ตอนที่ 3 กลิ่นเลือดกลางไพร
ใต้เงาของหน้าผาสูงชันนั้นเต็มไปด้วยป่ารกทึบ ที่ชื้นแฉะจากสายฝนเมื่อหลายวันก่อน ปลายนิ้วเรียวแต่แข็งแรงของ ‘ซานเหยา’ หญิงสาวชาวบ้านที่กำลังเด็ดก้านสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะจัดวางมันลงในตะกร้าสานอย่างเป็นระเบียบ ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง เพราะวันนี้นางได้เดินลึกเข้ามาในป่ามากกว่าทุกครั้ง
เมื่อเห็นว่าตะกร้าหนักได้ที่แล้ว หญิงสาวจึงยืดกายขึ้นพลางบิดตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้า ก่อนจะแบกตะกร้าขึ้นสะพายหลังเพื่อกลับบ้าน แต่ทว่า...กลับมีกลิ่นหนึ่งลอยมากับสายลม มันเป็นกลิ่นของคาวเลือดซึ่งไม่เข้ากับผืนป่าแห่งนี้
ซานเหยาหยุดนิ่งทันที ก่อนจะกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง จนเห็นกองผ้าสีเข้มกองหนึ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหญ้า หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้น ขณะที่มือก็กำด้ามมีดเล็กที่เหน็บอยู่ข้างเอวไว้แน่น
‘อาเหยา… ใจเย็นนะ… ไม่มีอะไรหรอก’
เมื่อตั้งสติได้ นางจึงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปดูใกล้ ๆ อย่างช้า ๆ จนกระทั่งภาพเบื้องหน้าชัดเจนขึ้น ก่อนจะเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นร่างของชายผู้หนึ่งนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ กลิ่นคาวเลือดรุนแรงจนทำให้นางรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา
'ตายแล้วหรือ' ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัว ซานเหยายืนลังเลอยู่ครู่ใหญ่ว่าจะเอาเช่นไรดี แต่แล้วร่างนั้นก็มีการขยับเล็กน้อย 'เขายังไม่ตาย' ซานเหยาเห็นดังนั้นก็รีบวางตะกร้าลงทันที แล้วรีบเข้าไปดู
"พี่ชาย... ท่านได้ยินข้าหรือไม่… พี่ชาย" ทว่าก็ไม่มีการตอบสนองใด ๆ นางจึงยื่นนิ้วที่สั่นเทาไปอังที่ปลายจมูกของคนเจ็บ พบว่ายังมีลมหายใจรวยรินอยู่ จากนั้นจึงขยับไปแตะที่ลำคอเพื่อวัดชีพจร แต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับเป็นความร้อนสูงราวกับไฟจากพิษไข้
‘ตัวร้อนจัง หากปล่อยไว้ที่นี่ เขาต้องตายแน่ เอาไงดี’ ซานเหยาคิดหาวิธีช่วยเหลือ แม้ว่าจะกลัวก็ตาม ‘งั้นพากลับกระท่อมก่อนแล้วกัน’
ซานเหยาสอดแขนใต้ร่างสูงใหญ่ ก่อนจะพยายามออก แรงยก แต่ร่างนั้นหนักเหมือนก้อนหินก้อนใหญ่ ๆ
'แบกไม่ไหวแน่' นางมองไปรอบกายอย่างรวดเร็ว เพื่อมองหาเครื่องทุ่นแรง แต่ก็ไม่มีสิ่งใดจะสามารถนำมาใช้ได้เลย 'ถ้าเช่นนั้น...'
นางจึงฉีกชายเสื้อคลุมที่ขาดรุ่งริ่งของชายผู้นั้นออกมาชิ้นใหญ่ ก่อนจะผูกมันเข้ากับข้อมือทั้งสองข้างของคนเจ็บจนแน่น จากนั้นจึงใช้ผ้าอีกด้านพันรอบบ่าและสีข้างของตนเอง นางใช้เท้าทั้งสองยันพื้นดินที่เริ่มเปียกชื้น แล้วเริ่มออกแรงดึง
"อึ๊บ!"
ร่างนั้นขยับไปข้างหน้าได้ทีละคืบ ทุกครั้งที่ดึง กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างของซานเหยาก็เกร็งจนตัวสั่น เศษหินและกิ่งไม้ครูดไปกับแผ่นหลังของผู้บาดเจ็บ แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ทั้งที่อากาศเริ่มเย็นลง
ไม่รู้ว่าฟ้าฝนเป็นใจหรือกลั่นแกล้ง ไม่นานฝนก็ถล่มลงมา เม็ดฝนขนาดใหญ่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว บดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าจนมองเห็นได้ไม่ไกล พื้นดินกลายเป็นโคลนลื่นในชั่วพริบตา เท้าของนางจมลงในพื้นดิน ทำให้การออกแรงดึงยากขึ้นเป็นสิบเท่า
ซ่า!... ซ่า!...
เสียงฝนดังกลบทุกสรรพสิ่ง ความหนาวเย็นจากสายฝนเริ่มกัดกินร่างกาย ซานเหยาลื่นล้มลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนมือหลุดจากผ้าที่กำไว้อยู่หลายครั้ง แต่นางก็ยังตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนใหม่ แล้วเริ่มออกแรงดึงอีกครั้ง
'ต้องไปต่อ' นางบอกกับตนเองในใจ 'หากหยุดตอนนี้... เขาต้องหนาวตายแน่'
ตอนนี้ซานเหยาไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ไม่รับรู้ถึงความหนาว ความเหนื่อย หรือความเจ็บแสบที่ฝ่ามือ รับรู้เพียงน้ำหนักที่ต้องลาก... และทิศทางของกระท่อมที่อยู่ข้างหน้า ร่างเล็กที่เปียกปอนและมอมแมมค่อย ๆ ลากร่างที่ใหญ่กว่าฝ่าม่านฝนไปทีละคืบ เป็นการช่วยเหลือที่น่าเวทนา ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่อยากจะช่วยเหลือ
เมื่อมาถึงกระท่อม เรี่ยวแรงทั้งหมดของซานเหยาก็หมดลงเช่นกัน นางทรุดลงกับพื้นพร้อมกับร่างสูง เสียงหอบหายใจดังผสมกับเสียงฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอก นางนอนนิ่งอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบนั้นนานหลายลมหายใจ ก่อนจะรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมด ค่อย ๆ ยันและลากร่างของชายแปลกหน้าไปที่เตียงนอนริมผนังได้สำเร็จ
สภาพของชายหนุ่มนั้นเลวร้ายกว่าที่คิด หญิงสาวใช้มีดตัดเสื้อผ้าที่เปียกโชกและขาดรุ่งริ่งออก ก็เผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าท้อง มันเป็นบาดแผลจากรอยดาบที่ทั้งลึกและน่ากลัว ตอนนี้เลือดก็ยังคงไหลซึมออกมาบ้าง
ซานเหยารีบก่อไฟต้มน้ำ จากนั้นจึงนำสมุนไพรรากสีดำที่มารดาสอนว่าช่วยลดไข้มาทุบแล้วใส่ลงไปในหม้อดิน ส่วนอีกกำมือหนึ่งเป็นใบไม้รสฝาดที่ใช้ห้ามเลือดและสมานแผล นางบดจนละเอียดเพื่อใช้เป็นยาห้ามเลือด
หญิงสาวใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกที่อุ่นพอดี ค่อย ๆ เช็ดคราบสกปรกออกจากรอบบาดแผลอย่างแผ่วเบาที่สุด เมื่อแผลสะอาดแล้ว ก็นำยาพอกที่บดไว้มาโปะลงบนปากแผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ผ้าสะอาดยาว ๆ พันรอบลำตัวของเขาไว้แน่น
แม้จะตามหมอมาดูอาการ ท่านหมอก็ต้องส่ายหน้าเมื่อเห็นสภาพคนเจ็บ และบอกในนางทำใจคนเจ็บคงอยู่ได้ไม่นาน แต่นางไม่เชื่อว่าชายผู้นี้จะตายง่ายขนาดนั้น ก่อนจะรักษาด้วยวิธีของนางเอง
