บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 ขัดจังหวะ

ก๊อก..ก๊อก...ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้กวินภพจำต้องหยุดการเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองไว้แค่นั้น แล้วก็ผละออกจากความเย้ายวนตรงหน้าด้วยความเสียดาย มือหนาหยิบเสื้อเชิ้ตของเธอขึ้นมาสวมใส่ให้ด้วยความทะนุถนอม ณัฐณิชารีบหยิบชั้นในที่เขาถอดออกไปเมื่อสักครู่ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป เธอจัดแจงเสื้อผ้าอย่างลวก ๆ จนเรียบร้อยเข้าที่ด้วยหัวใจที่ยังเต้นระรัว แต่ยังไม่กล้าออกมาจากห้องน้ำ

“เชิญครับ” กวินภพเอ่ยเสียงเรียบพลางขยับเนกไทให้เข้าที่ ก่อนจะเป็นชาร์ล็อตต์ที่เดินเข้ามา

“คุณกลับมาอีกทำไมชาล็อตต์” เขาถามด้วยเสียงเรียบพลางเก็บอารมณ์หงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเอาไว้

“คุณกวินภพคะ แขกคนสำคัญเลื่อนนัดเจรจาเป็นเวลาพรุ่งนี้ห้าโมงเย็นค่ะ พอดีว่าดิฉันกลับไปแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้” เลขาสาวแจ้งกำหนดการใหม่ สายตาของเธอกวาดมองไปรอบห้องอย่างสงสัย ณัฐณิชาที่ตัดสินใจเดินออกมาจากห้องน้ำก็รีบก้มหน้าก้มตาทำทีเป็นสนใจงานบนโต๊ะของตัวเอง และพยายามหลบเลี่ยงสายตาที่จ้องจับผิดของชาล็อตต์

“แจ้งตามที่ลูกค้าต้องการได้เลยครับคุณชาร์ล็อตต์ ผมเวลาไหนก็ได้”

“ค่ะ” เลขาฯ สาวรับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไป

กวินภพเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าด้วยความเขินอาย มือหนาเชยคางมนขึ้นมาสบตา

“ณิชา คุณหิวหรือยัง งานเสร็จแล้ว เราไปทานมื้อค่ำกันเถอะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชวนพร้อมนิ้วมือที่ไล้ไปตามเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา

“ณิชาไม่หิวค่ะ ณิชาจะกลับแล้ว” เธอตอบอย่างแสนงอน เมื่อเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แต่ผมหิวครับ หรือว่าคุณจะให้ผมกินคุณแทนล่ะ” กวินภพตอบพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ณัฐณิชาหน้าแดงก่ำจนแทบจะระเบิด เธออับอายตัวเองเหลือเกินที่ไม่เคยต้านทานสัมผัสของเขาได้เลย

“ณิชาขอกลับค่ะ มันมืดแล้ว ณิชาขับรถกลางคืนไม่เก่ง”

“อย่าดื้อสิ ที่รัก ผมไปส่งคุณก็ได้ คุณจอดรถคุณไว้ที่นี่แหละ” กวินภพบอกพลางจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวย แล้วท่าทางหยอกเย้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นความจริงจังในชั่วพริบตา

“ผมชอบคุณนะ... ณิชา” คำสารภาพที่หลุดออกมาโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้คนพูดเองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่คนฟังกลับตกใจยิ่งกว่า ณัฐณิชาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ

“คุณภพ... คุณพูดอะไรออกมาคะ”

“ผมพูดความจริงครับ ถึงตอนนี้เราจะเพิ่งรู้จักกันก็ตาม” เขาเน้นย้ำน้ำเสียงหนักแน่น

ณัฐณิชารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน ความดีใจปนเปไปกับความสับสนจนทำอะไรไม่ถูก นั่งนิ่งงันราวกับร่างไร้วิญญาณ จนกวินภพต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

“เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านนะครับ ยังไงผมก็ต้องไปรับอันดาอยู่ดี จอดรถคุณไว้ที่นี่แหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมไปรับ” เขาตัดบทแล้วรีบจูบมือเธอเดินออกไป

เมื่อกลับถึงบ้าน กวินภพแวะไปรับอันดาที่บ้านของรัฐภูมิ สาวน้อยยังคงตาใสแป๋วรอคุณพ่ออยู่ สองพ่อลูกจึงต้องฝากท้องที่โต๊ะอาหารบ้านรัฐภูมิเพราะณัฐณิชาไม่ยอมแวะทานอะไร เธอคงจะกลัวเขาพาเข้าโรงแรมอีกเป็นแน่

“งานเยอะเหรอภพ” รัฐภูมิถามขึ้น ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน

“ครับพี่รัฐ ช่วงนี้ลูกค้าที่โรงแรมเยอะเป็นพิเศษ”

“แต่ดูภพไม่เครียดเลยนะคะ ออกจะดูอารมณ์ดีด้วยซ้ำ” วิภากรเอ่ยแซว

“ผมคงมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ดีครับ ณิชาช่วยงานผมได้เยอะเลยครับ” ชายหนุ่มเปรยพลางเหลือบมองหญิงสาวข้างกายเพียงเสี้ยววินาที แต่ก็ไม่พ้นสายตาคมของรัฐภูมิ

“อะแฮ่ม!” รัฐภูมิกระแอมเสียงดังเรียกสติ กวินภพจึงต้องกลับไปสนใจจานข้าวตามเดิม รัฐภูมิแอบคาดโทษในใจ พลางคิดว่าถ้าชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่รุ่นน้องที่ไว้ใจ ป่านนี้เขาคงหยิบปืนมาเช็ดรอไว้แล้ว

กลางดึกคืนนั้น ณัฐณิชานอนพลิกกายไปมาอย่างกระสับกระส่าย สัมผัสอบอุ่นและความอ่อนโยนที่กวินภพมอบให้ยังคงติดตรึง เธอไม่รู้เลยว่าหัวใจตัวเองถูกเขาช่วงชิงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มือบางลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆ พลางตั้งคำถามว่าผู้หญิงอย่างเธอจะมีโอกาสได้เป็นแม่ของอันดา และเป็นผู้หญิงข้างกายเขาจริงๆ หรือไม่

จู่ๆ โทรศัพท์ก็สั่นประท้วง เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏ หัวใจเธอก็เต้นรัว

“สวัสดีค่ะ...คุณภพ”

“ผมคิดถึงคุณจังเลยณิชา” ประโยคแรกของปลายสายทำเอาหญิงสาวแทบละลาย

“อันดาหลับแล้วเหรอคะ” เธอแกล้งเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนความเขินอาย

“หลับไปพักใหญ่แล้วครับ... แล้วคุณล่ะ คิดถึงผมบ้างไหม” กวินภพยังคงต้อนเธอเข้ามุมเดิม

“ไม่ค่ะ... ฉันง่วงแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ” เธอรีบตัดบทเพราะกลัวเสียงหัวใจตัวเองจะดังลอดเข้าไปในสาย

“กู๊ดไนท์ครับคนดี” แม้สายจะตัดไปแล้ว แต่ความตื่นเต้นกลับทำให้เธอนอนไม่หลับยาวนานหลายชั่วโมง ภาพเหตุการณ์เร่าร้อนเมื่อช่วงค่ำย้อนกลับมาเป็นฉากๆ จนเธอต้องลุกมาอ่านหนังสือเรียนปริญญาโทเพื่อสงบจิตใจ จนเวลาผ่านไปนานกว่าความง่วงจะครอบงำได้จริงๆ ก็เกือบตีสาม

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งคู่แทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันลำพัง เพราะกวินภพวุ่นกับการขยายสาขาใหม่ ณัฐณิชาจึงต้องรับบทคุณแม่ดูแลอันดาเป็นหลัก ดีว่าช่วงนี้อันดาปิดเทอม ณัฐณิชาจึงต้องดูแลอันดาไปด้วย

“คุณแม่ขา วันนี้อันดาอยากกินไอศกรีม” สาวน้อยอ้อนทันทีที่ณัฐณิชาเดินเข้ามาในห้องทำงาน

“อันดา อย่าไปกวนคุณแม่สิลูก” กวินภพเอ็ดลูกสาวเบาๆ เขาจงใจเรียกเธอว่าแม่ตามลูกสาว ณัฐณิชาหมั่นไส้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมีอันดาอยู่ จึงจำใจยอมให้เขาเรียก

“เกือบได้เวลาเข้าประชุมแล้วค่ะ คุณภพ” ณัฐณิชารีบบอกเจ้านาย

“ครับ” กวินภพทำหน้ายุ่ง เขาเฝ้าโหยหาเวลาส่วนตัวกับเธอมาหลายวัน แต่ยัยตัวแสบมักจะมาเป็นก้างชิ้นใหญ่คั่นกลางเสมอ เขาไม่อยากให้มีปิดเทอมเลย

“วันนี้ณิชาจะพาอันดาไปซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วไปกินไอศกรีมนะคะ”

“ผมอยากไปด้วยจังเลยครับ” กวินภพทำเสียงออดอ้อนเหมือนเด็กๆ

“คุณเข้าประชุมให้เรียบร้อยดีกว่าค่ะ ถ้าเสร็จแล้วก็อาจจะทัน”

“อันดา บอกพี่ณิชารอคุณพ่อด้วยนะครับ” กวินภพรีบบอกลูกสาวทันที

“ก็ได้ค่ะ คุณพ่อ แล้วอันดาจะคอยนะคะ คุณพ่อประชุมเร็ว ๆ นะคะ”

แต่สุดท้าย การประชุมของกวินภพก็ลากยาว ทำให้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมีเพียงอันดาและณัฐณิชาที่เดินจูงมือกันไป อันดาเดินกุมมือณัฐณิชาไม่ยอมห่าง ความผูกพันที่เพิ่มขึ้นทุกวันทำให้ณัฐณิชารักเด็กคนนี้จนหมดใจ

“วันนี้คุณแม่จะทำซุปมักกะโรนีหมูสับ แล้วตามด้วยไอศกรีมของโปรดหนูไงคะ”

“เย้! อันดารักคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ”

เมื่อกลับถึงบ้าน กวินภพที่เพิ่งกลับจากประชุมก็ได้ยินเสียงหัวเราะสดใส เขายืนพิงประตูแอบมองหญิงสาวในเดรสสีครีมที่กำลังรวบผมหางม้าทำอาหารด้วยความเอ็นดู

“เย้!!!!...คุณพ่อมาแล้ว!! หนูซื้อไอศกรีมมาเผื่อคุณพ่อด้วยนะคะ อยู่ในตู้เย็น” เสียงตะโกนมาแต่ไกลของอันดาทำให้กวินภพรีบอุ้มลูกสาวทันที

“กลับมาแล้วเหรอคะ คุณภพ” ณัฐณิชาถามโดยไม่ได้เงยหน้า

“ครับ เห็นคุณยุ่งๆ เลยไม่อยากกวน” เขาตอบพลางยิ้มกว้าง ภาพตรงหน้ามันช่างเหมือนภรรยากำลังทำกับข้าวรอสามีไม่มีผิด

หลังมื้อค่ำและการส่งอันดาเข้านอน ความเงียบสงัดก็ครอบงำบ้านอีกครั้ง ณัฐณิชาเก็บกวาดครัวอย่างขะมักเขม้น ก่อนจะถูกวงแขนแกร่งสวมกอดจากทางด้านหลัง

“คุณภพ! จะทำอะไรคะ” เธอถามอย่างตกใจ แต่เขากลับฉวยโอกาสหอมแก้มเธอฟอดใหญ่

“คิดถึงจัง... ไม่ได้กอดตั้งหลายวันแน่ะ”

“ปล่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น”

“อันดาหลับแล้ว เหลือแค่เราสองคน” เขาซุกไซ้ที่ซอกหอ ก่อนจะอุ้มเธอไปวางลงบนโซฟาตัวยาว

กวินภพทาบทับลงมาทันทีด้วยความโหยหา มือหนาเริ่มซุกซนถลกชายกระโปรงชุดเดรสขึ้นมาถึงเอว ณัฐณิชารีบห้ามด้วยเสียงสั่นเครือ

“อย่านะคะ มันไม่ดี เรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน” กวินภพชะงัก สายตาที่เคยมอดไหม้ด้วยความใคร่เปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิด

“วันนั้น คุณยังไม่ว่าอะไรผมเลย”

“อย่าพูดถึงเรื่องวันนั้นเลยค่ะ” เธอหลบสายตา

“ผมขอโทษ...” เขาถอนหายใจยาวพลางลุกขึ้นเดินออกไป ความรู้สึกว้าวุ่นใจแล่นเข้ามาแทนที่ เขาอยากจะบอกความในใจทั้งหมดแต่ก็กลัวเธอจะปฏิเสธ

ณัฐณิชามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังจะเดินจากไป เธอใจคอไม่ดีเพราะกลัวเขาจะโกรธ จึงรีบวิ่งไปกอดเขาจากทางด้านหลัง

“ณิชา...” ชายหนุ่มครางชื่อเธอเบาๆ สัมผัสจากมือนุ่มทำเอาสติที่อุตส่าห์ดึงกลับมาแทบจะหลุดลอยไปอีกครั้ง

“คุณโกรธณิชาหรือเปล่าคะ” เธอถามเสียงเศร้า กวินภพลอบยิ้ม แผนการเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาทันที เขาแสร้งทำเสียงแข็ง

“เปล่าครับ ผมคงไม่มีค่าอะไรในสายตาคุณ” หญิงสาวหน้าชาด้วยความรู้สึกผิด โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ผู้ชายจอมเจ้าเล่ห์คนนี้แอบยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel