บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 นางเปลี่ยนไป

กัวมามาหน้าถอดสี ริมฝีปากที่ทาชาดสีเข้มสั่นระริก นางไม่คาดคิดว่าฮูหยินเอกที่มักจะเก็บตัวเงียบเชียบและหลีกเลี่ยงการปะทะมาตลอด จะกล้างัดข้อกฎหมายและอ้างถึงศาลาว่าการเมืองหลวงมาข่มขู่ตนเองอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้

แววตาของสตรีตรงหน้าไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นหรือเพียงแค่ขู่กรรโชก ท่าทางเอาจริงเอาจังนั้นทำให้บ่าวอาวุโสเริ่มตระหนักว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

หากเรื่องการยักยอกสินเดิมหลุดรอดออกไปถึงทางการ ฮูหยินผู้เฒ่าย่อมต้องโยนความผิดทั้งหมดมาที่บ่าวไพร่เพื่อรักษาหน้าตาตระกูลเซี่ย ถึงตอนนั้นนางคงถูกโบยตีจนตายเพื่อปิดปากเป็นแน่แท้

"บ่าวทำผิดกฎจวน ปีนเกลียวเจ้านาย" เสิ่นหรูอิงเอ่ยเสียงเรียบ นางไม่เปิดโอกาสให้กัวมามาได้หาข้อแก้ตัวหรือพลิกลิ้นเพื่อเอาตัวรอด

"ปี้ลู่ เรียกบ่าวชายหน้าเรือนเข้ามา ลากตัวกัวมามาไปโบยยี่สิบไม้ที่ลานหน้าเรือนไผ่หยก ให้บ่าวไพร่ทุกคนมาดูเป็นเยี่ยงอย่าง"

ปี้ลู่เบิกตากว้างเล็กน้อย ทว่านางรับคำเสียงใสและรีบเดินออกไปที่หน้าประตูเรือนทันที การได้เห็นเจ้านายลุกขึ้นสู้และใช้กฎระเบียบอย่างเด็ดขาดสร้างความฮึกเหิมให้เด็กสาวอย่างประหลาด นางกวักมือเรียกบ่าวชายร่างกำยำสองคนที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูให้เข้ามาด้านใน

กัวมามาได้สติ นางพยายามจะก้าวเข้ามาหาเสิ่นหรูอิงเพื่อร้องขอความเมตตาผสมการข่มขู่ แต่สายตาเยือกเย็นที่ทอดมองมาทำให้นางชะงักฝีเท้า นางเปลี่ยนเป็นชี้หน้าฮูหยินเอกแทน

"ฮูหยิน ท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้ ข้าเป็นคนของฮูหยินผู้เฒ่า เป็นคนที่ฮูหยินผู้เฒ่าส่งมาดูแลท่าน หากท่านโบยข้า เท่ากับไม่ไว้หน้าฮูหยินผู้เฒ่า ท่านเพิ่งแต่งเข้าจวนมาเพียงหนึ่งปี คิดจะตั้งตนเป็นศัตรูกับผู้อาวุโสเชียวหรือ"

กัวมามายังคงอวดดี อาศัยร่มเงาของมารดาเลี้ยงจิ้งอันโหวมาคุ้มกะลาหัว หวังใช้ความกตัญญูกดข่มสตรีตรงหน้า

"หน้าของฮูหยินผู้เฒ่า มีค่ามากกว่ากฎระเบียบของจวนโหวตั้งแต่เมื่อใด" เสิ่นหรูอิงแค่นเสียง

"ข้าในฐานะนายหญิงของเรือนหลัง หากปล่อยให้บ่าวไพร่เหิมเกริม ล่วงล้ำเข้ามาในห้องนอนชั้นใน ซ้ำยังพยายามขโมยทรัพย์สินส่วนตัว ภายหน้าจิ้งอันโหวคงกลายเป็นที่หัวร่อของชาวเมืองแน่”

ข้ากระชับเสื้อคลุมตัวนอกหันหลังก่อนเอ่ยอย่างคร้านจะใส่ใจแต่ก็แฝงถึงอำนาจที่กัวมามาต้องจำยอม

“ข้าทำเพื่อปกป้องเกียรติของจวนโหว หาใช่การเป็นศัตรูกับผู้อาวุโส"

บ่าวชายสองคนเดินเข้ามาในห้อง พวกเขามีท่าทีลังเลเมื่อเห็นว่าผู้ที่ต้องจับกุมคือบ่าวคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่า แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาดอกท้อที่วาวโรจน์และอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างของฮูหยินเอกที่หันขวับกลับมองมา พวกเขาก็รีบเข้าไปคุมตัวกัวมามาทันที

"ปล่อยข้า พวกเจ้ากล้าแตะต้องข้าหรือ ข้าจะไปฟ้องฮูหยินผู้เฒ่าให้ตัดเบี้ยหวัดพวกเจ้าให้หมด" กัวมามาดิ้นรนพลางตะโกนเสียงแหลม พยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม

บ่าวชายทั้งสองไม่กล้าออมแรงอีกต่อไป พวกเขากระชากแขนกัวมามาแล้วลากตัวออกไปจากห้องนอนชั้นใน เสิ่นหรูอิงก้าวตามออกมาอย่างเชื่องช้า

นางยืนมองกัวมามาที่ถูกกดไหล่ให้นั่งคุกเข่าลงบนพื้นแผ่นหินเย็นเฉียบกลางลานหน้าเรือน บ่าวไพร่ในเรือนไผ่หยกเริ่มทยอยออกมายืนดูเหตุการณ์ด้วยความหวาดหวั่น ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงเจรจา

"ลงมือ" เสิ่นหรูอิงออกคำสั่งสั้นกระชับ ไม่มีร่องรอยของความลังเล

ไม้กระดานหนาถูกยกขึ้นสูงและฟาดลงบนแผ่นหลังอวบอ้วนของกัวมามา ร่างของบ่าวชั่วทรุดฮวบลงตามแรงกระแทก เสียงร้องโหยหวนของนางดังขึ้นทันทีทำลายความเงียบของเรือนไผ่หยก

บ่าวไพร่ที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างลอบกลืนน้ำลายก้มหน้าต่ำลง ไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัวหรือกล่าววาจาสอดแทรกเพื่อขอร้องแทน

การลงทัณฑ์ดำเนินไปอย่างเป็นจังหวะ ไม้ที่สองและสามฟาดลงไปอย่างไม่ออมแรง ในจังหวะที่ไม้กระดานกำลังจะถูกยกขึ้นเป็นครั้งที่สี่ ฝีเท้าหนักแน่นของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเชื่อมหน้าเรือน

บ่าวชายที่ถือไม้กระดานชะงักมือ รีบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีเมื่อเห็นผู้มาเยือน เสิ่นหรูอิงปรายตามองไปยังต้นทาง

บุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในลานกว้าง เขารวบผมครึ่งศีรษะสวมกวานเงินสลักลายพยัคฆ์ สวมอาภรณ์สีดำทมิฬตัดขอบด้วยดิ้นเงิน รูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้าง ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย คิ้วกระบี่พาดเฉียงเหนือดวงตาเรียวยาวที่ดุดันราวกับเหยี่ยว

เซี่ยจื่อเยวียน จิ้งอันโหวและแม่ทัพทักษิณผู้กุมกำลังทหาร

เขากลับจากค่ายทหารเร็วกว่าปกติ ท่าทางการเคลื่อนไหวยังคงรวดเร็วและทรงพลัง สายตาคมกริบกวาดมองกัวมามาที่นอนคุดคู้ร้องครวญครางบนพื้นหิน ก่อนจะตวัดขึ้นมามองสตรีในชุดเสื้อคลุมสีครามที่ยืนนิ่งสงบอยู่บนขั้นบันไดหน้าเรือน

"ท่านโหว ช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ" กัวมามาเห็นผู้มาใหม่ราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้าย นางฝืนความเจ็บปวดรีบคลานเข้าไปหาและรำพันด้วยท่าทีน่าสงสาร

"บ่าวมาถ่ายทอดคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่า แต่ฮูหยินกลับให้คนมาทุบตีบ่าว ฮูหยินไม่เห็นท่านแม่ของท่านอยู่ในสายตาเลยเจ้าค่ะ"

เซี่ยจื่อเยวียนขมวดคิ้ว เขาคุ้นชินกับการสั่งการทหารและรำคาญความวุ่นวายในเรือนหลังมาตลอด หลายครั้งที่เขามองข้ามความขัดแย้งเหล่านี้ ปล่อยให้มารดาเลี้ยงเป็นผู้จัดการ คิดเพียงว่าเสิ่นหรูอิงเป็นเพียงสตรีอ่อนแอที่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเพื่อความสงบ

ทว่าวันนี้ ภาพตรงหน้ากลับพลิกความคาดหมาย ท่าทีของภรรยาเอกผิดแผกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

นางไม่หลบสายตาเขา ไม่ก้มหน้ามองปลายเท้าด้วยความหวาดหวั่นดังเช่นอดีต ดวงตาดอกท้อที่เคยมองเขาด้วยความเว้าวอนตัดพ้อ บัดนี้กลับเรียบเฉยและว่างเปล่า แผ่นหลังของนางเหยียดตรงอย่างเย่อหยิ่ง ราวกับไม่ได้มองเห็นจิ้งอันโหวผู้ยิ่งใหญ่เช่นเขา ยืนอยู่ตรงหน้า

"ฮูหยิน นี่มันเรื่องอันใดกัน" เซี่ยจื่อเยวียนเอ่ยถามเสียงเรียบ เขาเดินเข้าไปใกล้ขั้นบันได บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยการกดดันและอำนาจของแม่ทัพ

"กัวมามาปีนเกลียวเจ้านาย บุกรุกเรือนไผ่หยกโดยไม่ได้รับอนุญาต ซ้ำยังพยายามล่วงละเมิดทรัพย์สินส่วนตัวของข้า" เสิ่นหรูอิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ร่องรอยของความตื่นตระหนก

"ข้าในฐานะนายหญิงของเรือนหลัง จึงลงโทษตามกฎระเบียบ"

"กฎระเบียบ" เซี่ยจื่อเยวียนทวนคำ เขาก้าวขึ้นบันไดมาหนึ่งขั้น ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงอีกนิด

"กัวมามาเป็นบ่าวคนสนิทของท่านแม่ การที่เจ้าสั่งโบยนางกลางลานเช่นนี้ ไม่คิดบ้างหรือว่าจะทำให้ท่านแม่เสียหน้า"

"บ่าวชั่วแอบอ้างชื่อเจ้านายเพื่อทำการอุกอาจ หากข้าไม่ลงโทษให้เด็ดขาด วันข้างหน้าผู้คนคงคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปล้นชิงสินเดิมของลูกสะใภ้" เสิ่นหรูอิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย วาจาของนางคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก

"ข้าทำไปเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตระกูลเซี่ย และรักษาความบริสุทธิ์ของฮูหยินผู้เฒ่า ท่านโหวสมควรขอบคุณข้า"

เซี่ยจื่อเยวียนหรี่ตาลง เขาก้าวขึ้นมาอีกขั้นจนยืนอยู่ในระดับเดียวกับนาง ร่างสูงใหญ่บดบังทัศนียภาพเบื้องหน้าของนางจนมิด เสิ่นหรูอิงไม่คิดจะถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขานิ่ง

สายตาเชือดเฉือนปะทะกันกลางอากาศ ไม่มีผู้ใดคิดจะหลบตาหรือยอมอ่อนข้อลงก่อน

"ปากคอเราะร้ายขึ้นไม่น้อย" เซี่ยจื่อเยวียนเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเจือความประหลาดใจที่ไม่อาจปกปิด

"ข้าเพียงกล่าวตามความจริง" เสิ่นหรูอิงตอบกลับ

"หากท่านโหวคิดว่าการที่ข้าลงโทษบ่าวชั่วเป็นการกระทำที่ผิด หรือเห็นว่าข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งนายหญิงของเรือนหลังแห่งนี้ หากท่านโหวทนดูไม่ได้..."

เสิ่นหรูอิงเว้นจังหวะ นางมองลึกเข้าไปในดวงตาดุดันของบุรุษตรงหน้า แววตาของนางปราศจากเยื่อใยหรือความคาดหวังใดๆ อีกต่อไป

"ก็เชิญเขียนหนังสือหย่ามาให้ข้าเถิด"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel