ตอนที่ 5
“ได้ยินมาจากพี่เสี่ยวอวี๋เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์สวีได้รับเชิญช่วงหลายวันมานี้ ในบรรดาเทียบเชิญทั้งหมดพวกเขายังส่งบัตรเชิญเพิ่มเข้ามาอีกใบเป็นชื่อของคุณหนูด้วย”
ฉินหร่วนเหอครุ่นคิดครู่หนึ่ง “บางทีอาจเพราะที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงจึงไม่ได้เคร่งครัด บัตรเชิญส่งมาให้ท่านตาที่ส่งมาให้ข้าด้วยก็เพราะให้เกียรติเท่านั้น คงไม่มีใครหวังให้ข้าไปร่วมงานเลี้ยงจริงๆ หรอก”
“นั่นสินะเจ้าคะ ในขณะที่พวกคุณหนูพวกนั้นแต่งตัวงดงามแต่หากจงใจเชิญท่านที่กำลังไว้ทุกข์ไป นั่นเท่ากับจงใจทำให้ท่านขายหน้าไม่ใช่หรือ ที่นี่ท่านอาจารย์สวีเป็นที่นับหน้าถือตา ใครกันจะกล้ามีความคิดเช่นนั้น” เสี่ยวชวนยังไงมีท่าทีหงุดหงิด “ถึงอย่างนั้นข้าน้อยก็ยังรู้สึกว่าคนที่นี่ทำอะไรแปลกๆ อยู่ดี แม้จะบอกว่าให้เกียรติ แต่การเชิญคนที่กำลังไว้ทุกข์ไปงานเลี้ยงช่าง...”
จะว่าไปก็แปลกนางเห็นด้วย ที่นี่แม้จะบอกว่าไม่เคร่งครัดแต่ก็อยู่ใกล้กับสำนักปราชญ์ยิ่ง การทำเช่นนี้มองได้หลายแง่
ทางหนึ่งอาจเพราะให้เกียรติท่านตาของนาง ไม่ได้คาดหวังว่านางจะไปจริงๆ
ทางหนึ่งอาจเป็นกับดักเพราะนางมาจากเมืองหลวง ผู้คนในเมืองหลวงชอบงานสังสรรค์โดยเฉพาะเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ หากนางเป็นหนึ่งในคุณหนูเหล่านั้นก็ต้องอยากไปอยู่แล้ว สตรีที่กำลังไว้ทุกข์ไปงานเลี้ยงไม่เพียงไม่อาจแต่งหน้าแต้มชาด แต่เสื้อผ้าก็ยังสวมได้เพียงสีขาวหรือสีที่ไม่ฉูดฉาด เครื่องประดับยิ่งเป็นสิ่งต้องห้าม ในงานเลี้ยงนางจะกลายเป็นเป้าสายตาผู้คนทันที
อีกทาง...ผู้คนอาจอยากให้นางปรากฏตัวทั้งอย่างนี้ เวลาสามปีที่นางอยู่ที่นี่หากอยากให้บุตรหลานในตระกูลสานสัมพันธ์ เช่นนั้นก็ไม่มีโอกาสไหนเหมาะไปกว่าเวลานี้อีกแล้ว
*******************************
อ่านให้มาก ฟังให้มาก ฝึกฝน จดจำสิ่งรอบตัวและพยายามเรียนรู้
ตลอดสามเดือนในสำนักปราชญ์ด้วยข้ออ้างรักษาตัวและไว้ทุกข์ ฉินหร่วนเหอหลีกเลี่ยงผู้คนได้นานพอแล้ว ตอนนี้มีงานเลี้ยงภายในสำนักปราชญ์ในที่สุดนางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการปรากฏตัว นางในชุดไว้ทุกข์สีขาวลายปักสีดำเกล้าผมอย่างเด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่น บนเรือนกายไร้ซึ่งเครื่องประดับ ใบหน้าไร้การตบแต่ง ไร้การแต้มชาด ก้าวเดินตามสวีเซิ่งเข้าไปในงานเลี้ยงคารวะผู้อาวุโสและเหล่าอาจารย์ในสำนักปราชญ์
แม้กล่าวได้ว่านางสามารถปลีกตัวออกมาได้ทุกเมื่อโดยไม่มีใครกล้าตำหนิ ถึงอย่างนั้นเมื่อต้องสนทนานางก็ไม่อาจเสียมารยาท ขณะกำลังถูกห้อมล้อมและแสดงความเห็นใจที่สูญเสียมารดา เซี่ยเฉินก็เดินเข้ามาราวกับช่วยปกป้องนาง เขาแนะนำตัวเองจากนั้นก็ตอบคำถามแทนนางโดยที่นางไม่ได้ร้องขอ ยืนเคียงข้างนางที่ยืนเงียบเอาแต่หรุบตามองต่ำ
ในงานเลี้ยงนี้...นางมองเห็นการแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน เหล่าสตรีที่มีชาติกำเนิดสูงส่ง หากไม่เป็นทายาทจวนขุนนางก็เป็นทายาทจากจวนที่บรรพบุรุษล้วนเป็นบัณฑิต พวกนางจับกลุ่มรวมตัวกันแสดงท่าทีสูงส่ง ส่วนอีกกลุ่มนับเป็นสตรีจากตระกูลคหบดี แม้มีท่าทีรังเกียจแต่ก็ยังไม่กล้าแสดงออกอย่างชัดเจน มองออกถึงการเสแสร้งแกล้งทำเป็นสุภาพ
ที่ชัดเจนที่สุดก็คือท่าทีของสตรีเหล่านั้นที่มีต่อ...เซี่ยเฉิน
เด็กกำพร้าชาติกำเนิดต่ำต้อย ถึงอย่างนั้นกลับเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่ท่านตาของนางให้การสนับสนุน ท่าทีเลือกที่รักมักที่ชังของคนเหล่านี้ทำให้ฉินหร่วนเหอได้แต่ลอบถอนหายใจ นางขยับหมุนตัวจะปลีกตัวออกมาด้านหลังกลับมีเสียงเรียก “ศิษย์น้องเล็ก”
นางหันกลับไปทว่าก็ต้องถอยหลังสองก้าว มือของเซี่ยเฉินชะงักค้างกลางอากาศ “ขออภัยข้าลืมตัว มีกลีบดอกสาลี่ติดอยู่บนศีรษะเจ้า”
นางหรุบตาลงยกมือขึ้นปัด “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะข้าชอบดอกสาลี่” สีหน้าของนางยังคงสุภาพไม่แสดงอารมณ์ ดวงตาหรุบต่ำหลีกเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายอ่านความคิด รอบๆ ด้านคล้ายมีเสียงซุบซิบกันขึ้น ส่วนใหญ่คือถามถึงความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างนางกับเซี่ยเฉิน หางตาของฉินหร่วนเหอกระตุกเบาๆ ในใจตระหนักว่าเขาจงใจทำเช่นนี้ต่อหน้าผู้อื่น “ศิษย์พี่ข้าขอตัวไปหาท่านตาก่อน”
“ได้ข้าไปส่ง”
“คุณหนูฉิน” มีเสียงกล่าวขึ้น
ฉินหร่วนเหอและเซี่ยเฉินต่างหันไปมอง สตรีชุดสีฟ้าอ่อนกำลังก้าวเข้ามายังคนทั้งสอง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยืนรวมอยู่ในกลุ่มของสตรีที่มาจากตระกูลคหบดี อายุอานามหรือก็น่าจะมากกว่านางหลายปี “ข้าแซ่จาง นามหว่านฉิง”
“คุณหนูจาง”
“ข้ารบกวนไม่นานเพียงอยากสอบถาม ไม่ทราบว่าคุณหนูฉินจะเข้าร่วมเรียนในชั้นเรียนเบื้องต้นของสำนักปราชญ์เดือนหน้าหรือไม่ หากท่านเข้าร่วมข้าเองก็จะได้สบายใจเพราะมีสตรีไม่กี่คนที่สมัครเข้าเรียนในชั้นเรียนนั้น”
“จริงสินะ ศิษย์น้องเล็กมิสู้เจ้าเองก็เข้าร่วมชั้นเรียนดีหรือไม่” เซี่ยเฉินมองนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ทำให้พวกท่านต้องผิดหวังแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อไว้ทุกข์ แม้การเล่าเรียนจะเป็นเรื่องดี ทว่าการพบปะผู้คนก็ควรหลีกเลี่ยงเอาไว้ดีกว่าหากลืมตัวไม่สำรวมอาจไม่เหมาะสมนัก อีกอย่างช่วงนี้ข้ากำลังเรียนรู้เรื่องการปักผ้า ยังคิดจะให้ท่านตาหาฮูหยินฝีมือดีสักคนมาช่วยสอน การเรียนในสำนักปราชญ์เกรงว่าจะไม่เหมาะกับข้าจริงๆ ขอบคุณในความหวังดีของศิษย์พี่เจ้าค่ะ คุณหนูจางมิสู้ท่านขอคำแนะนำจากศิษย์พี่ ท่านตามาแล้วคุณหนูจาง ศิษย์พี่ข้าขอตัวก่อน” นางยอบกายจากนั้นหมุนตัวเดินจากมาทันที