรับมือไหวหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เฝ้ารออยากจะเห็นว่า คุณหนูจวนเสนาบดีที่ป่าวประกาศอยากจะร่วมมือกับเขานั้น จะมีความสามารถสักแค่ไหน
เสิ่นหรูเนี่ยนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวจากชาติก่อนเข้ากับเงาร่างของใครบางคนที่นางเห็นในสวนหลังวัดกว่างฝอเมื่อวานนี้ นางใคร่ครวญซ้ำๆ ว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างที่นางสงสัยหรือไม่...
ทั้งสองก้าวเข้าสู่ห้องโถงตามลำพัง ยามนี้อันหยางโหวนั่งตระหง่านอยู่บนตำแหน่งประธาน เมื่อเขาเห็นเสิ่นหรูเนี่ยนเดินตามหลังฟู่เฉิงเยี่ยนมา สีหน้าก็มืดครึ้มลงทันที
"ท่านโหว" เสิ่นหรูเนี่ยนย่อกายคารวะอย่างนอบน้อม "ไม่ทราบว่าฮูหยินฟื้นแล้วหรือยังคะ?"
อันหยางโหวแค่นเสียงอย่างเย็นชา เอ่ยประชดประชันว่า "ขอบใจคุณหนูเสิ่นที่เป็นห่วง"
สัมผัสได้ถึงท่าทีที่ไม่เป็นมิตรของอันหยางโหว เสิ่นหรูเนี่ยนพอจะเดาออกว่าซ่งหวยโหรวคงใส่ร้ายนางไว้สารพัด
นางจึงรีบชี้แจงทันที "ท่านโหวเจ้าคะ ข้าคิดว่าเราคงมีเรื่องเข้าใจผิดกันบางอย่าง"
"เข้าใจผิดอะไร?"
"คดีวางเพลิงที่วัดกว่างฝอ ฆาตกรคือผู้อื่นเจ้าค่ะ" เสิ่นหรูเนี่ยนเอ่ยตรงไปตรงมาเพื่อแจ้งเจตนา
ฝ่ายฟู่เฉิงเยี่ยนที่นั่งจิบชาอยู่อย่างสงบนิ่งก็พยักหน้าตามเงียบๆ
"หือ? งั้นเจ้าลองว่ามาซิ ฆาตกรคือใคร?" สายตาของอันหยางโหวแหลมคมดุจหมาป่า คิ้วหนาสีเข้มเลิกขึ้นสูง รอยย่นบนหน้าผากบ่งบอกถึงผ่านศึกเหนือเสือใต้มานานปี เพียงแค่มองแวบเดียวก็ดูน่าเกรงขามจนคนไม่กล้าสบตา
ทว่าเสิ่นหรูเนี่ยนกลับไม่หลบสายตา นางเชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าวว่า "รบกวนท่านโหวเชิญแม่นางซ่งออกมาด้วยเถิดเจ้าค่ะ จะได้ชี้แจงเรื่องเข้าใจผิดนี้ให้กระจ่างต่อหน้ากัน"
อันหยางโหวซึ่งเป็นนักรบมักไม่สันทัดการใช้โวหาร ทว่าครั้งนี้เขากลับเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า เสิ่นหรูเนี่ยนต้องการจะเผชิญหน้ากับซ่งหวยโหรว
สายตาของเขาเหลือบไปมองข้อมือที่พันผ้าพันแผลของเสิ่นหรูเนี่ยนโดยไม่ตั้งใจ ดูเหมือนนางจะบาดเจ็บหนักไม่น้อย คุณหนูผู้สูงศักดิ์เช่นนางยอมเจ็บตัวหนักขนาดนี้เพื่อช่วยคน เขาจะด่วนตัดสินใจเกินไปหรือไม่... เสิ่นหรูเนี่ยนดูแล้วก็ไม่น่าจะใช่คนใจคออำมหิตอย่างที่ซ่งหวยโหรวว่าไว้
อันหยางโหวส่งสัญญาณให้คนสนิท ไม่นานนักซ่งหวยโหรวก็ถูกเชิญมาที่ห้องโถง
เมื่อเห็นเสิ่นหรูเนี่ยน แววตาของนางฉายความลนลานเล็กน้อยที่แทบสังเกตไม่เห็น แต่ก็กลับมาสงบนิ่งได้อย่างรวดเร็ว
"ท่านโหวเจ้าคะ ยามนี้อาการของฮูหยินคงที่แล้วเจ้าค่ะ" ซ่งหวยโหรวเปิดปากคำแรกก็รีบเคลมความดีความชอบทันที
อันหยางโหวรับคำ "อืม" ในลำคอ สายตาที่มองซ่งหวยโหรวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
"ลำบากเจ้าแล้ว"
เสิ่นหรูเนี่ยนเห็นท่าทางจอมปลอมของนางแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน นางจึงถามเข้าประเด็นทันที "ได้ยินว่าแม่นางซ่งชี้ตัวข้าต่อท่านโหวและท่านกั๋วกง ว่าข้าจงใจวางเพลิงที่วัดกว่างฝอเพื่อหมายเอาชีวิตฮูหยิน ข้าขอถามหน่อยว่า เมื่อวานแม่นางซ่งไปถึงวัดยามใด? แล้วเห็นข้าเป็นคนวางเพลิงกับตาตัวเองหรือเปล่า?"
"ข้า..." เมื่อถูกต้อน ซ่งหวยโหรวก็เม้มริมฝีปากดูลนลาน นางพยายามปรับอารมณ์ก่อนจะเอ่ยช้าๆ "ปกติคุณหนูเสิ่นไม่เคยเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทำไมถึงประจวบเหมาะขนาดนั้นเมื่อวานนี้ฮูหยินไปไหว้พระแล้วคุณหนูเสิ่นก็อยู่ที่นั่นด้วย แถมไฟยังมาไหม้พอดิบพอดีอีก"
เสิ่นหรูเนี่ยนไม่สนใจข้ออ้างเหล่านั้น นางรุกต่อทันที "พูดไปพูดมาก็มีแต่การคาดเดาของแม่นางซ่งทั้งนั้น ข้าถามว่าเจ้าเห็นข้าฆ่าคนวางเพลิงกับตาไหม? ข้าวางเพลิงตอนไหน? ตอนนั้นเจ้าอยู่ที่ไหน? ในเมื่อเห็นแล้วทำไมไม่รีบออกมาขัดขวาง?"
ซ่งหวยโหรวที่ใจคอไม่ดีอยู่แล้ว ยามนี้ถูกไล่บี้จนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
นางกัดฟันสู้ "ถึงข้าจะไม่ได้เห็นเจ้าวางเพลิงกับตา แต่ข้าเก็บถุงหอมที่ปักชื่อเจ้าได้ที่เรือนหลังวัด!"
เสิ่นหรูเนี่ยนพยักหน้าช้าๆ เหมือนจะเข้าใจ "อ้อ... สรุปคือแม่นางซ่งใช้ถุงหอมเพียงใบเดียวมาตัดสินความผิดให้ข้าง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?"
ฟู่เฉิงเยี่ยนเห็นนางโต้ตอบได้อย่างฉะฉานก็เริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อนาง แม้ในมือนางจะยังไม่มีหลักฐานที่มัดตัวซ่งหวยโหรวได้แน่นอน แต่นางก็ยังเป็นฝ่ายคุมเกม
"แม่นางซ่งคงรู้อยู่แล้วว่าก่อนหน้านี้ข้ามีสัญญาหมั้นหมายกับมู่อวี้หง ข้าเคยให้ถุงหอมเขาไปบ้างไหม เรื่องนี้แม่นางซ่งน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือ?" เสิ่นหรูเนี่ยนเงยหน้าขึ้น ยิ้มเยาะเย้ยนาง "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การที่แม่นางซ่งจะมีถุงหอมของข้าอยู่ในมือก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วมันไม่ได้หมายความว่าแม่นางซ่งมีเจตนาจะใส่ร้ายป้ายสีข้าหรอกหรือ?"
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของซ่งหวยโหรวก็ซีดเผือดทันที
นางไม่คิดว่าเสิ่นหรูเนี่ยนจะไม่หลงกลติดกับที่นางวางไว้เลย
อันหยางโหวที่เห็นท่าทีพ่ายแพ้ของซ่งหวยโหรวก็เริ่มได้สติ เขาเกือบจะถูกแม่หนูน้อยคนนี้ปั่นหัวเข้าให้เสียแล้ว
"ท่านโหวเจ้าคะ ต่อให้ท่านไม่เชื่อข้า ท่านก็ต้องเชื่อใต้เท้าฮุ่ยคงนะเจ้าคะ!" หางตาของซ่งหวยโหรวเริ่มแดงระเรื่อ แววตาที่คลอเคล้าหยาดน้ำใสดูงดงามน่าสงสารจับใจ
เพียงครู่เดียว หยดน้ำตาก็ไหลรินลงอาบแก้ม ช่างดูน่าเวทนาจนคนอยากเข้าไปปลอบ
ในขณะที่อันหยางโหวเริ่มลังเล อวิ๋นชินก็ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องโถง เขาโน้มตัวกระซิบข้างหูฟู่เฉิงเยี่ยนครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งหยกปักลายปลาชิ้นหนึ่งให้เขา
หยกชิ้นนี้เสิ่นหรูเนี่ยนจำได้แม่น เป็นของพกติดตัวของเผยไฮว่
ดูท่า... เรื่องนั้นคงสำเร็จแล้ว
นางจึงรีบฉวยจังหวะนี้ จัดการขั้นเด็ดขาดกับซ่งหวยโหรวทันที "ท่านโหวเจ้าคะ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าควรจะรายงานให้ท่านทราบ..."
..
