ตอนที่ 11 คู่แข่งคนสำคัญ
ณัฐณิชาแทบขาดใจ เธอรีบสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุมแล้วโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำพลางหายใจหอบระรัว
“หื้อ!..คนลามก!” สีหน้าของเธอแดงก่ำ กวินภพหัวเราะในลำคอ สายตาที่เคยอบอุ่นบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นประกายวิบวับ ช่างดูน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก
“ผมยอมเป็นคนลามก ถ้าได้สัมผัสตัวคุณ” กวินภพยังไม่เลิกลวนลามหญิงสาวตรงหน้า เขาจับเธอกดน้ำพร้อมๆ กับที่เขาดำตามลงไปด้วย ชายหนุ่มขโมยจูบเธอใต้น้ำ ก่อนจะดึงเธอขึ้นจากน้ำโผล่มาแค่คอ ส่วนร่างที่ต่ำกว่าคอนั้นอยู่ใต้น้ำนั้นถูกสองมือหนาเคล้นคลึงหน้าอกอวบจากด้านหลังอย่างไม่ลดละ
ณัฐณิชาแหงนเงยด้วยความเสียวซ่าน เสียงครวญครางดังอยู่ข้างหู มือหนาอีกข้างแทรกลึกเข้าไปภายใต้ชุดว่ายน้ำชิ้นล่าง เมื่อได้สัมผัสกับเนื้อนุ่ม ร่างเธอก็สะท้านหวิวด้วยความปรารถนาที่ยากจะห้ามใจ
สองมือของกวินภพทำหน้าที่พร้อมกันได้อย่างดีเยี่ยม นิ้วหัวแม่มือบดคลึงเนื้อนุ่มไปมาอย่างเอาใจ สองนิ้วฉกาจแทรกเข้าไปภายในเนื้อนุ่มที่กำลังตอบรับเขาเป็นอย่างดี กวินภพออกแรงเร่งเร้าจนเธอไปสู่ฝั่งฝันที่แสนอบอุ่น น้ำอุ่นไหลลงมาอาบนิ้วมือที่กำลังจะถอดถอนออกจากเรือนกายสาว
ณัฐณิชาหน้าแดงซ่าน เมื่อรู้สึกตัวเธอจึงเบี่ยงตัวออกก่อนจะวิ่งขึ้นสระไป กวินภพมองร่างของหญิงสาวที่วิ่งไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะอย่างชอบใจดังไล่หลังณัฐณิชามา ทำให้เธออายยิ่งกว่าเดิม
ยังไงเสียเวลาที่อยู่ที่นี่ เขาจะต้องเผด็จศึกเธอให้ได้ เขาคิดในใจ
ณัฐณิชากลับมาที่ห้อง เธอปิดประตูด้วยความแรง ร่างกายเธอร้อนผ่าวไปหมด แผ่นหลังเกือบเปลือยพิงกับประตูอย่างหมดแรง ลมหายใจเธอหอบกระชั้น เนื้อตัวแดงก่ำ เมื่อเธอก้มลงมองหน้าอกก็พบรอยจูบที่ชายหนุ่มเป็นคนฝากฝังเอาไว้ให้ ใบหน้าเธอร้อนฉ่าจนแทบไหม้
“คนบ้า!..คนลามก โรคจิต” ณัฐณิชากร่นด่า นึกถึงกวินภพที่ชอบทำอะไรเอาแต่ใจ โดยที่ลึกๆ เธอรู้ตัวดีว่าเขากำลังทำให้เธอมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน มือบางทั้งสองข้างจับแก้มด้วยความเขินอาย
“ไม่ๆๆ ไม่นะณิชา เธอต้องไม่คิดเรื่องอีตาพ่อม่ายจอมลามกนั่น” ณัฐณิชาคิดไปมาเหมือนคนวิตกจริต ใช่...เขากำลังทำให้เคลมเธอ
กวินภพกลับมาถึงห้องพักหลังจากที่ไปตระเตรียมอะไรบางอย่างอยู่ในมือ เขาก็แทบหัวใจวายเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นหญิงสาวกำลังรื้อตู้เสื้อผ้าทั้ง ๆ ที่เธอใส่เพียงผ้าขนหนูผืนเดียว ร่างบางอรชรที่ถูกปกปิดเพียงน้อยนิดช่างยั่วยวนสายตาจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
ตุ๊บ!
ของในมือกวินภพร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง หญิงสาวในชุดกระโจมอกรีบหันขวับไปมองผู้มาเยือน แล้วเธอก็แทบจะร้องกรี๊ดด้วยความตกใจระคนอาย
“กรี๊ด!!!... คุณภพ! จะเข้ามาทำไมคุณมาไม่เคาะประตูก่อน” ณัฐณิชาเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย มือบางที่กำชุดชั้นในสุดเซ็กซี่หล่นลงสู่พื้นด้วยความตกใจและประหม่า
“ผมขอโทษ พอดีผมรีบมาเตรียมแผนสัมมนาพรุ่งนี้” เขาบอกเหมือนไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ในใจกลับเต้นรัว เลือดในกายแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ณัฐณิชารีบฉวยชุดชั้นในพร้อมเสื้อผ้าวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนที่จะปิดประตูดังปัง มือหนาวางทาบหน้าอกตัวเองที่หัวใจกำลังจะวายตาย เขาสะบัดหน้าไล่ความคิดลามกอนาจารออกจากหัวสมอง เพราะอีกสองชั่วโมงเขาจะต้องไปงานเลี้ยงต้อนรับของโรงแรม ก่อนจะหยิบชุดที่เตรียมไว้ให้หญิงสาว แล้วเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ
“ณิชา เย็นนี้งานเลี้ยงต้อนรับของโรงแรม คุณใส่ชุดที่ผมเตรียมไว้ให้นะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน
“ค่ะ ๆ” หญิงสาวตะโกนออกมาจากในห้องน้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ณัฐณิชา ยืนอกสั่นขวัญแขวนอยู่หน้าประตู เธอกลัวเขาจะเปิดประตูเข้ามา เพราะเธอไม่ได้ล็อกประตู หญิงสาวพยายามหลับตาลงควบคุมสติ แต่แล้วสติเธอก็ต้องกระจุยกระจายเพราะว่าเสียงเคาะประตูของคนข้างนอกที่ดังมาอีกรอบ
“ณิชา ๆ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกหญิงสาวอีกครั้ง
“มีอะไรอีกคะ” ณัฐณิชา ถามเสียงสั่นด้วยความประหม่า
“ชุดที่เตรียมให้ ผมวางไว้บนเตียงนะครับ” กวินภพยิ้มขึ้นมาในใจ ทำไมณัฐณิชาเธอถึงน่ารักน่าเอ็นดูอย่างนี้นะ
“รีบหน่อยนะ จะถึงเวลาแล้ว อีกอย่างผมยังไม่ได้อาบน้ำเลย”
“ค่ะ” ณัฐณิชารับคำ
ไม่นานนักเธอก็รีบเดินออกจากห้องน้ำมา หญิงสาวพยายามหลบสายตาของชายหนุ่มและรีบมาหยิบเอาชุดที่เขาเตรียมไว้ให้ เธอรอจนกว่ากวินภพจะเดินเข้าห้องน้ำไปจึงค่อยแต่งตัว
ชุดราตรีเกาะอกสีครีมเนื้อผ้าพลิ้วไหวที่อยู่บนเรือนร่างระหง กวินภพที่เพิ่งอาบน้ำออกมาสายตาคมกริบไล่มองเรือนร่างอรชรอย่างห้ามไม่ได้ ร่างสูงใหญ่ยืนเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันร่างหนา กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ที่ประดับอยู่บนเรือนกายช่างน่าสัมผัส ณิชาอดไม่ได้ที่จะมองเรือนร่างของเขาเช่นกัน
“คุณภพ!!! มองอะไรคะ” กวินภพยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ ทำให้ใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อเขาไม่ยอมละสายตาจากเธอ
“อยู่กันสองคนไม่มองคุณแล้วจะให้ผมมองใครล่ะ ถามแปลก แต่คุณวันนี้คุณสวยมากนะ” เขาชมเสร็จก็รีบเดินไปแต่งตัวโดยสลัดผ้าเช็ดตัวทิ้งอย่างไม่แคร์ ณัฐณิชารีบหันหลังขวับ
ให้ตายเถอะ!...นี่เขาไม่คิดจะอายเธอหรือยังไงกัน ความคิดเตลิดไปไกลจนใบหน้าร้อนผ่าว พลางนึกในใจนี่ถ้าเป็นตากุ้งยิงคงจะต้องโดนเขาล้อแน่ ๆ
ณัฐณิชาสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีสัมผัสจากอ้อมแขนของใครบางคนโอบรัดเอวเธอจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดข้างหู ทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“เป็นอะไร ทำไมไม่รีบแต่งหน้าอีก แต่ไม่แต่งก็ไม่เป็นไรนะ เพราะคุณสวยอยู่แล้ว อีกอย่างพวกหนุ่ม ๆ จะได้ไม่ต้องมองคุณด้วย” พูดจบก็กดริมฝีปากลงที่แก้มนิ่มของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา แต่แฝงด้วยความเร่าร้อนที่ทำให้ณัฐณิชาใจเต้นระรัว
“ปล่อยค่ะ ณัฐณิชา จะรีบแต่งหน้า”
“ไม่ปล่อย” เขาหัวเราะด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์พร้อมส่งสายตาระยิบระยับให้หญิงสาวตรงหน้า
“ถ้าคุณโอ้เอ้ ไปถึงงานช้าไม่รู้ด้วยนะคะ” เมื่อพูดจบ กวินภพจึงยอมปล่อยอ้อมกอดของเขา
ณัฐณิชารีบหยิบเครื่องสำอางมาแต่งแต้มบนใบหน้าสวย โดยมีกวินภพนั่งมองอยู่ที่เตียง แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยก็จัดการทำผมแบบง่ายๆ ณัฐณิชาหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ที่เตียง
“เสร็จแล้วค่ะ” กวินภพไล่สายตามองเธอด้วยแววตาเคลิบเคลิ้ม เรือนร่างงดงามอยู่ภายใต้ชุดเกาะอกสีครีมที่เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่ม ทรวดทรงองเอวดูช่างสวยงาม เรียวขาขาวผ่องเนียนน่าสัมผัส ปอยผมร่วงลงมาคลอเคลียกับต้นคอน่าขบเม้มยิ่งนัก
งานเลี้ยงในโรงแรมจัดอย่างเรียบหรู ณัฐณิชาเดินเคียงคู่มากับกวินภพ ทั้งสองตกเป็นเป้าสายตาของคนในงาน แววตาหลายคู่จ้องมองมาที่เขาและเธอโดยเฉพาะหนุ่ม ๆ มือหนารีบยกขึ้นโอบเอวบางทันทีเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
“คุณกวินภพ!” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้กวินภพต้องหันไปมอง เขาจำใจต้องปล่อยมือออกจากเอวคอดกิ่วแล้วทักทายหุ้นส่วนอีกคนในบริษัท
“สวัสดีครับ คุณปรเมศวร์” กวินภพเอ่ยทักทาย
“แล้วนี่มากับใครครับเนี่ย” สายตาที่กำลังประเมินหญิงสาวจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ
“สวัสดีค่ะ ดิฉัน ณัฐณิชาค่ะ เป็นผู้ช่วยของคุณกวินภพ” ณัฐณิชา รีบแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มหวาน
“ผู้ช่วยของคุณกวินภพอย่างนั้นหรือ น่าอิจฉาคุณจริง ๆ ที่มีผู้ช่วยสวยขนาดนี้” กวินภพได้แต่ส่งยิ้มแห้ง ๆ แต่ในใจอยากจะอัดหน้าคนชมเสียจริง ยิ่งเห็นแววตาที่จ้องมองแต่เนินอกของณัฐณิชาเขายิ่งเดือดปุด ๆ
เมื่อเขาคุยกับผู้ร่วมหุ้นได้สักพักหันมาอีกทีก็เห็นหญิงสาวเดินไปแถวที่จัดวางเครื่องดื่มเสียแล้ว ณัฐณิชาตั้งใจมาหยิบเครื่องดื่มไปให้กวินภพที่คุยอยู่กับผู้ร่วมหุ้นคนอื่น ๆ อยู่ แต่ทันใดนั้น
“สวัสดีครับ” น้ำเสียงภาษาอังกฤษที่ดังอยู่ไม่ไกลจากใบหูของเธอสักเท่าไหร่ หญิงสาวหันไปมองทางด้านหลังทันทีทำให้เรือนร่างของเธอนั้นชนกับชายหนุ่มปริศนาอย่างจัง
“อะ...เอ่อ ขอโทษค่ะ” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังหล่อคมเข้มแบบหนุ่มลูกครึ่ง ก่อนที่เขาจะแนะนำตัวกับเธอ
“ผมชื่ออองตวนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาทักทายเธอด้วยภาษาอังกฤษก่อนจะยื่นมือมาข้างหน้า ณัฐณิชารีบวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วยื่นมือบางไปจับมือหนาตามมารยาท
“ณัฐณิชาค่ะ” คิ้วเข้มของเขาขมวดขึ้นนิดหน่อย แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเธอ ตรงกันข้ามกลับลูบไล้อย่างแผ่วเบาที่หลังมือ
“ชื่อแบบนี้ แสดงว่าเป็นคนไทยใช่มั้ยครับ” หญิงสาวพยักหน้า เธอพยายามดึงมือออกแต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับจับมือเธอไว้แน่น
