ตอนที่ 9 แผนร้ายของเจ้านายจอมหื่น
กวินภพขับรถมาส่งณัฐณิชาที่บ้าน บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบงัน ชายหนุ่มแกล้งทำหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จา ทำให้ณัฐณิชาไม่กล้าเอ่ยปาก เธอรู้สึกผิดที่ปฏิเสธเขาเมื่อครู่ แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาเองก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน และที่สำคัญ เขายังไม่แสดงความจริงใจที่มากพอเพื่อให้เธอเชื่อมั่นว่าเธอจะไม่ใช่ของเล่นของท่านประธานอย่างเขา หรือจริงจังถึงขั้นจะให้เธอเป็นแม่ของอันดา
เมื่อรถยนต์จอดสนิทที่หน้าบ้าน ณัฐณิชายังคงนั่งนิ่ง กวินภพก็เช่นกัน ไม่มีใครคิดจะลงจากรถ จนกระทั่งเธอทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากถาม
“คุณภพ โกรธณิชาหรือเปล่าคะ” กวินภพไม่ตอบ พลางหันหน้าออกไปมองนอกกระจกอย่างเฉยเมย
“ถึงคุณจะโกรธยังไง แต่ณิชาอยากให้คุณรู้ไว้ว่าณิชาก็มีเหตุผลของตัวเอง ณิชาไปก่อนนะคะ กู๊ดไนท์ค่ะ”
ก่อนจะลงจากรถ ณัฐณิชาหันไปจุมพิตแก้มสากของกวินภพอย่างแผ่วเบา หัวใจของชายหนุ่มพองโตขึ้นมาทันที รวมถึงความเป็นชายที่ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว นี่เพียงแค่เธอหอมแก้มเขาเท่านั้น ถ้าเธอทำมากกว่านี้ เขาคงต้องขาดใจตายแน่ ๆ
ณัฐณิชาลงจากรถไปหลายนาทีแล้ว แต่กวินภพยังคงนั่งนิ่ง มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบแก้มสากๆ พลางสูดดมความหอมที่ยังคงอบอวลอยู่
“ทำเป็นหมาหยอกไก่ไปเถอะ เดี๋ยวพี่จะจัดให้สาสมใจเลยทีเดียว ณิชาจ๋า” เขาพึมพำออกมาอย่างมาดมั่น
เช้าวันต่อมา วิภากรมองลูกสาวที่ลงมาทานอาหารด้วยความประหลาดใจ เธอสบตากับผู้เป็นสามีที่มองณัฐณิชาเช่นกัน ก่อนจะอดถามไม่ได้
“ณิชา หนูยังไม่จัดกระเป๋าเสื้อผ้าอีกเหรอลูก แล้วนี่จะแต่งตัวไปไหนจ๊ะ” ณัฐณิชาทำหน้างง
“จัดกระเป๋าไปไหนเหรอคะแม่”
“อ้าว!!!.. ก็คุณภพเค้าไม่ได้บอกลูกหรอกเหรอว่าวันนี้ตอนเย็นน่ะ เค้ากับลูกจะต้องไปสัมมนาที่สตราสบูคร์
น่ะ เขาขออนุญาตแม่ตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้วนะ แม่ก็คิดว่าหนูรู้แล้วเสียอีก เดี๋ยวคุณภพจะมารับลูกตอนเย็นพร้อมกับเอาน้องอันดามาฝากไว้กับแม่”
ณัฐณิชางงเข้าไปใหญ่ ไปสัมมนา ทำไมเธอไม่รู้เรื่อง เมื่อวานก็อยู่ด้วยกันแท้ๆ ทำไมเขาไม่บอก ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ
“เขาคงไม่อยากให้หนูไปแล้วล่ะค่ะแม่” ณัฐณิชาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ ทำหน้ามุ่ยก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเข้าปาก
“ทำไมล่ะ หนูทะเลาะกับเค้าหรือเปล่า” รัฐภูมิถามลูกเลี้ยงสาวอย่างอ่อนโยน เพราะเขาเชื่อว่ากวินภพไม่ใช่คนที่จะทำให้ณัฐณิชาเสียใจ แต่เธอก็ส่ายหน้าไม่ตอบ ทานอาหารไปได้แค่สองสามคำ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์หน้าจอ หัวใจก็สั่นวูบวาบ
“สวัสดีค่ะ คุณภพ”
“ณิชา เมื่อวานผมลืมบอกคุณไปว่าวันนี้เราต้องไปสัมมนาที่สตราสบูคร์ เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าไว้เลยนะ เราจะไปกันห้าวัน แล้วเย็นนี้ผมจะไปรับ” พูดจบกวินภพก็รีบวางสายไป
นี่เขาไม่คิดจะถามเธอหน่อยหรือไงว่าเธออยากจะไปด้วยหรือเปล่า แล้วน้ำเสียงที่พูดกับเธอนั้นมันช่างเรียบเฉยเสียจนเธอรู้สึกน้อยใจ
เมื่อทานอาหารเสร็จ ณัฐณิชาก็รีบไปจัดกระเป๋าเสื้อผ้า เธอไม่รู้ว่าจะต้องเอาอะไรบ้าง จึงเลือกชุดที่เหมาะสมและดูดีที่สุดไป เมื่อจัดกระเป๋าเสร็จช่วงเย็น กวินภพก็ขับรถมารับพร้อมกับพาหนูน้อยอันดามาฝากไว้กับวิภากรมารดาของเธอ
“สวัสดีครับ พี่รัฐ พี่วิ” ทั้งสองยกมือรับไหว้กวินภพ
“ณิชากำลังจัดกระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ รบกวนคุณภพรอสักครู่นะคะ” มารดาของณัฐณิชารีบเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรครับผมรอได้ ผมผิดเองครับที่ไม่ได้บอกณิชาเอาไว้ล่วงหน้า”
“ไม่เป็นไรหรอกภพ เราคนกันเอง งานนี้พี่ฝากณิชาด้วยละกันนะ อะไรที่ไม่ดีก็บอกกล่าวตักเตือนกันเอานะ” รัฐภูมิบอกกวินภพ
“ยินดีครับพี่รัฐ ณิชาทำงานเก่งครับ ช่วยแบ่งเบาภาระผมได้เยอะเลย”
“ขอบคุณนะคะคุณภพ ดิฉันฝากลูกด้วยนะคะ” วิภากรรีบเอ่ย เพราะเธอเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวของเธอ
“ผมก็ฝากอันดาไว้กับพี่วิด้วยนะครับ” เขาก้มลงไปหอมแก้มลูกสาวหนึ่งที แล้วอันดาก็รีบวิ่งเข้าไปหาณัฐณิชาทันทีกำลังเดินลงมาจากชั้นสอง
“คุณแม่ขา จะไปแล้วเหรอคะ จุ๊บแก้มอันดาก่อนสิคะ” สาวน้อยเอียงแก้มพร้อมกับเอาปลายนิ้วชี้จิ้มที่แก้มป่องๆ ของตัวเอง ณัฐณิชาก้มลงหอมแก้มอันดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม วิภากรและรัฐภูมิต่างหันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจปนสงสัย โดยเฉพาะวิภากรนี่ลูกสาวของเธอพัฒนาไปเป็นคุณแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ผมไปก่อนนะครับพี่รัฐ พี่วิ” กวินภพลาทุกคน พร้อมๆ กับณัฐณิชา ชายหนุ่มยกมือไหว้อย่างนอบน้อม รัฐภูมิอาสาขับรถไปส่งกวินภพและณัฐณิชาที่สถานีรถไฟ
เมื่อถึงสถานีรถไฟ ทั้งสองได้นั่งคู่กัน ความน้อยใจที่เขาไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเธอตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้เธอถามออกไปด้วยความอัดอั้น
“จากปารีสถึงสตราสบูคร์ เดินทางโดยรถไฟใช้เวลานานเท่าไหร่คะ” หญิงสาวถามขึ้นเพราะเธอไม่เคยไปมาก่อน ส่วนกวินภพนั้นไปมาบ่อยๆ อยู่แล้ว เขาไปทำหน้าที่แทนรัฐภูมิอยู่หลายต่อหลายครั้ง
“ประมาณห้าชั่วโมงครับ” กวินภพตอบหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ โดยไม่หันมามอง
“ทำไมคุณภพไม่บอกณิชาว่าจะไปสตราสบูคร์วันนี้คะ” หญิงสาวเริ่มถาม เพราะดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ยอมอ้าปากเลยตั้งแต่นั่งรถไฟมาด้วยกัน
“พอดีผมลืมน่ะ” กวินภพตอบสั้นๆ มือหนาพลางล้วงมือถือขึ้นมาเปิดข่าวอ่าน ณัฐณิชาตัดสินใจดึงมือถือออกจากมือของกวินภพ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งมาที่ชายหนุ่ม
“คุณลืม หรือว่าตั้งใจที่จะไม่บอกกันแน่คะ”
“ผมลืมจริงๆ” กวินภพยังคงค้านเสียงแข็ง สีหน้าเขาเรียบเฉยกับหญิงสาวจนทำให้อารมณ์เธอเดือดปุดๆ
“ที่จริงแล้วคุณไม่น่าจะให้ฉันมาเลย หน้าที่นี้มันควรจะเป็นหน้าที่ของคุณชาร์ล็อตต์ เลขาฯ ของคุณมากกว่าผู้ช่วยไม่ได้เรื่องอย่างฉัน” ณัฐณิชาตัดพ้อด้วยคำพูดห่างเหิน และไม่แทนตัวเองด้วยชื่อเล่นเหมือนเคย พูดจบก็หันหน้าหนีทันทีที่พูดจบ
กวินภพรู้แล้วว่าเธอกำลังโกรธ ก่อนจะนึกขำขันกับท่าทางของหญิงสาว ยิ่งเห็นสีหน้าและแววตาที่หงุดหงิดนั้น เขาก็ยิ่งอยากจะแกล้งให้มากกว่าเดิม สายตาว่องไวของเขาเหลือบมองหน้าอกนวลเนียนที่โผล่พ้นจากเสื้อตัวสวย
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเธอต้องขยันทำให้ความเป็นชายของเขาพองโตด้วยทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ เนินอกอวบทั้งสองข้างไม่เคยรอดพ้นจากสายตาแหลมคมของเขาไปได้ และครั้งนี้ก็เช่นกัน
ชายหนุ่มเหลือบมองเต้านมและต้นขาอวบ ๆ ของเธอ ร่างสูงพยายามยืดตัวให้ตรงกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนที่ลมหายใจเขาต้องหยุดชะงักเมื่อเธอตั้งใจก้มตัวลงไปเก็บพัดลมตัวน้อยที่หล่นจากมือ
เหมือนแรงโน้มถ่วงของโลก หน้าอกอวบโผล่ออกมาจนเห็นหมดเลย ใบหน้าของเขาแดงเถือกไปจนถึงใบหู ความเป็นชายพองโตคับกางเกง เขาแทบจะปล่อยเสียงครางออกมา หญิงสาวตรงหน้าของเขาทำให้เขาทรมานอะไรขนาดนี้ ขนาดเธอใส่เพียงชุดธรรมดา แต่เธอก็ยังคงความเซ็กซี่เอาไว้อย่างเหลือร้าย
เมื่อรถไฟถึงที่หมาย ก็มีรถของโรงแรมมารับกวินภพและณัฐณิชาตามที่เขาให้ชาร์ล็อตต์ได้จองล่วงหน้าเอาไว้ให้แล้ว
ตอนนั้นกวินภพให้ชาร์ล็อตต์จองโรงแรมเพียงห้องเดียว ชาร์ล็อตต์นึกในใจว่ากวินภพคงจะไปคนเดียว เลยไม่ได้สงสัยอะไร กวินภพตั้งใจที่จะจองเพียงห้องเดียวเท่านั้น และบอกกับชาร์ล็อตต์ว่าเธอไม่ต้องเดินทางไปกับเขา และให้เธออยู่เคลียร์งานที่นี่
ตลอดทางณัฐณิชาพยายามข่มอารมณ์เดือดพล่านไว้ในใจ นี่เขาไม่คิดจะคุยกับเธอเลยเพียงเพราะเธอปฏิเสธเขาเมื่อคืนใช่ไหม ผู้ชายก็เป็นแบบนี้หวังแต่จะฟันอยู่ท่าเดียว ทั้งที่เพิ่งจะรู้จักกันแท้ ๆ สองแขนยกขึ้นกอดอก ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างอวดดี
กวินภพมองหญิงสาวข้างกายแล้วก็อดขำในใจไม่ได้ ท่าทางแสนงอนของเธอมันช่างน่ารักจนน่าจับปล้ำเสียจริง ๆ รถยนต์คันหรูของโรงแรมจอดสนิท ณัฐณิชารีบเปิดประตูออกไปทันทีพร้อมกับปิดประตูเสียงสนั่น แก้วหูของกวินภพแทบจะระเบิด
เมื่อถึงโรงแรม พนักงานบริการขนกระเป๋าของทั้งสองคนวางไว้หน้าห้อง เธอมองดูบรรยากาศรอบๆ โรงแรมแล้วก็อดชื่นชมคนออกแบบไม่ได้ โรงแรมแห่งนี้ช่างกลมกลืนกับธรรมชาติเสียจริง แต่เธอก็ต้องหยุดมองธรรมชาติโดยรอบ เพราะพนักงานบริการยกกระเป๋าของเธอเข้าไปอยู่ในห้องเดียวกับกวินภพ
ตอนที่ 10 กำราบเด็กดื้อ NC
“คุณภพ นี่มันอะไรกันคะ!” ณัฐณิชาชี้นิ้วไปยังกระเป๋าสองใบที่วางเคียงข้างกันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ภายในห้อง
“ก็กระเป๋าของคุณกับของผมไง” กวินภพตอบเรียบๆ พลางหยิบเสื้อผ้าใส่ตู้ราวกับเป็นเรื่องปกติ
“แล้วห้องฉันอยู่ไหนคะ” เธอถามเสียงแข็ง
“ก็อยู่เนี่ยแหละ” เขายิ้มมุมปาก
“แล้วห้องคุณล่ะ” ณัฐณิชาเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ในใจ
“ห้องผมก็อยู่เนี่ยแหละ”
“เฮ่ย!!...ได้ยังไงคะ!!! คุณคิดจะทำอะไร” ด้วยอารมณ์โมโห เธอเผลอขึ้นเสียงใส่เจ้านายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ
“ก็หมายความว่าโรงแรมนี้เต็มแล้วทุกห้อง เหลือเพียงห้องนี้ห้องเดียว ซึ่งคุณต้องพักห้องเดียวกับผม” กวินภพตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“ฉันจะลงไปที่ล็อบบี้ให้พนักงานเปิดห้องให้ใหม่!” ณัฐณิชายืนกราน เธอไม่ยอมแม้แต่จะเปิดกระเป๋า
“เชิญครับ”
หญิงสาวลงไปที่ล็อบบี้ด้วยความมาดมั่น แต่ก็ต้องพบกับความจริงอันน่าผิดหวัง ที่นี่เต็มหมด คนที่จะมาพักต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น จะไปหาโรงแรมอื่น เธอก็ไม่รู้จักสถานที่แถวนี้เสียด้วย เพราะเธอไม่เคยมาที่นี่เลย ณัฐณิชาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินคอตกกลับไปยังห้องพักด้วยความจำยอม
ณัฐณิชาพ่นลมหายใจอีกครั้งดังพรืดใหญ่ ให้ตายเถอะ ทำไมเขาไม่รู้จักบอกเธอตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้เตรียมตัวไว้ถูก แล้วอยู่ห้องเดียวกัน ใครรู้ก็คงจะไม่เหมาะ เธอคิดอย่างหงุดหงิด
เมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว หญิงสาวก็ต้องทำใจ เธอเปิดกระเป๋าจัดเสื้อผ้าใส่ตู้เสร็จเรียบร้อย เธอก็ออกมาเดินรับลม “ดีล่ะ งั้นก็เชิญอยู่คนเดียวไปเลย” เธอรำพึงกับตัวเอง
หญิงสาวเหลือบไปเห็นสระว่ายน้ำของโรงแรมก็พลันนึกอยากจะว่ายน้ำขึ้นมา แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เตรียมชุดว่ายน้ำมาด้วย ขณะเดินกลับสายตาก็เหลือบไปเห็นว่ามีชุดว่ายน้ำให้เช่า เธอจึงไปติดต่อเจ้าหน้าที่
สุดท้ายร่างบางในชุดว่ายน้ำทูพีชสีชมพูสดก็เดินออกมานวยนาด ก่อนจะก้าวเท้าลงสระไป หน้าอกอวบอิ่มแทบทะลักล้นอยู่ภายใต้ชุดว่ายน้ำที่ปกปิดเพียงน้อยนิด ยิ่งท่อนล่างที่มีเชือกผูก ยิ่งเพิ่มความเย้ายวนชวนมอง
กวินภพจ้องมองร่างอรชรในชุดว่ายน้ำอย่างไม่คลาดสายตา เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความคิดเจ้าเล่ห์ร้ายกาจผุดขึ้นมาในสมองที่แสนชาญฉลาด สองขาก้าวยาวๆ ไปหาร่างงดงามอวบอิ่มที่กำลังว่ายน้ำอย่างสบายอารมณ์
“ผมไม่ได้พาคุณมาที่นี่เพื่อว่ายน้ำนะ” กวินภพแกล้งถามเสียงเข้ม ณัฐณิชาหันหน้าไปมองชายหนุ่ม เส้นผมสีดำขลับที่เปียกชุ่มปลิวไปตามแรงลม ทำให้เธอต้องเอามันทัดกับหูอย่างอ่อนช้อย
เธอรีบขึ้นจากสระ หันมามองเขาด้วยสายตาประชดประชัน จนกวินภพต้องตาวาวเมื่อเห็นทรวงอกอวบอิ่มในระยะประชิด
แม่เจ้าโว้ย!..เขาพยายามกลืนน้ำลายลงคอทั้งที่มันเหนียวหนืดจนแทบจะไหลออกมาจากริมฝีปากเสียแล้ว เรียวปากบางดั่งกลีบกุหลาบเผยอขึ้นอย่างอวดดี เท่านั้นไม่พอ เธอยังเชิดหน้าใส่เขาอีก
“ช่วยไม่ได้คุณไม่พูดกับฉันเอง” เธอสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“มันไม่ใช่หน้าที่ของผม คุณเป็นลูกน้องผมก็ควรจะถาม ไม่ใช่ให้ผมต้องคอยบอก” เขายังคงแกล้งทำเสียงเข้ม
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นฉันขอโทษก็แล้วกันค่ะ ฉันไม่ลืมหรอกค่ะว่าเป็นแค่ลูกน้องของคุณ แล้ววันนี้ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” ณัฐณิชาประชด สีหน้าของเธอแสดงความหงุดหงิดไว้เต็มที่
“จะรีบขึ้นมาทำไมที่รัก เธออยากว่ายน้ำไม่ใช่รึไง หืม์” กวินภพพูดจบก็อุ้มณัฐณิชาขึ้นแนบอก
“อื้อยยย ปล่อยนะคุณภพ จะอุ้มฉันทำไม” สองแขนเรียวรีบโอบรอบคอเขาไว้แน่นเพราะกลัวตัวเองจะตกลงไป มือบางก็มิวายที่จะทุบหน้าอกแกร่งไปมา แต่เขากลับหัวเราะด้วยความสนุกที่ได้แกล้งเธอ ทรวงอกอวบอิ่มถูไถกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจงใจ
“คุณว่ายน้ำไป ผมจะนั่งมองคุณอยู่ตรงนี้แหละ” เมื่อพูดจบเขาก็โยนเธอลงสระอย่างที่พูด ร่างบางจมลงไปใต้น้ำก่อนจะแกล้งดำผุดดำว่าย พร้อมส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วยค่ะๆ คุณภพ ขาฉันเป็นตะคริว!”
“ณิชา!” กวินภพรีบดึงรองเท้าหนังออกและกระโดดลงไปช่วยหญิงสาวตรงหน้า เขารีบว่ายไปหาเธอด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวโผล่จากน้ำขึ้นมาพร้อมกับสะบัดน้ำออกจากใบหน้า ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มแล้วหัวเราะด้วยความสะใจ
“นี่คุณแกล้งผมเหรอ...ณิชา” กวินภพถามเสียงขุ่น แต่แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“ก็คุณกวนประสาทฉันก่อนนี่” เธอตอบอย่างยียวน
“ณิชา... ยัยตัวแสบ” เขาบอกพลางยิ้มเจ้าเล่ห์
“เก่งจริงก็ว่ายตามให้ทันสิคะ” เธอท้าทาย ก่อนจะว่ายหนีไปอย่างรวดเร็ว
กวินภพที่อยู่ในชุดทำงาน ทำให้เขาว่ายน้ำได้ลำบากกว่าจะว่ายตามณัฐณิชาได้ก็เกือบแย่
“คุณนี่ว่ายน้ำเก่งเหมือนกันนะ” เขากล่าวชมเมื่อตามมาทัน
“ฉันเหรียญทองว่ายน้ำยะ” เธอเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ
“โห่!.. เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ว่ายน้ำกับนักแข่งเหรียญทอง” กวินภพแกล้งทำท่าทางประหลาดใจ ก่อนจะเข้าไปกอดรัดลูบคลำหญิงสาวในชุดว่ายน้ำเพื่อเป็นการทำโทษ
“คุณภพ!!! อย่านะคะ!!!” น้ำเสียงของณัฐณิชาเจือด้วยความกระด้าง แต่ก็แฝงด้วยความหวั่นไหว เขากลับปิดเสียงเธอด้วยริมฝีปาก ยิ่งเห็นเธอผมเปียกก็ยิ่งเซ็กซี่ยิ่งขึ้น และขนาดหน้าอกของเธอมันอาจจะทำให้เขาเลือดกำเดาไหลได้
“ผมจะกอดจนกว่าคุณ จะหายงอนและพูดกับผมเป็นปกติ”
“ฉันหายแล้ว”
“ไหนพูดอีกทีซิ” เขาประคองใบหน้าเธอและพร้อมจะทำการจูบทันที อย่างไม่แคร์สายตาของใคร ๆ
“ณิชาหายงอนคุณภพแล้วขา”
“ดีมากที่รัก เรื่องที่ผมโกรธ ผมแค่ล้อเล่นน่ะ ผมโกรธคุณไม่ลงหรอกณิชา” กวินภพโอบเอวหญิงสาวเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดแก้มเนียน
“นี่ล้อเล่นเหรอ!!!” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เธอหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า
“อืม! ผมล้อเล่น” เขายิ้มเจ้าเล่ห์
“ตั้งแต่เรื่องเมื่อวานที่คุณไม่คุยกับฉันเพราะว่าคุณล้อเล่นอย่างนั้นเหรอ” ณัฐณิชารัวกำปั้นใส่แผงอกกว้างของเขาอย่างไม่ยั้ง กวินภพพยักหน้ารับ พลางทำสีหน้าขอโทษ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
เขายืนยิ้มให้เธอระรัวกำปั้นใส่จนพอใจ เมื่อเธอพอใจแล้วก็ยังไม่หายแค้น เธอสะบัดหน้าพรืดแล้วทำท่าจะเดินขึ้นสระน้ำไป มือปลาหมึกรีบโอบกอดร่างบางเข้ามาหาตัวเองทันที
“ผมขอโทษ เรื่องเมื่อวานนี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะโกรธคุณ ผมผิดเองที่ฝืนใจคุณ ทั้งที่เราเพิ่งรู้จักกัน” สายตาของคนทั้งคู่สบกันแน่นิ่ง กวินภพจ้องมองริมฝีปากรูปกระจับ นิ้วมือลากไล้ไปมาตามโครงหน้าสวยอย่างแผ่วเบา
“ที่ผมไม่คุยกับคุณเพราะผมคิดมาตลอดว่า จะบอกคุณดีหรือเปล่า”
“บอกอะไรเหรอคะ” ณัฐณิชาถามเสียงแผ่ว หัวใจเต้นระรัว
“ผมอยากให้คุณมาเป็นแม่ของอันดานะ ผมชอบคุณ ผมยังไม่กล้าบอกว่ารัก เพราะเราเพิ่งรู้จักกัน” ประโยคสุดท้ายเขากระซิบแผ่วเบาข้างหู ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เธอกำลังช็อกอยู่หลายวินาทีกว่าสติจะกลับคืน แต่สติของเธอกลับหลุดลอยไปอีกครั้งเมื่อเขาประกบริมฝีปากลงมาพร้อมกับบดคลึงอย่างดูดดื่ม ร่างของเธอแทบจะละลายไปพร้อมกับน้ำในสระ สองแขนก็โอบกอดเรือนร่างนุ่มนิ่มเอาไว้แนบกาย เขากระชับอ้อมกอดมากขึ้นพร้อมๆ กันกับที่บดริมฝีปากแรงขึ้น ลิ้นร้อนสัมผัสกับริมฝีปากบาง สองมือก็ช่างสำรวจ เขาลากมือผ่านแผ่นหลังและเรื่อยลงมายังเรียวขา น้ำในสระกำลังกระเพื่อมเพราะความเสียวซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“คุณภพ!!!...ไม่อายคนรึไง อื้ย อย่าค่ะ พอแล้ว” เธอบอกเสียงพร่า
“จะให้ผมอายใครล่ะครับ สระนี้ทั้งสระมีแค่เราสองคน” เขายิ้มเจ้าเล่ห์
เมื่อได้จูบเธอจนพอใจ เขาก็ละริมฝีปากออก ณัฐณิชาก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย เธอแก้เขินด้วยการตีน้ำใส่หน้ากวินภพ
“นี่แน่ะ!... นี่ๆๆ คนเจ้าเล่ห์ หลอกลวง!”
“โอ๊ะ!! โอ้ยๆ ณิชา น้ำเข้าตาผม” กวินภพหัวเราะ พร้อมๆ กับที่จับร่างเธอกดลงน้ำ เมื่ออยู่ใต้น้ำเขาก็ฉวยโอกาสกับเธออีกครั้ง สองมือหนาลากผ่านไปมาทั่วเรือนร่างพร้อมกับโอบกอดจากด้านหลัง มืออีกข้างก็ตะปบหมับไปที่ทรวงอกนุ่มนิ่มขนาดใหญ่แล้วออกแรงคลึงเคล้นอย่างหิวกระหาย
