ตอนที่ 5 อ้อมกอดของความทรงจำที่หายไป
ร่างของชายแปลกหน้าที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงมาตลอดหนึ่งเดือนเต็มก็เริ่มรู้สึกตัว สิ่งแรกที่รับรู้คือแสงสว่างที่ลอดผ่านเปลือกชายหนุ่มพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่เห็นพร่าเลือนในตอนแรก ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เพดานไม้ ผนังดิน ห้องแคบ ๆ และกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ
'ที่นี่... ที่ไหน'
ความสับสนตีวนอยู่ในหัวที่ว่างเปล่า ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องอีกครั้ง จนไปหยุดที่ร่างของหญิงผู้หนึ่งที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง
"แก๊ก!"
เสียงเตียงไม้ดังขึ้นเบา ๆ เกิดจากการขยับตัวของคนบนเตียง ทำให้ซานเหยาที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นช้า ๆ นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เส้นผมที่หลุดรุ่ยปรกใบหน้า จ้องมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
ดวงตาของซานเหยาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เก้าอี้ไม้ที่นั่งอยู่พลันล้มลงเสียงดัง "โครม!" โดยที่นางไม่ได้สนใจ
"พี่ชาย… ท่านฟื้นแล้ว" เสียงของนางดังขึ้นอย่างลืมตัว
ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงนั้น ตอนนี้ตนกำลังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่มีแต่ความว่างเปล่า ก่อนจะพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ทำให้ส่งผลถึงบาดแผล "อึก" ร่างแกร่งส่งเสียงครางออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่ได้
"อย่าเพิ่งขยับเจ้าค่ะ!" ซานเหยารีบปรี่เข้ามา หมายจะช่วยประคอง ทว่าชายหนุ่มกลับชะงัก สายตาจับจ้องมือนางที่กำลังจะสัมผัสตัวอย่างระแวง ทำให้นางต้องหยุดมือค้างไว้กลางอากาศ
“เอิ่ม” ซานเหยาค่อย ๆ ลดมือลง แล้วเปลี่ยนเป็นส่งสัญญาณให้เขานอนลงช้า ๆ "แผลของท่านยังไม่หายดี นอนลงก่อนนะเจ้าคะ"
ชายหนุ่มยอมเอนกายลงอย่างช้า ๆ ด้วยความสับสนแต่สายตาก็ยังคงจับจ้องนางโดยไม่ละสายตา เมื่อแผ่นหลังสัมผัสเตียงแล้ว ก็เค้นเสียงที่แหบแห้งจากการไม่ได้ใช้งานมานาน ถามออกไปเป็นชุด
"ที่นี่... คือที่ใด...แล้วเจ้าเป็นใคร" ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย เพราะในหัวไม่มีภาพของผู้หญิงคนนี้อยู่เลย
"ที่นี่คือกระท่อมของข้าเจ้าค่ะ อยู่ในป่าแถบชายแดน" ซานเหยาตอบอย่างใจเย็นที่สุด พยายามไม่ทำให้อีกฝ่ายตื่นตระหนก "ข้าชื่อซานเหยา เป็นคนเจอท่านนอนบาดเจ็บอยู่ตรงตีนผา ก็เลยช่วยมา" หญิงสาวอธิบายสั้น ๆ แล้วเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง "ท่านชื่อแซ่อะไร แล้ว...จำสิ่งใดได้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"
"แล้วข้า... คือใคร"
คำถามนั้นทำให้ซานเหยาพูดไม่ออก นางมองเห็นความสับสน ความเจ็บปวดในดวงตาคมคู่นั้นอย่างชัดเจน ชายหนุ่มหลับตาลง ราวกับกำลังดำดิ่งลงไปในความมืดเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง
ทว่ายิ่งพยายาม... สีหน้าก็ยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน "โอ๊ย!..." มือใหญ่ยกขึ้นกุมขมับที่ปวดร้าว
"ไม่ต้องฝืนเจ้าค่ะ" ซานเหยารีบห้ามเสียงสั่น "ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ท่านพักผ่อนก่อนเถิด" นางมองใบหน้าที่ซีดเซียวด้วยความสงสาร "บางที... พอร่างกายท่านแข็งแรงขึ้น ความทรงจำก็อาจจะกลับมาเอง"
นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น "ถ้าเช่นนั้น... ระหว่างที่ท่านยังจำสิ่งใดไม่ได้... ให้ข้าเรียกท่านว่า ‘อาเทียน’ ได้หรือไม่เจ้าคะ" เป็นชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจหญิงสาวอย่างไม่มีเหตุผล
ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ภายในหัวว่างเปล่า ‘อาเทียน’ อย่างน้อยมันก็เป็นชื่อ เป็นสิ่งแรกที่ตนมี จึงพยักหน้าเบา ๆ เป็นการอนุญาต
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าของซานเหยาเป็นครั้งแรก "ตอนนี้ถึงเวลาทานยาแล้วนะเจ้าคะ" นางลุกไปยกถ้วยยาต้มสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นขมฉุนลอยมาแตะจมูก หญิงสาวจึงนั่งลงข้างเตียง ก่อนจะใช้ช้อนตักยาขึ้นมาเป่าเบา ๆ ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากชายหนุ่ม อาเทียนมองยาในช้อนนิ่ง แต่ก็อ้าปากรับแต่โดยดี รสขมจัดแล่นไปทั่วลิ้น แต่สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
พอตกเย็น แสงสุดท้ายของวันก็ลับขอบฟ้าไป ซานเหยาจึงจุดเทียนจนสว่างไสว ก่อนจะถืออ่างไม้ใบเล็กที่บรรจุน้ำอุ่นที่มีไอน้ำจาง ๆ ลอยขึ้นมาพร้อมกลิ่นสมุนไพรที่นางใส่ลงไปเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย
ทว่า... ทันทีที่นางเดินตรงมาที่เตียง ชายที่นอนนิ่ง ๆ มาตลอดพลันขมวดคิ้ว "เจ้าจะทำอะไร" น้ำเสียงนั้นเย็นชาและแข็งกระด้าง
ซานเหยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ให้อย่างใจเย็น "ข้าจะเช็ดตัวให้ท่านเจ้าค่ะ นอนมาหลายวัน คงเหนียวตัว" นางวางอ่างไม้ลงข้างเตียง แล้วหยิบผ้าขึ้นชุบน้ำบิดพอหมาด "หรือ… ถ้าท่านพอมีแรง... จะเช็ดเองก็ได้นะเจ้าคะ"
ดวงตาของอาเทียนจับจ้องผ้าในมือนางนิ่ง "ข้า… ทำเองได้" แม้ว่าตนจะพยายามยกแขนขึ้นเพื่อรับผ้าผืนนั้น เรี่ยวแรงกลับสวนทางกับความคิด แขนนั้นกลับสั่นเทา ก่อนจะตกลงข้างลำตัวอย่างไร้กำลัง ชายหนุ่มกัดฟันลองอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
ซานเหยาทอดถอนใจเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปวางทับบนมือใหญ่อย่างแผ่วเบา สัมผัสของนางทั้งอบอุ่นและนุ่มนวล "อย่าฝืนเลยเจ้าค่ะ ท่านพี่เทียน... ดูเหมือนท่านจะยังใช้แรงไม่ถนัด" หญิงสาวค่อย ๆ ดึงผ้ากลับมา "ให้ข้าช่วยดูแลเถิดนะ ท่านจะได้สบายตัว"
อาเทียนมองมือนางที่วางอยู่บนมือของตน สลับกับมองแขนที่ไร้เรี่ยวแรงของตนเอง ในที่สุดก็พยักหน้าช้า ๆ เป็นการอนุญาต
ซานเหยาจึงบิดผ้าในอ่างน้ำอุ่นแล้วบิดจนหมาด ก่อนจะเริ่มซับไล้ไปตามท่อนแขนที่อัดแน่นด้วยมัดกล้ามและไหล่กว้างอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อผืนผ้าอุ่นเคลื่อนมาถึงแผ่นอกกว้าง ปลายนิ้วต้องพลันชะงักค้างเมื่อมันสัมผัสถูกผิวเนื้อของเขา จนรู้สึกร้อนวาบ ก่อนจะก้มหน้างุด และพยายามบังคับมือที่เริ่มสั่นเทาของตนให้ทำงานต่อไป
