ตอนที่ 2
อันที่จริงก็เข้าใจได้ที่อีกฝ่ายจะแค้น “ชีวิตก็เป็นเรื่องยากแบบนี้ ตัดสินใจพลาดเลือกผิดไปแล้วก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ทำใจเสียเถิด ถือเสียว่า...”
“แล้วเจ้าเล่าเหตุใดติดอยู่ที่นี่”
ฉินหร่วนเหอชะงัก “ไม่รู้สิ คง...ยังไม่รู้ตัวเองว่าตายแล้วมั้ง ที่แน่ๆ รู้ว่าถูกรถชน”
“แล้วในชีวิตไม่มีสิ่งใดเสียใจหรือ”
“ก็...ไม่หรอก เกิดมาตัวคนเดียว ตายไปก็จากไปคนเดียว ชีวิตก็มีแค่นี้”
“ดูเจ้าไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งใดนัก ไม่ยึดติด ไม่มีสิ่งใดเสียใจภายหลัง”
“ก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอก เอาจริงๆ คงเพราะในชีวิตไม่ได้เจอเรื่องร้ายอย่างคุณเลยไม่เข้าใจ แต่ถ้าฉันเป็นคุณฉันจะปล่อยวางค่ะ แค้นไปคนพวกนั้นก็ไม่ได้รับรู้แล้ว มิสู้จากไปอย่างสงบ”
“สงบ?...แต่ในใจของข้า...”
“นั่นสินะคะ”
“เจ้ารู้สึกว่าข้าโง่งมหรือไม่”
“ไม่หรอกค่ะ คนเรามีทางเลือก มีความคิด มีสิ่งที่ตัดสินใจไม่เหมือนกัน”
“แล้วหากเป็นเจ้า สมมุติ หากเจ้าเป็นข้า เจ้าจะมองเห็นการหลอกลวงพวกนี้หรือไม่”
“ก็...ไม่รู้สิคะ อาจเพราะคุณรักเขาดังนั้นถึงมองไม่ออก ฉันไม่ได้รักเขาดังนั้นถึงไม่มีอะไรมาบดบังสายตาและความรู้สึก”
“นั่นสินะ หากเป็นเจ้าบางทีชะตาชีวิตนี้อาจเปลี่ยนไป เจ้าอยากอยู่หรือว่าอยากกลับไปสู่ความว่างเปล่าเล่า”
“ใครกันละคะที่อยากจะตาย ใครๆ ก็อยากมีชีวิตกันทั้งนั้น” ฉินหร่วนเหอแค่นหัวเราะ
“แล้วหากให้เจ้าอยู่ต่อแทนข้าเล่า”
“อะไรนะ”
“เจ้า...กลับไปแทนข้า”
“ไม่สิ เดี๋ยว!” บางอย่างดึงหญิงสาวจากด้านหลัง ร่างลอยหวือ ฉินหร่วนเหอตกตะลึง “เดี๋ยว ฉันยังไม่ตกลงเลย กลับไปแทน? นั่นเท่ากับไปเป็นสตรีที่แต่งงานแล้ว?! แถมยังท้องกำลังคลอด?! ไม่เอา!! ฉันยังโสด ซิง แถมยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ!! นี่!”
***********************
คล้ายหลับไปนานมาก...
ฉินหร่วนเหอขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ขมับเต้นตุบอาการมือสั่นและความเจ็บที่ถาโถมเข้ามา ลืมตาขึ้นแล้วพลันต้องหลับตาอีกครั้งเพราะแสงที่สาดเข้ามาจนตาพร่า บนเตียงนอนที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างทรงโค้ง ม่านสีขาวพลิ้วไหวขึ้นตามแรงลม ทิวทัศน์ด้านนอกงดงามและดูแปลกตา ทะเลสาบที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีขาว ศาลาหกเหลี่ยมริมทะเลสาบ กับต้นหลิวที่รายรอบลู่ไปตามสายลม “ที่นี่ที่ไหน” นั่นคือคำถามแรกและเสียงที่ไม่คุ้นหูที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากตัวเอง
เมื่อก้มลงมองมือของตัวเอง นิ้วเรียวยาวงดงาม ฝ่ามือนุ่มละมุนที่คล้ายกับไม่เคยผ่านการหยิบจับสิ่งใด กับท่อนแขนที่เล็กเรียวผอมบาง เมื่อก้มลงมองชุดสีขาวที่ตัวเองสวมใส่ ชุดตัวในแพรไหมเนื้อลื่นแต่อบอุ่น ลายปักที่ประณีตกับรูปร่างผอมเพรียว???
“คุณหนูท่านตื่นแล้วหรือยังเจ้าคะ”
ด้านนอกมีเสียงของใครบางคนดังขึ้น ฉินหร่วนเหอขมวดคิ้วและมองไปยังคันฉ่องที่อยู่ห่างออกไป ในใจหวนนึกถึงความฝันประหลาดที่เกิดขึ้น ในที่โล่งอันมืดมิด บทสนทนาที่ทำให้ต้องทอดถอนใจ ยังไม่ทันที่คนด้านนอกจะได้พูดอะไรอีก เงาร่างในชุดตัวในสีขาวก็ก้าวลงจากเตียงปราดไปยังหน้าคันฉ่อง ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาว ดวงตาหงส์ส่องประกาย พวงแก้มระเรื่อกับริมฝีปากที่รับกับใบหน้างดงามแม้อายุยังไม่มากนัก...
“นี่มัน...”
ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับสาวใช้ที่ดูแล้วก็ยังอ่อนวัยไม่ต่างจากผู้เป็นนายนัก “คุณหนู”
ฉินหร่วนเหอลูบไปยังผ้าที่พันอยู่แถมขมับ “ข้า...”
“ท่านรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ เจ็บที่ใด ให้ข้าน้อยไปตามหมอหรือไม่เจ้าคะ”
“เจ้าคือ...”
สีหน้าของสาวใช้ตัวน้อยแทบจะร่ำไห้อยู่แล้ว “ท่าน... ข้าน้อยจะไปตามท่านอาจารย์สวี!!” แล้วทุกอย่างก็วุ่นวายอยู่นานมาก นางทำตัวเป็นคนเจ็บที่ศีรษะกระแทกจนจดจำอะไรไม่ได้ ท่านหมอตรวจอาการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในห้องมีคนไม่น้อยแต่สีหน้าล้วนเป็นกังวล ไม่นานเมื่อท่านหมอสรุปอาการความจำเสื่อมจากการถูกกระทบกระเทือน ในห้องก็เหลือเพียงตัวนาง ชายชราที่ถูกเรียกขานว่าท่านอาจารย์สวี และสาวใช้ตัวน้อยที่ขอบตาแดงเรื่อ
นาง...คือฉินหร่วนเหอ ใช่แล้วชื่อแซ่เดียวกัน!!!
‘ฉินหร่วนเหอ’ คุณหนูตระกูลฉินที่เพิ่งสูญเสียมารดาเมื่อเดือนก่อน ถูก ‘สวีเซิ่ง’ ปราชญ์อาวุโสสำนักปราชญ์ผู้ซึ่งเป็นตารับตัวมาจากจวนตระกูลฉิน ทั้งนี้ก็เพื่อให้คลายความทุกข์หลังการสูญเสีย ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับพลัดตกลงจากรถม้า ศีรษะกระแทกอย่างแรงกระทั่งเป็นสาเหตุให้นางจดจำเรื่องราวในอดีตและตัวเองไม่ได้
ผู้ใดจะคิด จะมอง จะเชื่ออย่างไรก็ช่าง สุดท้ายแล้วมีเพียงนางที่ตระหนักดีว่านี่ไม่ใช่การสูญเสียความทรงจำ นางจะไม่มีวันหายดี ไม่มีวันกลับมาจำทุกอย่างได้ นั่นเพราะนางไม่ใช่ฉินหร่วนเหอตัวจริง!
“ฉินหร่วนเหอ...” เสียงถอนหายใจดังขึ้นขณะที่เจ้าของร่างในชุดสีขาวพลิ้วไหวนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างห้อง “ก็ยังดีที่เจ้าไม่ส่งข้ามาที่นี่ในช่วงที่เจ้ากลายเป็นฮูหยินของผู้อื่น ทั้งยังเพิ่งคลอดบุตร” เพียงแค่คิดว่าต้องกลับมารับมือกับเรื่องที่ทำให้อีกฝ่ายเคียดแค้นและไม่อาจปล่อยวาง ฉินหร่วนเหอก็รู้สึกยุ่งยากใจแล้ว “เช่นนั้นข้าก็ได้แต่เปลี่ยนโชคชะตานี้ของเจ้าแล้ว ข้ารับปากจะทำให้ดีที่สุด เจ้าก็...จากไปอย่างสงบเถิด”