บท
ตั้งค่า

Chapter 2 ที่อยู่ใหม่

“ไม่อยากไปเลยป้า” น้ำเสียงโอดครวญของหนูยิ้มพูดขึ้นบอกญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ กับวันนี้ที่คนตัวเล็กจะต้องย้ายออกจากที่นี่แล้ว เพื่อไปรับใช้เจ้านายคนใหม่ที่อยู่อีกบ้าน

เวลาการฝึกงานอยู่ที่นี่ก็แสนรวดเร็ว ไม่รู้ว่าสามวันของที่นี่จะเร็วขนาดนี้ไปทำไม ทุกคนที่นี่น่ารักมากจนกลัวว่าที่ใหม่จะไม่น่ารักเหมือน

“ไปก่อน บอดีการ์ดของคุณท่านรอเอ็งนานแล้ว เดี๋ยวจะมีปัญหากันได้อีก” เพียงเพ็ญพูดถึงบอดีการ์ดหน้าดุ ที่วันนี้ได้รับหน้าที่ไปส่งคนรับใช้คนใหม่ให้นายน้อยของพวกเขาที่อยู่บ้านอีกหลัง

“ป้าอย่าลืมนะ ถ้าหาที่ว่างให้ยิ้มได้แล้ว พายิ้มกลับมาเร็ว ๆ นะครับ” เด็กหนุ่มหน้าใสยังอิดออดไม่หาย สีหน้าและท่าทางบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่อยากไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะนั่นมันเป็นคำสั่ง

“เออ รู้แล้ว ยาระงับเอาไปแล้วใช่ไหม?” เธอพูดถึงยาระงับการฮีทที่โอเมก้าร่างบางอย่างหนูยิ้มต้องทานทันทีเมื่อมีอาการฮีท เรื่องนี้เธอรู้ดี ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจมากนักก็ตาม

“อ๋อ เอามาแล้วครับ” ร่างเล็กดุ๊กดิ๊กไปมาล้วงหากระปุกยาในกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง ที่รอบนี้ไม่ได้ขนไปเยอะมาก ของบางส่วนยังฝากไว้ที่ห้องของเพียงเพ็ญเหมือนเดิม

“เออ ไป ๆ รถจอดรอตรงนั้น ดูแลตัวเองด้วยนะยิ้ม เดี๋ยวป้าหาซื้อโทรศัพท์แล้วจะส่งไปให้ไว้ติดต่อกัน” หนูยิ้มเป็นเด็กที่ไม่เหลืออะไรแล้วจริง ๆ

เกิดมาได้ 10 ปีแม่ก็รีบจากโลกไปเสียก่อน หลังจากนั้นได้ไม่นานพ่อก็ตามแม่ไปเพราะทำใจยอมรับไม่ได้ ชีวิตช่วง 8 ปีที่ผ่านมาเลยอาศัยอยู่กับย่าชราเพียงลำพัง

เพียงเพ็ญก็มีหน้าที่ส่งเงินให้ทั้งแม่และหลานของเธอเท่านั้น แต่วันนี้ใบบุญของแม่หมดลงแล้ว เธอเลยสละตัวเองต่อเพื่อดูแลหลาน ความที่ไม่มีครอบครัวด้วย เพียงเพ็ญเลยพยายามมองโลกในแง่ดี ว่าฟ้าอาจจะส่งหนูยิ้มมาเป็นลูกของเธอ

“ขอบคุณนะครับที่รักยิ้มมากขนาดนี้” ร่างเล็กสวมกอดร่างท้วมของป้าตัวเอง ทั้งคู่กอดกันได้ไม่นาน หนูยิ้มก็ต้องรีบขึ้นรถเสียก่อนเพื่อเดินทางต่อ เพราะบอดีการ์ดทุกคนในบ้านต่างมีหน้าที่อื่นที่ต้องรับผิดชอบตามคำสั่งของเจ้านาย

“ขอบคุณนะครับที่มาส่ง” ใช้เวลาร่วมชั่วโมง ตลอดการเดินทางยาว ๆ กว่าจะถึงจุดหมาย คนตัวเล็กพูดขอบคุณหลังจากที่ขนของตัวเองลงจากรถทั้งหมดแล้ว ความจริงก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่กระเป๋าถือสองสามใบเท่านั้น

“ฝากด้วย พ่อบ้านคนใหม่ คุณท่านบอกให้มาอยู่ที่นี่” บอดีการ์ดที่มาส่งพูดฝากเป็นนัยกับหัวหน้าแม่บ้านที่อยู่ที่นี่ จำนวนบอดีการ์ดและแม่บ้านของบ้านหลังนี้ แทบไม่ได้ต่างไปจากบ้านใหญ่มากนัก เพราะท่านกันต์ธีก็ดูแลลูกน้องของตัวเอง ส่วนที่นี่ก็มีเจ้านายอีกคนดูแลเหมือนกัน แม่บ้านวัยสามสิบต้น ๆ พยักหน้ารับก่อนที่บอดีการ์ดจากบ้านหลังโน้นจะขับรถออกไปในทันที

“สวัสดีครับ” หนูยิ้มวางกระเป๋าในมือทั้งสองข้างลงกับพื้นก่อนยกมือไหว้หัวหน้าแม่บ้านที่เดินออกมารับตัวเองตอนนี้

“ขนของเข้าบ้านก่อน ตอนนี้เจ้านายไม่อยู่บ้านหรอก” หนูยิ้มพยักหน้ารับก่อนหยิบเอากระเป๋าเสื้อผ้า ของใช้ ขึ้นมาถืออีกครั้งก่อนเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน เด็กหนุ่มรู้สึกประหม่ากับสีหน้า ท่าทางของเธอที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

ตลอดทางเดินเข้ามาต่างมีแม่บ้านที่สวมชุดลักษณะเดียวกับบ้านหลังเดิมอยู่หลายคน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ค่าตอบแทนที่นี่สูงมาก สูงกว่าพนักงานนั่งโต๊ะหลายคนเลยด้วยซ้ำ การทำงานอย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนค่าแรงเลยเป็นสิ่งที่ควรทำ

“ชื่ออะไรล่ะเรา” หัวหน้าแม่บ้านพูดถามหลังจากพาคนตัวเล็กเดินเข้ามาถึงห้องครัวหลังบ้านเรียบร้อยแล้ว

“ช-ชื่อยิ้มครับ” เป็นอีกครั้งที่เด็กหนุ่มแสดงความไม่มั่นใจของตัวเองออกมาให้ทุกคนได้เห็น

“ไม่ต้องกลัว ฉันมันก็ปากพูดตรง ๆ หน้าดุ ๆ แบบนี้แหละ แต่ใจดีมากเลยนะ ฉันชื่อยุพิน เรียกน้ายุพินก็ได้ เราน่ะรุ่นลูกน้าแล้ว” รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวได้ไม่ยาก ถึงนั่นจะไม่ใช่การยิ้มที่กว้างที่สุดในชีวิต แต่นั่นคือการยิ้มของร่างเล็กแล้ว

“เดี๋ยวสักพักจะมีคนพาไปที่ห้องพักนะ เก็บข้าวของเสร็จแล้วก็มากินข้าวกินปลาก่อนก็ได้ ค่อยเรียนรู้งานของที่นี่” ยุพินพูดบอกอีกครั้ง

“ขอบคุณครับ ถ้าน้ายุพินมีอะไรให้ยิ้มทำ บอกได้เลยนะครับ”

“ที่นี่มันไม่มีอะไรมากหรอก เป็นหลานของหัวหน้าเพียงเพ็ญใช่ไหม เธอได้บอกอะไรมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ” ไม่ใช่เรื่องแปลกใจว่าพวกเธอจะรู้จักกันได้ยังไง เพราะเพียงเพ็ญเคยเป็นหัวหน้าแม่บ้านของยุพินมาก่อน และยุพินก็ถูกสั่งย้ายมาอยู่ที่นี่เหมือนกันกับหนูยิ้ม เพียงเพราะนายใหญ่ของบ้านทั้งสองคนกำลังแยกบ้านกัน

“ครับ ป้าบอกว่า ห้ามสอดรู้สอดเห็น เห็นอะไรก็ให้ทำเป็นไม่เห็นเสีย” เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มพูดขึ้นอย่างไร้เดียงสา จนยุพินเองก็อดนึกเอ็นดูเขาไม่ได้

“เป็นโอเมก้าด้วยใช่ไหม?” หนูยิ้มสะดุดไปเล็กน้อย เพราะรู้และเข้าใจดีว่าชนชั้นของตัวเองนั้นมันเป็นชนชั้นต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร

“ค-ครับ”

“อย่าลืมกินยาระงับให้รู้เวลาด้วย เจ้านายบ้านนี้เกลียดกลิ่นโอเมก้ามาก ฉันขอโทษนะที่ต้องพูดตรง ๆ เพราะไม่อยากให้เธอต้องเดือดร้อน”

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากนะครับที่บอกยิ้มก่อน” เด็กหนุ่มยิ้มรับออกมาหน่อย เขาไม่เคยรู้สึกว่าคำพูดบอกของยุพินเป็นคำติจากเธอ คิดเพียงว่า เธอคงจะหวังดีเรื่องนี้จริง ๆ เขาเองก็จะได้ทำตัวถูก

“เอาโน่น มาพอดี คนที่จะพาไปที่ห้อง เอาข้าวเอาของไปเก็บก่อนแล้วกัน หายเหนื่อยแล้วก็ออกมาหาน้า เดี๋ยวจะบอกหน้าที่ให้” ยุพินพูดบอกครั้งสุดท้าย ก่อนพ่อบ้านที่ดูแลเรื่องการอยู่การกินของแม่บ้านและบอดีการ์ดที่นี่โดยเฉพาะจะพาหนูยิ้มเดินไปที่ห้องพักของตัวเอง

“ขอบคุณนะครับที่มาส่ง” รูปร่าง หน้าตาของพ่อบ้านคนนี้จัดว่าดี ไม่ผอมและอ้วนไป ออกจะท้วมหน่อย ๆ เขาเป็นเบต้า คนชนชั้นกลาง เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องกลิ่นให้เจ้านายใหญ่ของบ้านรำคาญใจ

“เป็นโอเมก้าเหรอเรา” อีกฝ่ายเอ่ยถามอย่างไม่ให้คนที่ถูกตั้งคำถามได้ตั้งตัว สองมือเล็กวางกระเป๋าลงกับที่นอนขนาดพอดีตัว ก่อนหันหน้าไปทางคนที่ตั้งคำถามเมื่อครู่

“ครับ แต่ว่ายิ้มจะนับเวลากินยาให้ดี ไม่ส่งกลิ่นรบกวนเจ้านายแน่นอนครับ” กับคำถามก่อนหน้า หนูยิ้มคิดว่าเขาถามเพียงเพราะกลัวความเป็นโอเมก้าของหนูยิ้มจะรบกวนเจ้านาย แต่ความจริงแล้ว พ่อบ้านหน้าหล่อคนนั้นกำลังสนใจหนูยิ้มอยู่ต่างหาก

“ดีแล้ว ชื่อยิ้มใช่ไหมเรา ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้เลยนะ พี่ชื่อคีย์ พี่ยินดีช่วยเหลือทุกเรื่อง” พูดบอกพลางยื่นเอาชุดพ่อบ้านชุดใหม่ที่ถือติดมาด้วยส่งให้หนูยิ้มที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนตัวเล็กยิ้มรับอย่างไม่ได้คิดอะไร ก่อนมือเล็กจะยื่นหวังหยิบรับเอาชุดนั้นจากเขา

“อ๊ะ!”

...ตุ้บ!...ไม่ทันที่จะได้หยิบเอาชุด มืออีกข้างของคีย์ก็ยื่นมาจับเข้ากับมือเล็กของหนูยิ้มที่ยื่นออกไปเสียก่อน จนคนตัวเล็กเผลอดึงมือกลับด้วยความตกใจ ทำเอาชุดที่ยื่นให้ตกกระทบพื้นบ้านอย่างแรง

“ข-ขอโทษครับ เดี๋ยวยิ้มขอออกไปหาน้ายุพินก่อน ตอนนี้น่าจะกำลังรอแล้ว” หนูยิ้มรีบเดินออกจากห้องนั้นในทันที แทนที่จะได้เก็บของและพักสักหน่อย กลับต้องออกจากห้องมาเลย อีกใจก็นึกเสียดายที่ไม่ได้พักก่อน แต่ความจริงแล้ว คนตัวเล็กอยู่ต่อในนั้นไม่ได้เด็ดขาด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel