บท
ตั้งค่า

บทที่สาม

ข้าหิวน้ำ ????18+

ไม่รู้ว่าเจ้านายเป็นอันใดไปดังนั้น เทียนอวิ๋นยื่นผ้าเย็นแตะหน้าผากของซ่งเหวินจิ่นอย่างเบามือ ทว่าขณะกำลังจะชักมือกลับ นางพลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาด

สายตาคมดุของชายหนุ่มที่ควรจะหลับหรือมึนเบลอในห้วงมึนเมากลับกำลังจ้องมาทางนางแน่วนิ่ง

ดวงตาคู่นั้นฉ่ำเยิ้ม เคลิบเคลิ้ม ปลายหางตาปริ่มน้ำเล็กน้อยจนน่าสงสัย ทั้งยังฉายแวววูบไหวอย่างประหลาด คล้ายร่างกายตนเองกำลังร้อนรุ่ม คล้ายกำลังปรารถนาบางสิ่งอย่างแรงกล้า

“ท่านแม่ทัพ...” นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาอย่างระวัง “ท่านเป็นอันใดหรือขอรับ”

สายตานั้นยังคงจับอยู่ที่นางไม่ละไป ซ่งเหวินจิ่นขยับกายเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นช้า ๆ ปลดกระดุมบนคอเสื้อออก

“ข้าร้อน...”

เสียงของเขาแหบพร่า ดวงหน้าซึ่งเคยสงบนิ่งบัดนี้แดงระเรื่อราวถูกเปลวไฟแผดเผา ใบหน้าเริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม

“ข้ารู้สึกแปลกประหลาดนัก...” เขากล่าวต่อแผ่วเบา ขณะค่อย ๆ ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออกเผยให้เห็นเนื้อตัวที่เปื้อนเหงื่อและแดงจัดจนผิดปกติ

เทียนอวิ๋นสะดุ้งเล็กน้อย รีบเบือนหน้าหลบ ไม่กล้ามองตรง ๆ ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้เงาม่านมืด หากดวงตากำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“หรือจะเป็นพิษสุรา...” นางพึมพำกับตนเองเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงเร่ง

“ท่านแม่ทัพน้อยกระหายน้ำหรือไม่ขอรับ ข้าน้อยจะไปนำน้ำเย็นมาให้ดื่มเดี๋ยวนี้”

“อืม หิวน้ำ หิวมากยิ่งนัก...” เสียงตอบรับแผ่วช้า ช่างไม่เหมือนเจ้านายผู้เคร่งขรึมคนเดิมเลยแม้แต่น้อย

เทียนอวิ๋นไม่รอช้า นางลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นเหยือกเคลือบใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมุมห้องแล้วรีบสาวเท้าไปหยิบทันที

เมื่อเทียนอวิ๋นกลับมาถึงหน้าห้องพร้อมกับจอกน้ำเย็นในมือ ใจนางยังคงว้าวุ่นกับสีหน้าของเจ้านายที่ผิดแผกไป

ทว่าทันทีที่หันหลังกลับมานั้น สิ่งที่หญิงสาวในคราบบุรุษเห็นคือ...

ร่างกำยำสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มยืนอยู่กลางห้องซึ่งบัดนี้มันเกือบเปลือยเปล่า เสื้อผ้าส่วนบนถูกปลดทิ้งระเนระนาดอยู่ที่พื้น แผ่นอกแน่นตึงชุ่มไปด้วยเหงื่อ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นทรงพลัง ราวกับรูปสลักหยกหยาบที่มีชีวิต ดวงตาคมปรือฉ่ำ มองมาทางนาง

พรึ่บ

เสียงผ้าเสียดสีดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อมือหนากำลังถอดกางเกงอันเป็นปราการสุดท้ายออก ดังนั้นเวลานี้ร่างกำยำแข็งแกร่งนั้นจึงไร้อาภารณ์กำบังกายเนื้อเลยสักชิ้นเดียว

ภาพตรงหน้า ที่ทำให้นางชะงักเท้า จอกน้ำในมือนางพลันร่วงจากมือกระแทกพื้นหินเสียงดังกังวาน

เพล้ง!

ชั่ววินาทีนั้น เทียนอวิ๋นยืนตะลึง ใบหน้าแข็งค้าง หัวใจราวกับหยุดเต้น

ต่อมานั้นร่างสูงใหญ่ของซ่งเหวินจิ่นยืนพิงเสา สองมือที่เคยมั่นคงยามจับดาบ บัดนี้กลับกำลังเลื่อนขยับไปทั่วร่างกายตนเองราวกับต้องการเช็ดเอาความร้อนผ่าวออกไป

อึก

เสียงกลืนน้ำลายหนืดคอของเทียนอวิ๋นดังขึ้นมาหากแต่ยังไม่สามารถดังกลบเสียงครางกระเส่าของเจ้านายเหนือหัวของตนเองตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

“แฮ่ก อื้ม~”

เนื่องจากอาภรณ์ล่างของเขาถูกปลดออกทั้งหมด ผืนผ้าหลุดจากบั้นเอวตกกองกับพื้นโดยไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป แท่งหยกที่อยู่ใต้ร่มผ้าจึงปรากฏสู่สายตาโดยไร้การปิดบัง

มันตั้งชันราวกับขึงตึงด้วยแรงพิษ มือหนาของเขารูดไปมาตามแนวลำเนื้อแน่นที่บัดนี้ขยายเต็มที่ จนเส้นเลือดนูนพาดเป็นทางชัดเจน แสดงถึงความทรมานที่ก่อตัวจากภายใน

ร่างหนาสั่นระริกยามมือตนเองขับเคลื่อนแท่งหยกนั้นอย่างไร้หนทางปลดปล่อย

ใบหน้าคมแดงจัด เหงื่อผุดซึมทั่วไรผม หัวไหล่กว้างสั่นเล็กน้อยตามแรงสะท้านภายใน

เทียนอวิ๋นเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน ใบหน้าร้อนผ่าว ริมฝีปากสั่นเบา ๆ อย่างไม่อาจควบคุม

“ท่าน...” นางหลุดเสียงออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงตกตะลึงระคนประหม่า

นางหลุดเสียงออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงตกตะลึงระคนประหม่า ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนถูกเพลิงลูบไล้

ในห้วงลมหายใจเดียวกันนั้น ร่างนางกลับเกิดอาการร่างกานตนเองพลันสะท้านรประหลาดขึ้นมาโดยมิทันตั้งตัว มือบางเลื่อนลงแตะหน้าท้องเบา ๆ ตรงช่วงท้องน้อยที่อยู่ดี ๆ ก็วูบโหวงดั่งมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวภายใน

ดวงตากลมโตสั่นไหวอย่างตกตะลึง ก่อนจะหลุบต่ำลงน้อย ๆ อย่างไม่เข้าใจตนเอง

แถมยัง...ภายใต้ชั้นอาภรณ์บางเบาในที่ลับของตัวเองนั้น กลับตอดรัดเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา

นางมิอาจหยุดยั้งความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นผ่านกายได้ ท่อนขาทั้งสองจึงขยับเบียดชิดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ราวกับหวังต้านทานบางสิ่งที่มิอาจเอ่ยนาม

เทียนอวิ๋นกัดริมฝีปากแน่น ปลายหูแดงซ่านจนแทบจะมองเห็นได้ใต้แสงตะเกียง

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่...

ทำไมข้าจึงรู้สึกราวกับมีผีเสื้อล้านตัวมาบินวนในช่องท้องกันเล่า

ซ่งเหวินจิ่นยังคงหอบถี่ เสียงแหบพร่าดังแผ่วขึ้นจากด้านหลัง

“ร้อน ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าร้อน ข้ารู้สึกเหมือนจะขาดใจตายให้ได้ ทั้งมึน ทั้งอึดอัด หายใจก็ไม่ทั่ว คิดอะไรก็มิออก...”

“ท่านแม่ทัพเป็นอะไรไปกันแน่ขอรับ”

“เจ้า เจ้าเป็นใคร...” เขาเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาปรือลงมองร่างนางอย่างเลื่อนลอย “ทำไมใบหน้าเจ้าดู เบลอไปหมด...”

เทียนอวิ๋นหันขวับกลับมาอย่างตกใจ

“ท่านแม่ทัพจำข้าไม่ได้หรือขอรับ ข้าน้อยคือบ่าวชายผู้ติดตามของท่านอย่างไรเล่า”

ซ่งเหวินจิ่นหลับตาแน่น ก่อนครางออกมาเบา ๆ “ตอนนี้ข้าคิดอะไรไม่ออกเลย เหมือนเลือดในร่างพลุ่งพล่านจะเผาตัวข้าให้ตาย...”

เทียนอวิ๋นยืนนิ่ง ใจเต้นระรัวอย่างไม่อาจห้าม มือบางกำชายเสื้อแน่นพลางครุ่นคิดด้วยความตื่นตระหนก

ร้อนเช่นนี้

ถอดเสื้อผ้าเช่นนี้

หายใจไม่ทั่วและจำใครไม่ได้...

ภาพสายตาร้ายกาจของเหมยซูอวิ๋นก่อนออกจากห้องวาบขึ้นในความคิดของนาง

“ยากระตุ้นกำหนัด...”

นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเสียงของบิดาในความทรงจำจะดังแว่วขึ้นในหัว

‘จำไว้เทียนอวิ๋น หากผู้ใดถูกยากำหนัดชนิดแรง และหากไม่ได้ปลดปล่อยอาจถึงตายได้ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นโดยเด็ดขาด!’

ดวงตาของนางเบิกกว้าง อกสั่นน้อย ๆ ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวท่าทางของเจ้านายตนเองแต่เพราะนางต้องตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่

‘จะทำเช่นไรดี... หากปล่อยไว้เช่นนี้ ท่านแม่ทัพต้องไม่รอดแน่...’

เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ดังก้องอยู่ในห้อง เงาของร่างสูงกระเพื่อมตามจังหวะอกที่ยกขึ้นลง ลำคอขาวระเรื่อเคลื่อนไหวชัดเจน มือที่เคยจับอาวุธบัดนี้กลับไม่มีสิ่งใดยึดเหนี่ยวได้ นอกจากความทรมานในกายตนเอง

เทียนอวิ๋นกะพริบตาถี่ กลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว ร่างของนางแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น

‘...เขาเจ็บปวดเพียงนี้เลยหรือ...’

นางรู้ดีว่าไม่อาจปล่อยให้เขาทนต่อไปเช่นนี้ได้

เทียนอวิ๋นหลับตาแน่น สูดลมหายใจลึก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel