ตอนที่ 12 ห้ามทำแบบนี้อีก
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กลับถมึงทึง กวินภพสาวเท้าเข้ามายืนเคียงข้างร่างระหงในจังหวะที่อองตวนกำลังเกาะแกะเธออยู่ ชายหนุ่มลูกครึ่งรีบปล่อยมือจากหญิงสาวทันทีด้วยความตกใจ ณัฐณิชาแอบลอบยิ้มสะใจอยู่ในใจ เธอไม่เคยเห็นกวินภพสติหลุดเพราะความหึงหวงขนาดนี้มาก่อนเลย
“สวัสดีครับ ผมกวินภพ” เขาแนะนำตัวด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ แต่น้ำเสียงนั้นกลับเย็นเยียบจนคนฟังขนลุก อองตวนรีบปั้นสีหน้าเคร่งขรึมสู้
“ผมอองตวน ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขายื่นมือออกมาตามมารยาทสากล กวินภพคว้ามือนั้นไว้ทันที
ณัฐณิชามองชายหนุ่มทั้งสองด้วยความงุนงง เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่มีทีท่าจะปล่อยมือออกจากกัน ภายใต้รอยยิ้มทางการนั้น ทั้งคู่กำลังทำสงครามบีบมือกันอย่างเอาเป็นเอาตาย นัยน์ตาของอองตวนเริ่มฉายแววโกรธเคืองไม่ต่างจากกวินภพที่จ้องกลับอย่างไม่ลดละ
“เอ่อ... ภพคะ ณิชากำลังจะเอาเครื่องดื่มไปให้คุณพอดีเลยค่ะ” เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียด หญิงสาวจึงตัดบทด้วยการยัดแก้วเครื่องดื่มใส่มือกวินภพ ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมปล่อยมืออองตวนเพื่อมารับแก้วจากเธอ
“ขอบคุณครับ” เขาเอ่ยเสียงนุ่มกับเธอ แต่สายตายังคงตวัดไปมองศัตรูหัวใจ
“ผมอยากทำความรู้จักกับคุณณิชาจังเลยครับ ไม่ทราบว่าคุณทำงานอะไรเหรอครับ” อองตวนยังไม่ละความพยายาม เขาจีบเธอต่อหน้าต่อตากวินภพด้วยภาษาไทยสำเนียงแปร่ง ๆ พลางส่งสายตาท้าทายชายไทยแท้อย่างกวินภพ
“เธอเป็น...!” กวินภพกำลังจะประกาศสถานะ แต่ณัฐณิชากลับพูดสวนขึ้นมาเสียก่อน เธอชักอยากเล่นอะไรสนุก ๆ เสียแล้ว ทีเขายังแกล้งงอนเธอได้ ทำไมเธอจะแกล้งยั่วเขาบ้างไม่ได้
“ฉันเป็นผู้ช่วยของคุณกวินภพค่ะ แล้วคุณอองตวนล่ะคะ” เธอส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ไปไม่ถึงดวงตาให้หนุ่มลูกครึ่ง กวินภพขบกรามแน่น เขาแทบจะบีบแก้วในมือให้แตกละเอียดเมื่อเห็นแม่ตัวดีเริ่มแผนการยั่วโมโห
“ผมเป็นเจ้าของบริษัทน้ำหอมครับ กลิ่นใหม่เพิ่งเปิดตลาดได้ไม่นาน ถ้าคุณเบื่อที่ทำงานเดิมเมื่อไหร่ บริษัทผมยินดีต้อนรับคุณเป็นกรณีพิเศษเลยนะครับ รับรองว่าทำงานกับผมคุณจะไม่มีวันเบื่อแน่นอน” คำพูดนั้นเป็นเหมือนการประกาศสงครามกับเขาอย่างชัดเจน
กวินภพแทบจะพุ่งเข้าใส่ไอ้หนุ่มบริษัทน้ำหอมนั่น ถ้าไม่ติดว่ามือนุ่มของณัฐณิชาคว้าแขนเขาไว้แน่นพร้อมส่งสายตาปราม อองตวนโค้งลาอย่างมีเลศนัยก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้บรรยากาศรอบตัวกวินภพเดือดปุดยิ่งกว่าลาวา
“ณิชา! คุณไปคุยกับมันทำไม มันจ้องจะงาบคุณอยู่รู้ตัวบ้างมั้ย!” เขาถามเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างไม่พอใจ
“ก็เขาเข้ามาทักทาย ณิชาก็ต้องตอบกลับไปตามมารยาทสิคะ” เธอตอบอย่างไม่ยี่หระ แอบสะใจที่เห็นท่าทีหึงหวงของเขาเป็นครั้งแรก
“มารยาทอะไรของคุณ! คุณไม่เห็นหรือไงว่าสายตามันน่ะแทบจะกลืนกินคุณเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้ว” กวินภพพยายามควบคุมอารมณ์อย่างถึงที่สุด
“คุณหึงณิชาเหรอคะ”
“เปล่า! ผมก็แค่กลัวคุณโดนหลอกต่างหาก” เขาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ดวงตาคมกริบนั้นแทบจะลุกเป็นไฟ
“งั้นก็ดีค่ะ”
ชายหนุ่มถลึงตามองอองตวนที่ยืนอยู่ไกล ๆ ด้วยสายตาที่โกรธแค้น กวินภพไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดนัก เพราะหญิงสาวข้างกายดันไปเล่นด้วยกับไอ้หนุ่มลูกครึ่งคนนี้ เสียงฟันกรามขบกันดังกรอด ๆ ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง แต่ณัฐณิชายังคงแสร้งทำเป็นสนใจอองตวนไม่เลิก
“ณิชาว่าเค้าก็น่าสนใจดีนะคะ เผอิญณิชาเป็นคนชอบใช้น้ำหอมซะด้วยสิ” เธอแกล้งเอ่ยพร้อมปรายตามาทางกวินภพที่ตอนนี้ยืนตัวสั่น กวินภพกระแทกแก้วลงบนโต๊ะทันที เพียงไม่นานอองตวนก็เดินเข้ามาหาณัฐณิชาอีกครั้ง
“นี่นามบัตรผมนะครับ ถ้าเบื่อที่ทำงานเดิมเมื่อไหร่ ติดต่อผมได้ทันที” อองตวนทิ้งไพ่ตายพลางเหยียดยิ้มเย้ยกวินภพ ทำเอาคนมองเดือดปุด
กวินภพอยากจะพาณัฐณิชากลับเสียตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าไม่ติดว่าต้องขึ้นไปบนเวทีเพื่อกล่าวเปิดงาน ก่อนที่มือบางจะคว้านามบัตรมาได้ กวินภพก็ชิงตัดหน้าฉวยมันมาเสียก่อน
“คงอีกนานครับ กว่าที่เธอจะเบื่องานที่โรงแรมของผม” กวินภพยัดนามบัตรใส่กระเป๋าทันที ในใจคิดไปถึงตอนที่เขาจะเผามันให้เป็นจุล
“ถ้าอย่างนั้น... ผมขอเบอร์ติดต่อของคุณณิชาเอาไว้ได้ไหมครับ” อองตวนยังคงตื๊อไม่เลิก จนณัฐณิชาเริ่มรำคาญ แผนยั่วโมโหเริ่มจะเกินขอบเขตไปมากแล้ว
“ไม่มีครับ! เบอร์ของเธอ... ก็คือเบอร์ของผม” กวินภพหมดความอดทน
“เพราะณัฐณิชาเป็นแม่ของลูกผม คุณเข้าใจหรือยังครับ!”
คำประกาศนั้นทำให้อองตวนหน้าชาไปชั่วขณะ เขาได้แต่เปรยออกมาอย่างเสียดายในความสวยเซ็กซี่ของเธอ ก่อนจะยอมถอยฉากไป กวินภพไม่รอช้ารีบรวบร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแน่นหนา
เมื่อกวินภพกล่าวเปิดงานบนเวทีเสร็จสิ้น ท่ามกลางแสงไฟที่ขับเน้นความหล่อเหลาจนณัฐณิชาลอบชื่นชมในใจ เขาลงมาจากเวทีด้วยอารมณ์ที่ยังขุ่นมัวยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นณัฐณิชายังคงยืนคุยหัวเราะกับอองตวนอยู่
“ณิชา!” เขาเรียกเสียงเข้ม
“ผมจะกลับแล้ว”
“แต่งานยังไม่เลิกเลยนี่คะ”
“ที่รัก... แต่ผมอยากกลับเดี๋ยวนี้” เขากระซิบชิดใบหูจนเธอขนลุกซู่ กวินภพไม่สนสายตาใครทั้งสิ้น เขาประกาศลากลับพร้อมโอบเอวเธอเดินผ่านกลุ่มชายหนุ่มที่มองมาด้วยความอิจฉา
ทันทีที่ประตูห้องพักถูกปิดลงและล๊อคเรียบร้อย กวินภพก็พลิกตัวร่างบางเข้าหาฝาประตูแล้วสวมกอดจากด้านหลังทันที กลิ่นอายความหึงหวงและความต้องการคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“ทำไมต้องไปให้ความหวังมันด้วย” เขาถามเสียงพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอขาวกรุ่น
“ณิชาไม่ได้ให้ความหวังใครเลยนะคะ...” เธอพยายามดิ้น แต่ยิ่งดิ้นแผ่นหลังงดงามก็ยิ่งเสียดสีกับแผงอกแกร่ง กวินภพครางต่ำในลำคออย่างพอใจ
“คุณประชดผมเหรอ คิดจะเอาคืนผมใช่ไหม... หึ” ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ ณัฐณิชารู้สึกร่างกายร้อนผ่าวราวกับจับไข้
“ก็เปล่านี่คะ ณิชาก็แค่คุยกับเขาไปตามมารยาท” เสียงของเธอเริ่มพร่าสั่น ร่างกายเริ่มอ่อนระทวยไปกับลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ
กวินภพมองเห็นเนินเนื้ออวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจรัวเร็วของเธอ มือหนาค่อย ๆ เลื่อนลงมาลูบไล้จากลำคอผ่านไหปลาร้าสวยลงมายังทรวงอกอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสวย
“คุณภพอย่าค่ะ” เธอครางประท้วงเบา ๆ แต่เผลอเอนกายเข้าหาเขาอย่างลืมตัว
“คุณทำให้ผมแทบจะเป็นบ้า คุณไปให้ท่ามันทำไม” กวินภพพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบไล่มองเธอราวกับจะกลืนกินไปทั้งตัว
ริมฝีปากหนาประกบปิดเรียวปากบางทันที มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหาและแสดงความเป็นเจ้าของ กวินภพบดคลึงริมฝีปากเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ยามที่เธอเผยอออกเพื่อสูดอากาศ เขาก็สอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปสำรวจความหวานภายในอย่างลึกซึ้ง
ณัฐณิชาที่ไร้ประสบการณ์ถึงกับยืนไม่อยู่ มือบางขยุ้มเสื้อของเขาไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ความเร่าร้อนที่เขามอบให้กำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอจนหมดสิ้น
“แล้วคุณจะหึงทำไมคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ณัฐณิชาแกล้งยั่ว เขายิ่งกัดฟันแน่น
“ไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างนั้นเหรอ! ดีย์!! งั้นคืนนี้ผมจะทำให้คุณรู้เอง ว่าเราเป็นอะไรกัน!”
มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียน ก่อนจะสอดเข้าไปใต้ชุดราตรี ปลดตะขอเสื้อในออกอย่างชำนาญ ทรวงอกอวบอิ่มที่ไร้สิ่งพันธนาการถูกบีบเคล้นอย่างรุนแรง ณัฐณิชาครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน
“คุณภพ อื้อ!!...” เสียงครางของเธอทำให้เขาเร่าร้อนยิ่งขึ้น กวินภพอุ้มเธอขึ้นแนบอก ก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่
ชุดราตรีเกาะอกสีครีมถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องที่เปลือยเปล่า กวินภพจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ณัฐณิชาหลับตาลงด้วยความเขินอาย แต่ก็ไม่อาจซ่อนความต้องการที่พลุ่งพล่านในกายได้
“คุณสวยมาก ณิชา...สวยจนผมแทบคลั่ง” กวินภพกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงจูบซอกคอหอมกรุ่น ไล่ลงมายังเนินอกอวบอิ่ม ดูดเม้มยอดอกสีเชอร์รี่อย่างดูดดื่ม ณัฐณิชาแอ่นอกรับสัมผัสของเขาด้วยความเสียวซ่าน
