บทที่ 10 ข้อยกเว้น
บทที่ 10 ข้อยกเว้น
การปรากฎตัวของนางร้ายสาวทำให้คนทั้งกลุ่มหันมามองด้วยความสนใจ แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่ยังคงนิ่งเฉยเหมือนว่าเขาไม่แยแสถึงการมีอยู่ของเธอ แม้แต่หางตาก็ไม่เหลือบแล
“ไม่คิดว่าคุณตาจะมาร่วมงานด้วยเห็นนีราบอกว่าคุณจะมา ผมก็คิดว่าน้องสาวพูดเล่น ยินดีที่ได้เจอตัวจริงนะครับ”
ณัฐดนัย หรือ ณัฐ เป็นพี่ชายของนีรา เขาแสดงท่าทีอยากรู้จักศรุตาอย่างไม่ปิดบัง ชายหนุ่มเทคแคร์ดูแลเธอเป็นอย่างดี ทำให้แม้กระทั่งเดินไปหยิบเครื่องดื่มเอามาให้
แต่กับศรุตาเธอแสดงออกชัดเจนว่าแค่ทักทายตามมารยาท เพราะคนที่เธอสนใจจริง ๆ ไม่ใช่ณัฐดนัย แต่เป็นคนที่ยืนจิบไวน์แดงอยู่มุมนั้นต่างหาก
“ยังไงตาก็ต้องมาอยู่แล้วค่ะ วันเกิดคุณแม่คุณณัฐทั้งที แล้วตาก็อยากรู้จักน้องนีราด้วย” นีราได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งกอดแขนศรุตาแนบแน่น เด็กสาวมองพี่คนสวยด้วยสายตาชื่นชม
“นีราก็ดีใจที่ได้เจอพี่ตาค่ะ…”
เสียงพูดคุยกันไม่ใกล้ไม่ไกลทำให้ธรรมรู้สึกรำคาญหูเล็กน้อย แต่เพราะเขาเจอผู้ใหญ่คนหนึ่งและกำลังคุยธุระเรื่องธุรกิจกันอย่างติดพันจึงทำให้เดินออกไปจากโต๊ะนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงเดินออกไปนานแล้ว
สายตาของเพื่อนสนิทคือณัฐดนัยที่มองมาทางนี้บ่อย ๆ เหมือนจะเรียกเขาให้เข้าไปหา แต่ธรรมก็แสร้งทำเป็นว่าไม่เห็น เขาไม่ต้องการรู้จักคนที่มันอยากจะแนะนำให้รู้จัก
“คุณธรรมรู้จักดาราคนนั้นหรือเปล่าเห็นมองมาทางนี้หลายครั้งแล้ว ตัวจริงสวยกว่าในทีวีอีก…” ธรรมโครงศีรษะให้กับคนที่ถามเขา มุมปากยกยิ้มขึ้นตามมารยาท
“อย่างว่าหล่อ ๆ แบบคุณใครก็ต้องสนใจเป็นธรรมดา ไม่สนใจเอาไปแคชละครเรื่องใหม่เหรอ ผมว่าเธอน่าสนใจมากทีเดียว…” สนใจแบบไหนธรรมรู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
ศรุตาโดดเด่นท่ามกลางหมู่คนนับร้อย เธออยู่ในชุดที่ดูจะเรียบกว่าวันที่ไปเจอเขาที่บริษัทเสียอีก แต่พอเธอหันหลังเท่านั้นแหละ ลมหายใจของธรรมก็สะดุด!
แผ่นหลังขาวเนียนแบบที่เห็นแล้วแสบตา ชุดที่แสนโป๊หากอยู่บนร่างของคนอื่นคงจะไม่น่ามอง แต่บนร่างของศรุตากลับยิ่งทำให้เธอดูน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม
“ผมว่าดาราคนนั้นต้องสนใจคุณธรรมแน่…” หลายครั้งที่ศรุตาทอดสายตาเป็นประกายมองมาทางนี้ ธรรมเพียงแค่มองกลับไปด้วยแววตาราบเรียบ
คนที่ไม่เคยออกงานสังคมฟรีถ้าไม่ได้ค่าตอบแทนอย่างเธอ แต่ตอนนี้กลับยอมมาร่วมงานที่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้ตัวเอง
ทำไมธรรมจะไม่รู้ว่าศรุตาคิดอะไร เมื่อคิดปากของเขาก็เกิดเหยียดยิ้ม ชายหนุ่มยังจำคำพูดของศรุตาได้ทุกคำอย่างชัดเจน
“งั้นเหรอครับ…” นักธุรกิจหนุ่มสนใจแก้วไวน์แดงในมือมากกว่าจะสนใจผู้หญิงที่เดินมาหยุดยืนอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก กลิ่นน้ำหอมหวาน ๆ ลอยกรุ่นออกมาจากตัวเธอ
“พี่ธรรมคะทำอะไรอยู่เอ่ย นีรามีคนแนะนำให้รู้จักค่ะ” นีรากับธรรมรู้จักกันเพราะพี่ชายของเธอเป็นเพื่อนกับเขา
ธรรมเพียงแค่พยักหน้า เขาวางแก้วไวน์แดงลงบนโต๊ะและมองหน้านีราแทนที่จะมองคนที่จ้องกันอย่างไร้มารยาท ศรุตามองเขาราวกับจะกลืนกิน!
“พี่ตาค่ะ พี่ธรรมคงเคยเห็นแน่ ๆ” ธรรมเหลือบสายตาไปมองศรุตาแค่เพียงครู่เดียว และก็หันกลับมามองน้องสาวเหมือนเดิม
“ไม่เคย ใคร?” คำตอบของเขาทำเอานีราทำหน้าไม่ถูก แต่ศรุตากลับยิ้มกว้างและยื่นมือไปตรงหน้าธรรม
“ไม่รู้จักก็เดี๋ยวได้รู้จักค่ะ ศรุตานะคะหรือคุณธรรมจะเรียกว่าตาเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณธรรม” ฝ่ามือเรียวเล็กยกยื่นไปด้านหน้าธรรม นักธุรกิจหนุ่มมองเธอ แต่เขาก็ไม่ได้ยื่นมือออกมาทักทายกัน
บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยความสนุกสนานผู้คนก็สนุกกันอย่างเต็มที่ แต่ก็แน่นอนว่ามีหลายคนที่สนใจการเธอและเขา
ศรุตายื่นมือค้างไว้อยู่แบบนั้นนาน ส่วนธรรมเขาก็มองเธอด้วยสายตาที่ต่อว่าประหนึ่งว่าเธอทำบ้าอะไรอยู่!
“ยินดีที่ได้รู้จักกันไว้นะคะ มาค่ะจับมือกันหน่อย” นีราลากแขนพี่ชายเอาไปจับมือนางร้ายสาวแบบส่ง ๆ
ธรรมจึงทำเพียงแค่แตะปลายนิ้วมือกับฝ่ามือเรียวขาวนั่น แต่ศรุตาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอคว้ามือหนาของธรรมไว้ก่อนจะกอบกุมมันเหมือนกลัวว่าจะหายไป
“ได้ยินชื่อเสียงดี ๆ ของคุณธรรมมานานแล้วค่ะ ได้เจอตัวจริงหล่อกว่าในนิตยสารอีกนะคะ” คำชมของเธอทำใบหน้าของธรรมร้อนผ่าว
“พี่ธรรมหล่อจริง ๆ ค่ะ หล่อกว่าพี่ณัฐพี่ชายนีราอีก” ธรรมบิดมือออก แต่ศรุตามีหรือจะยอมเธอยึดมือเขาไว้แน่น!
ศรุตาก้าวเท้าขึ้นมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าธรรม ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่สนใจเรา เธอโน้มตัวมาและกระซิบพูด
“คุณธรรมก็หล่อจริง ๆ นั่นแหละค่ะ” ธรรมตวัดสายตาขุ่น ๆ ไปมองคนที่ตอนนี้ปล่อยมือเขาแล้วเธอยิ้มกว้างหยิบแก้วไวน์จากบริกรที่ถือถาดเสิร์ฟ
นางร้ายสาวยกแก้วไวน์ขึ้นจิบก่อนจะวางแก้วลงข้างกันกับแก้วของเขา เธอหันไปบอกนีราว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ก่อนจะไปก็ทิ้งสายตาวาววับไว้ที่เขา ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากงานไป
“นั่นคุณตานี่ครับ…” ศรเลขาส่วนตัวของธรรมโน้มหน้ามากระซิบ ธรรมมองไปอย่างไม่ได้นึกแปลกใจอะไร
เขารู้สึกถึงสัญญาณที่ศรุตาทิ้งเอาไว้ แต่เธอออกมาจากงานได้เกือบสองชั่วโมงแล้ว และนี่ก็ยังนั่งกอดเข่าอยู่ที่ข้างรถเขา
“ไปเอารถมา” ตอนแรกธรรมจะเดินไปขึ้นรถ แต่พอเห็นเธออยู่ตรงนั้นเขาก็นึกเปลี่ยนใจ
ศรุตาได้ยินเสียงฝีเท้า เธอยกมือขึ้นเสยผมให้เป็นทรงก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนตัวตรง นางร้ายสาวมองไปทางนั้น แต่ก็ไม่เห็นว่าคนที่เธออยากคุยด้วยจะเดินมา มีเพียงเลขาส่วนตัวของเขาที่เป็นฝ่ายเดินมาเอารถแทน
“ขอโทษด้วยครับ ขอทางให้ผมหน่อย ผมต้องเอารถไปรับเจ้านายทางนั้น” ศรเอ่ยบอกศรุตาอย่างสุภาพ เพราะเธอยืนขวางประตูข้างคนขับอยู่
แต่คนฟังไม่ยอมขยับตัว ศรุตารอธรรมที่ตรงนี้นานเกือบสองชั่วโมง ทั้งนั่งและยืนจนเหน็บชาไปหมด ตอนที่ลุกขึ้นนี่เท้าทั้งสองข้างก็เหมือนมีหนามแหลม ๆ ตำใต้ฝ่าเท้า
ถึงขนาดที่เธอต้องเอามือเท้าประตูรถยนต์คันหรูของเขาเอาไว้เพื่อทรงตัว
“รบกวนคุณศรไปเชิญคุณธรรมมาทางนี้หน่อยได้ไหมคะ ตามีเรื่องจะตกลงด้วย” ศรุตารู้ว่าทั้งเจ้านายและลูกน้อง คงรู้ว่าเธอมารอที่รถทำไม
“คุณธรรมมีงานเลี้ยงต้องไปต่อครับ…”
“ตาขอเวลาไม่นานเดี๋ยวตาจะไปรอบนรถค่ะ”
ศรุตาถือวิสาสะเปิดประตูรถยนต์ขึ้นไปนั่งโดยไม่สนใจว่าเลขาของเขาจะทำสีหน้าท่าทางแบบไหน เธอก็เข้ามานั่งในรถยนต์คันหรูนี่แล้ว
ไม่นานเกินรอประตูรถอีกฝั่งหนึ่งก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของธรรมที่เข้ามานั่ง
“คุณศรคะ ตาขอคุยกับคุณธรรมเป็นการส่วนตัวสักครู่ได้ไหมคะ” เธอเอ่ยบอกคนที่กำลังนั่งประจำที่คนขับรถ
“ฉันมีเวลาให้เธอแค่สิบนาที” ธรรมพูดก่อนจะกดเปิดไอแพดไม่ได้สนใจเธออีก
เมื่อศรออกไปจากรถแล้วศรุตาก็หันมาสนใจเขาอีกครั้ง
“ตาสนใจข้อเสนอของคุณ…” ขอบคุณไวน์แดงสิบแก้วที่ทำให้เธอกล้าพูดกล้าทำขนาดนี้
“ข้อเสนออะไร วัน ๆ ฉันคุยธุรกิจเยอะจำไม่ได้หรอกว่าคุยอะไรกับใครไว้บ้าง” ศรุตากัดปาก ก่อนจะรวบรวมความกล้าขยับเข้าไปใกล้เขา มือบางใจกล้ายกขึ้นวางทาบลงบนอกแกร่ง
“ตาอยากนอนกับคุณ…แลกหนี้”
ธรรมละสายตาจากหน้าจอไอแพด กราฟหุ้นสีเขียวที่วิ่งขึ้นลงก็ไม่อาจจะเรียกความสนใจไปจากเขาได้
“เคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันให้โอกาสคนแค่ครั้งเดียว”
ศรุตากลั้นใจสบกับนัยต์ตาสีเข้มดุดัน ธรรมเพียงแค่มองเธอแต่ก็ทำเอาเธอหายใจไม่ออก
“ตาอยากเป็นข้อยกเว้นของคุณ…”
