2 รักเหมือนหลานตัวเอง
“ยายเคยพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้วแต่หนูก็ไม่เคยเข้าใจสักที ยายลองเล่าให้หนูฟังได้ไหมคะทำไมยายต้องดูแลหนูดีขนาดนี้” มนตกานต์ถามด้วยความสงสัยอย่างจริงจัง
“ยายกับยายอำไพของหนูเป็นเพื่อนสนิทกัน ยายน่ะหัวขี้เลื่อยเรียนหนังสือก็ไม่ค่อยเข้าใจก็มียายอำไพของหนูนี่แหละที่ช่วยสอน ช่วยทบทวนบทเรียนให้ยาย จนเราสอบได้เป็นครูด้วยกันทั้งคู่ พอเรียนจบเราก็ได้บรรจุเป็นครูที่โรงเรียนเดียวกันอีก มีอยู่วันหนึ่งฝนตกหนักมากขากลับจากสอนรถของยายเกิดอุบัติเหตุ ยายอำไพที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาทีหลังก็รีบจอดรถและช่วยเรียกรถพยาบาลให้ตอนนั้นยายขาหักต้องนอนโรงพยาบาลนานเป็นเดือนก็ได้ยายอำไพของหนูช่วยดูแลแล้วยังไปสอนแทนยายอีกด้วย นับจากนั้นยายก็สัญญากับตัวเองเลย เลยว่าสักวันหนึ่งจะต้องตอบแทนความมีน้ำใจของยายอำไพให้ได้ ตอนที่ยายอำไพป่วยท่านเป็นห่วงหนูมาก ยายเลยรับปากว่าจะช่วยดูแลหนูให้ถึงที่สุด” คุณยายชมนาดเล่าด้วยแววตาอบอุ่นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข
“หนูขอบคุณมากนะคะยายที่ช่วยดูแลหนูอย่างดีมาตลอด” เธอยกมือกราบไปบนตักท่านอีกครั้ง
“หนูก็เป็นหลานอีกคนหนึ่งของยายนะ ถึงยายจะมีลูกหลานหลายคนแต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันไปอยู่ที่อื่น ยายได้หนูมาอยู่ใกล้ ๆ มาชวนคุยด้วยแบบนี้ก็ทำให้ยายหายเหงาและสบายใจมากขึ้น ถ้าหนูไปทำงานกรุงเทพยายคงเหงาเยอะเลย”
“หนูจะกลับมาที่บ้านบ่อย ๆ ค่ะแล้วจะโทรหายายด้วยนะคะ”
“ที่บริษัทเขาหยุดวันไหนบ้าง”
“หยุดวันเสาร์กับวันอาทิตย์ค่ะ เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ถ้ายายเหงา ๆ ไปอยู่กรุงเทพกับหนูมั้ยคะ ไปเย็นวันศุกร์แล้วพอวันเสาร์กับวันอาทิตย์เราก็เที่ยวกรุงเทพด้วยกัน”
“ยายแก่แล้วจะเดินเที่ยวไหวยังไงกันล่ะ อากาศที่นั่นไม่เหมาะสำหรับยายเลยลูก ยายชอบอยู่พื้นที่โล่งแบบนี้ว่า แต่หนูเถอะไปอยู่ที่นั่นจะปรับตัวได้ไหม”
“ไม่ได้ก็ต้องได้ค่ะ บริษัทที่หนูทำงานเป็นบริษัทค่อนข้างใหญ่หนูโชคดีมาก ๆ ที่เขารับหนูเข้าทำงานเพราะฉะนั้นหนูต้องตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ค่ะ”
“ยายเชื่อว่าคนเก่งและคนขยันอย่างหนูไปอยู่ที่ไหนก็ต้องประสบผลสำเร็จ ยายอวยพรให้หนูประสบความสำเร็จในการทำงานนะ ผ่านการทดลองงานไว ๆ นะลูกเงินเดือนจะได้เพิ่ม”
“ค่ะคุณยาย ถ้าเงินเดือนออกแล้วหนูจะรีบกลับมาบ้านซื้อขนมมาฝากคุณยายนะคะ แล้วเรามาเลี้ยงฉลองกันดีไหมคะ”
“ป้าจะโชว์ฝีมือทำอาหารอย่างสุดฝีมือเลย” ป้าศรีนวลที่นั่งฟังอยู่ใกล้ ๆ พูดขึ้น
“จริงนะคะหนูชอบอาหารฝีมือของป้าที่สุดเลยค่ะ ไปอยู่กรุงเทพไม่รู้อาหารจะถูกปากหรือเปล่า”
“ถ้ากลัวอาหารไม่ถูกปากก็ทำอาหารกินเองสิหนูกานต์”
“แต่หนูทำได้ไม่กี่อย่างเองนะคะป้าศรีนวล”
“ถ้ากลับมาบ้านครั้งหน้ามาฝึกกับศรีนวลสิลูก จะได้ทำกินเองได้” คุณยายชมนาดเสนอเพราะอยากให้หลานสาวได้ฝึกทำอาหาร
“ได้ค่ะยาย”
“ป้าจะสอนทำอาหารเยอะ ๆ เลยไปอยู่คนเดียวจะได้ทำกินเองเขาว่ามันประหยัดกว่าซื้อกินนะ”
“เป็นความคิดที่ดีเลยค่ะป้าแต่หนูไม่รู้จะมีเวลาหรือเปล่า”
“ช่วงแรกหนูอาจจะต้องปรับตัวเยอะหน่อยนะกานต์ แต่ยายเชื่อว่าหนูจะปรับตัวเข้ากับการทำงานได้ดี”
“ค่ะยาย แล้วคอนโดที่ให้หนูไปอยู่เขาให้ทำอาหารได้ไหม”
“ทำได้สิลูก ทุกอย่างที่อยู่ในห้องนั้นหนูใช้ได้ตามสบายเลยนะ เมื่อกี้ยายโทรไปบอกนิติแล้วว่าจะมีคนเข้าไปอยู่เขากำลังให้แม่บ้านมาทำความสะอาดให้”
“คุณยายคะ เดี๋ยวหนูไปทำเองก็ได้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ปกติยายก็ให้แม่บ้านมันมาทำความสะอาดอยู่แล้ว”
“แต่หลังจากนี้หนูขอทำความสะอาดเองนะคะ หนูไม่อยากรบกวนยายมากจนเกินไป”
“แต่ถ้าไม่ไหวจะจ้างแม่บ้านก็ติดต่อนิติได้เลยนะลูก”
“ค่ะยาย”
“ไปอยู่ที่นั่นแล้วขาดเหลืออะไรอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกยายนะ เดี๋ยวยายจะให้หลานชายจัดการให้”
“หนูไม่อยากรบกวนค่ะ หนูยังมีเวลาอีกหลายวันกว่าจะเริ่มงานหนูคงมีเวลาเตรียมซื้อของใช้ค่ะ”
“ยายมัวแต่ห่วงเรื่องที่พักของหนู แล้ววันนี้หนูจะไปยังไงล่ะกระเป๋าใบใหญ่แบบนี้ขึ้นรถโดยสารไปยายว่าคงไม่สะดวกแน่ให้ลุงเกริกไปส่งดีไหม” คุณยายหมายถึงลุงเกริกคนขับรถที่อยู่กับคุณยายมานาน
“เดี๋ยวหลินหนูจะมารับค่ะ”
“ไปกับหนูหลินยายค่อยสบายใจหน่อย แล้วนี่ได้ทำงานที่เดียวกันหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่ใช่บริษัทเดียวกันค่ะ แต่ก็อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่หลินเขามีรถยนต์หนูก็เลยจะอาศัยรถยนต์เขาไปค่ะ”
“แล้วหนูล่ะไม่คิดจะซื้อรถยนต์สักคันเหรอลูกจะได้เอาไว้ขับไปกลับอัมพวากับกรุงเทพ ยายว่าสะดวกดีนะ อยากกลับบ้านตอนไหนก็ขับกลับมาเลย”
“หนูก็คิดแบบนั้นค่ะ แต่ตอนนี้หนูยังไม่ได้เริ่มทำงานเลยจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อรถกันล่ะคะ เงินเก็บที่มีอยู่หนูเอาไว้สำรองเผื่อฉุกเฉินดีกว่าค่ะ”
“จะเอาเงินเก็บของตัวเองมาซื้อทำไมถ้าอยากได้จริง ๆ เดี๋ยวยายจะซื้อให้”
“ยายคะ ยายเลิกคิดเรื่องนี้ไปเลยแค่ให้หนูไปอยู่ที่คอนโดหนูก็เกรงใจมาก ๆ แล้วจากนี้ไปยายไม่ต้องให้อะไรหนูแล้วนะคะ”
“แต่ยายอยากดูแลหนูให้ดี”
“ที่ผ่านมายายก็ดูแลหนูดีมาตลอด จากนี้หนูจะดูแลยายบ้างนะคะ”
“ทำไมเป็นเด็กดี กตัญญูแบบนี้นะ ถ้ายายอำไพมองลงมาจากบนฟ้าก็คงภูมิใจในตัวหนูมาก ๆ เหมือนกับที่ยายภูมิใจในตัวหนู”
“ก็ยายชมสอนหนูมาดีนี่คะ”
“ช่างพูดเอาใจคนแกเสียจริงนะเด็กคนนี้” คุณยายลูบไปบนศีรษะของมนตกานต์อย่างเอ็นดู สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความรักเหมือนหลานแท้ ๆ ที่ผูกพันกันด้วยหัวใจไม่ใช่สายเลือด