บท
ตั้งค่า

บทที่สอง

คณิกาคิดปีนเตียง

เสียงหัวเราะเริงร่าดังลั่นอยู่ภายในห้องรับรองชั้นบนของหอเมฆหยก เมื่อสุราไหที่สี่เริ่มพร่องลง ถ้อยคำที่เคยกล่าวอย่างขรึมขลังของเหล่าคุณชายก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวรื่นรมย์ ปนหยอกล้อเร่าร้อนที่ต่างผลัดกันนำมาคุย

“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเมื่อคืนก่อนเรือนใต้ของหอเมฆหยกเพิ่งได้สาวใหม่เข้ามา ทั้งผิวเนียนทั้งเสียงนุ่ม” คุณชายไป๋จิ่นโหวเอ่ยพลางยักคิ้วให้เพื่อน สร้างเสียงโห่ฮาขึ้นอีกระลอก

“โธ่ ไอ้ไป๋ เรื่องพรรค์นี้ เจ้าจำแม่นเสียยิ่งกว่าเลขบันทึกภาษีเสียอีก” คุณชายเว่ยอวิ้นหลางแกล้งทักพร้อมเทสุราลงจอกให้เพื่อนข้าง ๆ

จากนั้นเขาก็หันไปยิ้มอย่างภูมิใจ เอ่ยเสียงดัง “คืนนี้พวกเจ้าทุกคนอย่าได้กังวลเรื่องกลับจวนให้เมื่อยล้า ข้าจองห้องพักให้แต่ละคนเรียบร้อยแล้ว มีฉลากชัดเจนบนประตู ใครเมาก็คลานเข้าไปนอนได้เลย!”

“โห ไม่เมาไม่หยุดใช่หรือไม่”

“ใช่สิ ไม่ได้รวมตัวเช่นนี้นานแล้ว!” เสียงโห่ร้องดังสนั่นจนม่านห้องสะบัดไหว

เทียนอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องยังเงียบงัน นางจับจ้องเพียงผู้เป็นนายอย่างเงียบ ๆ ไม่ก้าวออกนอกเส้นเงาของตนเองแม้ครึ่งก้าว

เบื้องหน้านางคณิกาสวมชุดแพรโปร่งบางนั่งแนบอยู่ข้างกายซ่งเหวินจิ่น รินสุราให้อย่างเชื่องช้า นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมเสน่ห์

หญิงคณิกาผู้มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในหอเมฆหยก เหมยซูอวิ๋น ผู้นี้แท้จริงไม่ได้มาด้วยใจบริสุทธิ์ นางรินสุราใส่จอกของแม่ทัพน้อยด้วยมืออ่อนช้อย พลางเอ่ยเสียงหวานเยิ้ม “ท่านแม่ทัพเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ขอสุรานี้ดับร้อนเถิดเจ้าค่ะ”

ซ่งเหวินจิ่นมิได้ตอบรับอะไรมาก เพียงยกจอกขึ้นกระดกตามมารยาทเท่านั้น รสของสุราหวานซ่อนคมรุนแรง แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รสนั้นยิ่งอันตรายกว่า

เหมยซูอวิ๋นหรี่ตาเพียงนิด รอยยิ้มของนางเยือกเย็นแผ่วร้าย

สุราจอกนั้นนางใส่ยากำหนัดชนิดแรงลงไปเล็กน้อย ยาไม่ถึงกับทำลายสติ แต่จะกระตุ้นความเร่าร้อนให้โหมกระพือจนมิอาจฝืนทาน หากใครลุ่มหลงนางก็จะตกลงในบ่วงทันที และหากเป็นไปได้ นางก็หวังจะเข้าไปอยู่ในเรือนแม่ทัพให้ได้ในสักวัน

เทียนอวิ๋นเฝ้าดูภาพนั้นโดยมิได้ทันความจริง นางเพียงเห็นว่าสุราถูกส่งไปรินกลับมาไม่รู้กี่จอก พอรู้ตัวอีกครั้ง นายของนางก็ดูเอนตัวมากขึ้นกว่าปกติ ใบหน้าเริ่มแดงเล็กน้อย

“ท่านแม่ทัพ...” นางขยับปากจะเรียกเบา ๆ แต่ยังมิได้ก้าวเท้า

เสียงของเว่ยอวิ้นหลางก็ดังขึ้น

“คืนนี้พอแค่นี้เถอะ! เห็นทีแต่ละคนเริ่มหน้าแดงไปหมดแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”

เขาหัวเราะแล้วหันไปหาคนอื่น “แยกย้ายกันไปพักในห้องเลย ห้องพวกเจ้าอยู่ปีกตะวันตก ชั้นบนสุด ตามป้ายได้เลย”

กลุ่มคุณชายเริ่มทยอยลุกขึ้นจากเบาะ บ้างยังหัวเราะ บ้างหาว บ้างยกถ้วยสุดท้ายขึ้นดื่มรวดเดียวก่อนโบกมือร่ำลา

เทียนอวิ๋นหลุบตาลงทันที หันไปกวาดตามองกลุ่มรับใช้ของคุณชายแต่ละคน แล้วจึงขยับกายเข้าใกล้เจ้านายตนที่นั่งนิ่งอยู่อีกครั้ง

ซ่งเหวินจิ่นเอนพิงพนักเบา ๆ ดวงตาคมปลาบที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับมีร่องรอยของความวูบไหว เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังฝืนสภาวะบางอย่าง

เหล่าคุณชายหัวเราะตอบรับอย่างเหนื่อยอ่อน ขยับกายอย่างช้า ๆ ขณะมีสาวใช้คอยช่วยประคองข้างกาย

เทียนอวิ๋นขยับเข้าใกล้เจ้านายตนอย่างระมัดระวัง ซ่งเหวินจิ่นนั่งนิ่งอยู่บนเบาะ ทว่าริมแก้มแดงระเรื่อ ดวงตาคมเริ่มพร่าเล็กน้อยจนมองเห็นได้ชัด

“ท่านแม่ทัพ…” นางเรียกแผ่วเบา “ให้ข้าน้อยพาท่านไปยังห้องพักเถิดขอรับ”

มือบางของนางแตะเบา ๆ ที่แขนเสื้อของเขา ร่างสูงสง่าที่เคยมั่นคงกลับเอนเอียงเล็กน้อยตามแรงสัมผัส กลิ่นสุราผสมน้ำหอมจาง ๆ ลอยกรุ่นอยู่รอบกาย

ทว่าก่อนที่นางจะได้ประคองพาออกจากห้อง เสียงนุ่มชวนฝันก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ บ่าวจะดูแลท่านแม่ทัพเอง”

เสียงนั้นเป็นของคณิกาเหมยซูอวิ๋น คณิกาสาวที่นั่งเคียงข้างท่านแม่ทัพมาตลอดทั้งคืน นางยิ้มอย่างสุภาพ ดวงตาฉายแววบางอย่างที่แม้เรียบเฉย หากแต่แฝงด้วยความหมายไม่ชอบมาพากล

“เชิญบ่าวน้อยไปพักก่อนเถิด” นางว่าเสียงอ่อน “ข้าจะพานายท่านของเจ้าไปพักให้เรียบร้อยเอง”

เทียนอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย สบตากับนางอย่างไม่ไว้วางใจ ก่อนจะก้มศีรษะลงเพียงน้อย แล้วก้าวถอยออกมา แต่ก็หาได้กลับออกจากห้องไม่

นางเงียบเสียง ซ่อนตัวตามเงาระเบียงของชั้นบน ห่างจากสองร่างชายหญิงข้างหน้าเพียงเล็กน้อย จนกระทั่งเห็นเหมยซูอวิ๋นประคองซ่งเหวินจิ่นออกไปยังห้องพักด้านตะวันตกที่มืดสงัด

พอแน่ใจว่าทั้งสองเข้าไปในห้องจริง เทียนอวิ๋นจึงรีบย่องตามแทรกตัวเข้าไปทันที

ประตูไม้บานนั้นกำลังจะถูกปิดลงต่อหน้าต่อตา หากแต่นางไวเท้ากว่าครึ่งก้าว

“เดี๋ยวก่อน!”

มือบางดันบานประตูเข้าเต็มแรงจนเสียงดังแอ๊ด เสี้ยวหน้าของนางยังคงเงียบเรียบ หากดวงตาเปล่งประกายด้วยแรงต้านไม่แพ้ใคร

เหมยซูอวิ๋นชะงัก “เจ้า...”

“เจ้าต้องการทำสิ่งใดไม่ดีต่อคุณชายของข้าใช่หรือไม่” เทียนอวิ๋นเอ่ยเรียบ ๆ แต่หนักแน่น “หากเจ้าคิดร้าย หรือแตะต้องแม้แต่ปลายเสื้อของเจ้านายข้า ข้าจะร้องให้เจ้าหน้าที่ในหอมาจับตัวเจ้าเดี๋ยวนี้!”

นางคณิกาสาวผู้นั้นหน้าถอดสีไปชั่วครู่ นัยน์ตาที่เคยหยิ่งผยองพลันหวาดระแวง นางเหลือบมองซ้ายขวาราวกับหาทางออก พลางรีบส่ายหน้า

“ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำอะไร เจ้าอย่ามาใส่ความข้าเช่นนี้นะ!” เสียงสูงสั่นเครือ

“เช่นนั้น… ก็รีบไปเสียเถอะ” เทียนอวิ๋นกล่าวด้วยเสียงต่ำ ไม่ขยับออกจากหน้าประตูแม้แต่นิ้วเดียว

ความนิ่งเฉยนั้นกลับทำให้เหมยซูอวิ๋นตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม นางขบริมฝีปากแล้วรีบผละตัว วิ่งกึ่งเร่งรีบออกจากห้องอย่างร้อนรน ปล่อยให้บานประตูไม้ค้างอยู่นั้น

เทียนอวิ๋นยืนนิ่ง หัวใจยังเต้นโครมครามด้วยแรงตึงเครียด

“นางยอมแพ้เร็วยิ่งนัก...” นางคิดแค่นั้น ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

เมื่อลับเงาหญิงผู้นั้นแล้ว นางจึงกลับเข้าห้องอย่างสงบ ปิดประตูลงอย่างเงียบงัน แล้วหมุนตัวเดินเข้าไปยังฟูกนอนที่ตั้งไว้มุมห้อง

ร่างของซ่งเหวินจิ่นยังนั่งเอนอยู่บนตั่ง ริมฝีปากแดงจัดกว่าเดิม หายใจหอบเบา ๆ ดวงตาฉ่ำปรือ ริมคิ้วขมวดเล็กน้อยราวกับมีความร้อนบางอย่างก่อตัวอยู่ภายใน

“ท่านแม่ทัพ... ท่านเป็นอะไรไปหรือไม่ขอรับ”

ไม่มีเสียงตอบจากผู้เป็นนาย มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel