บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 เกิดใหม่

ซูว่านอิงเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร เธอถูกโยนไปที่ประตูสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เธอเกิด มีเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่อยู่ในผ้าอ้อมที่ระบุชื่อและวันเกิดของเธอ ผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นผู้พบและรับเธอเข้ามา

ซูว่านอิงเป็นเด็กสาวที่ฉลาด เธอได้รับทุนการศึกษาตลอดช่วงที่

เธอเรียน ด้วยเงินบริจาคจากผู้มีจิตใจดีและหยิบยื่นโครงการเรียนแบบเรียนไปควบคู่กับการทำงานให้เธอ ชีวิตของเธอจึงราบรื่น

ต่อมาเธอยังได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวนเพื่อศึกษาต่อปริญญาโทด้านการเงินที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และที่แห่งนี้ทำให้เธอได้พบกับสามีของเธอ ทั้งสองคนเป็นนักศึกษาสาขาวิชาเดียวกัน หลังจากสำเร็จการศึกษา เธอได้เข้าทำงานที่ธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง ส่วนสามีของเธอต้องการไปเรียนต่อในระดับปริญญาเอกที่ต่างประเทศ

โอกาสในหน้าที่การงานของเธอสดใส ชีวิตคู่ก็ราบรื่น ซูว่านอิงจดทะเบียนสมรสกับลู่เฉิงชิงตั้งแต่หนึ่งปีก่อนที่จะเรียนจบ ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซูว่านอิงยังคงทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยเช่นเคย

เธอมีงานที่ดีมากในวัย 24 ปี แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าในใจของเธอยังมีที่ว่างเสมอที่ไม่อาจเติมเต็มได้ เธอโหยหาความรักจากครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก

แม้ว่าครั้งหนึ่งเธอเคยบ่นว่าพ่อแม่แท้ ๆ ทอดทิ้งเธอ แต่หลังจากเติบโตขึ้น อารมณ์ของเธอก็สงบลงมาก เธอไม่ได้เก็บมาคิดถึงความรักของพ่อแม่อีกเหมือนตอนเด็ก ๆ และเลือกที่จะเข้าใจและอดทนกับหลาย ๆ สิ่ง

หลังจากที่เธอทำงานและได้พบปะผู้คนมากขึ้น เธอมักจะขอ

ความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ให้ช่วยตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอ

แต่ไม่เคยพบเบาะแสของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเธอเลย มีเพียงรูปถ่ายของผู้ที่ถูกสงสัยว่าเป็นแม่แท้ ๆ ของเธอ นานวันเข้าเธอก็เลิกที่จะตามหาพวกเขา

วันเวลาผ่านไปจนมาถึงวันที่สามีของเธอเรียนจบและบินกลับประเทศ ซูว่านอิงรู้สึกดีใจมาก เธอตั้งใจไปรับสามีที่สนามบินด้วยตัวเอง วันนี้เธอยังขอลาหยุดงานหนึ่งวันเพื่อทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน เตรียมต้อนรับสามีกลับบ้านด้วยความดีใจ แต่ซูว่านอิงไม่ได้รู้เลยว่า ความสุขที่เธอโหยหานั้นมันจะกลายเป็นความทุกข์และพรากชีวิตของเธอไป

ที่สนามบิน ซูว่านอิงจ้องมองไปที่ทางเดินของผู้โดยสารขาออกตลอดเวลา เธอรออยู่นานสองนานจนไม่มีผู้โดยสารคนอื่นแล้ว ก็ไม่เห็นเงาสามีที่เธอคิดถึงเขาทั้งวันทั้งคืนเลย

ซูว่านอิงกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาสามี แต่ไม่สามารถติดต่อเขาได้

เธอถอนหายใจจากนั้นหันหลังเดินออกไปเพื่อที่จะขับรถกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เดินไปถึงรถที่จอดเอาไว้

เธอพบว่าสามีของเธอที่ติดต่อไม่ได้กำลังยืนกอดอยู่กับหญิงสาว

คนหนึ่ง และเธอได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนอย่างชัดเจน ทุกคำพูดเหล่านั้นมันทำให้เธอทั้งตาสว่าง เจ็บปวด และรู้สึกว่าเธอเองกลายเป็นคนโง่ เธอถูกหญิงชั่วชายโฉดทั้งสองคนหลอกลวงมานาน

“เฉิงชิง ถ้าหากว่าซูว่านอิงรู้ความจริง คุณคิดว่าเธอจะเสียใจไหมคะ”

“เสียใจก็สมควรแล้ว เธอมีอะไรที่เหมาะสมกับผมบ้าง เธอเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีภูมิหลังทางครอบครัว เธอไม่สามารถช่วยให้ผมได้ในสิ่งที่ผมต้องการ”

“แต่เธอเป็นคนทำงานส่งคุณเรียน และยังเผื่อแผ่มาถึงฉันกับ

ลูกของเราด้วยนะคะ”

“นั่นก็สมควรแล้ว ใครให้เธอโง่เอง”

“คุณจะหย่ากับเธอเมื่อไหร่คะ”

“หย่าเหรอ ไม่หย่าหรอก แค่ทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ก็พอ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กกำพร้าแต่ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะมีทรัพย์สินพอสมควร ผมเองก็ไม่รังเกียจที่จะเอามาเป็นของตัวเอง ในฐานะสามีแล้ว สิ่งของของภรรยาย่อมเป็นของสามีด้วยไม่ใช่เหรอ ถ้าหย่าก็ต้องแบ่งครึ่ง แต่ผมไม่ต้องการแบ่ง”

“ดีค่ะ พวกเรากลับบ้านไปฉลองกันเถอะค่ะ”

“ตกลง”

ทั้งสองคนไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นซูว่านอิงได้ยินหมดแล้ว หลังจากรอให้พวกเขาออกไป ซูว่านอิงกลับบ้านไปด้วยความเสียใจ เธอกลับมาถึงได้นำอาหารทั้งหมดไปเททิ้ง จากนั้นก็โทรหาเพื่อนที่เป็นทนายความเพื่อจัดการทรัพย์สินของเธอทั้งหมด บริจาคให้บ้านเด็กกำพร้าทันทีเมื่อเธอเสียชีวิตลง เธอจะไม่ยอมให้พวกเขาได้สมหวัง

เมื่อจัดการเรื่องต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ซูว่านอิงเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า แหงนหน้ามองดวงดาวยามค่ำคืน พร้อมกับคำถามมากมายในใจที่ไร้ซึ่งคำตอบ ในตอนนั้นเองเธอรู้สึกถึงแรงผลักด้านหลังทำให้เธอตกจากดาดฟ้าลงไป

ซูว่านอิงเสียชีวิตทันที เธอตายทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าใครผลักเธอ ส่วนคนที่ฆ่าเธอนั้นเป็นใคร เธอก็สุดจะรู้ได้

เมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่รู้ ซูว่านอิงดูเหมือนจะรู้สึกตัว

ขึ้นมาบ้าง แต่ร่างกายของเธอขยับไม่ได้ และเธอก็ลืมตาไม่ได้ เธอได้ยินเสียงร้องไห้และเสียงพูดคุยแผ่วเบา แต่ไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด ซูว่านอิงรู้สึกกลัวเล็กน้อย ความรู้สึกที่ไร้เรี่ยวแรงเธอไม่สามารถขยับได้นี้ช่างน่าอึดอัดใจจริง ๆ

ซูว่านอิงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจำได้ว่ามีใครสักคนผลักเธอจากด้านหลัง แล้วเธอก็ตกลงมาจากดาดฟ้า เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะมีชีวิตอยู่ หรือว่าที่นี่เป็นโลกหลังความตาย ? หรือว่าเธอยังไม่ตายกันแน่ ซูว่านอิงรู้สึกสับสนและสงสัยเป็นอย่างมาก หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกเหนื่อยล้ามาก และสติก็เริ่มเลือนหายไปอย่างช้า ๆ ซูว่านอิงหมดสติไปอีกครั้ง

ผ่านไประยะเวลาหนึ่ง เธอรู้สึกตัวอีกครั้ง แม้จะยังรู้สึกอ่อนแรง

อยู่บ้าง แต่เธอก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นได้ สิ่งที่เธอเห็นคือกระเบื้องสีดำด้านบนและผนังอิฐสีฟ้าโดยรอบ เธอนอนอยู่บนเตียงเล็ก ๆ ปูด้วยผ้าห่มเก่า ๆ ภายในห้องมีโต๊ะสี่เหลี่ยมโทรม ๆ และเก้าอี้เตี้ย ๆ สองสามตัว ซึ่งดูทรุดโทรมมาก ภายในห้องยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นยาจาง ๆ ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว

ก่อนที่ซูว่านอิงจะทันได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็ได้ยินเสียงประตูเปิดดังเอี๊ยด เด็กหญิงตัวน้อยอายุประมาณสิบขวบเดินเข้ามาพร้อมกับชามยา เธอสวมผ้าเนื้อหยาบสีฟ้า ผมถูกมัดด้วยเชือกสีแดงเล็ก ๆ สองเส้น ใบหน้ากลมโต และดวงตากลมโต เธอมองซูว่านอิงด้วยความไม่อยากเชื่อ จากนั้นเธอก็วางชามยาลงทันทีและตะโกนว่า

“พี่สามตื่นแล้ว พี่สามตื่นแล้ว” เธอหันหลังกลับ ผลักประตูเปิดออก แล้ววิ่งออกไป

เมื่อได้เห็นเสื้อผ้าและได้ฟังคำพูดของเด็กหญิงที่ดูเหมือนคนโบราณ ซูว่านอิงก็ตระหนักได้ว่าเธอต้องเดินทางข้ามเวลา และสภาพครอบครัวของเจ้าของเดิมก็ดูไม่ค่อยดีนัก หากเธอเดาถูก ที่นี่น่าจะเป็นชนบท แต่เธอไม่ได้รับความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิม ซึ่งหมายความว่าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้เลย ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากมาก

ซูว่านอิงรู้สึกว่าเธอโชคดีมากที่ได้มีชีวิตที่สอง มีโอกาสได้เกิดใหม่

อีกครั้ง เธอขอบคุณพระเจ้าอย่างสุดซึ้งที่ให้โอกาสเธอได้เกิดใหม่ในใจ

อย่างเงียบ ๆ

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของคน ๆ นั้นอย่างชัดเจน เธอก็ตกใจเป็นอย่างมาก

เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างสูง สวมผ้าคลุมศีรษะสีฟ้า ใบหน้ายาว ใบหน้าของเธอแดงก่ำจากการทำงานหนักมาหลายปี แม้จะมี

ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า แต่ก็ยังสามารถเห็นร่องรอยของความงดงามของเธอได้ จินตนาการได้ว่าเธอน่าจะเป็นสาวงามในหมู่บ้านเมื่อสิบกว่าปีก่อน

สิ่งที่ทำให้ซูว่านอิงประหลาดใจคือผู้หญิงคนนั้นมีหน้าตาคล้ายกับผู้หญิงในรูปถ่ายที่ถูกสงสัยว่าเป็นแม่แท้ ๆ ของเธอมาก มันจะเป็นเรื่องบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไงกัน ?

ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาสวมกอดซูว่านอิงพลางเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบเสื้อผ้าของซูว่านอิง หญิงผู้นั้นร้องไห้ ซูว่านอิงรู้สึกว่าไหล่ของเธอเปียกเล็กน้อย ปกติแล้วเธอเป็นคนรักความสะอาดมาตลอด แต่กลับไม่ได้รู้สึกขยะแขยงอะไร กลับรู้สึกใจดีอย่างอธิบายไม่ถูกแทน นี่ต้องเป็นแม่ของเจ้าของร่างเดิมแน่ ๆ เธอคิดในใจ

“ดีแล้วที่นางตื่น ดีแล้วที่นางตื่น”

หญิงสาวที่มีหน้าตางดงามอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับชายวัยกลางคนขาเป๋ ชายวัยกลางคนพูดด้วยดวงตาแดงก่ำ ชายคนนั้นดูคล้ายกับ “พ่อ” ในรูปมาก แต่นิสัยกลับดูเป็นคนคงแก่เรียนมากกว่า

น่าแปลกที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอกลับสวยจนแม้แต่ซูว่านอิงที่คุ้นเคยกับการเห็นสาวสวยมากมายในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์สมัยใหม่ก็ยังตกตะลึง

เธอผสานข้อดีทั้งหมดของพ่อแม่เข้าด้วยกันและสืบทอดมันมา

เธอมีคิ้วบาง ดวงตาสวย และจมูกโด่ง ถึงแม้หญิงสาวคนนี้จะเกิดในชนบท

แต่ถือว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ซูว่านอิงหวังว่าเธอจะเป็นหญิงสาวที่ทั้งงดงามและนิสัยดี

“อย่ากอดเสี่ยวอิงแน่นขนาดนั้น เสี่ยวอิงหายใจไม่ออก”

“ทำไมล่ะ ลูกสาวของข้าในที่สุดนางก็ตื่นแล้ว ข้ามีความสุข ข้ากอดนางแล้วมันจะทำไมกัน”

หญิงวัยกลางคนตอบกลับอย่างไม่พอใจ แต่ก็ยอมปล่อยซูว่านอิงออกจากอ้อมกอดของเธอ เมื่อมองดูสถานการณ์เช่นนี้ ซูว่านอิงคงเดาได้ว่าคนเหล่านี้น่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัวของร่างเดิม

จะเห็นได้ว่าพวกเขาใส่ใจร่างเดิมอย่างสุดหัวใจ แต่เธอไม่ได้รับ

ความทรงจำเกี่ยวกับร่างเดิมเลย ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก หากพวกเขารู้ว่าร่างนี้

ถูกแทนที่โดยเธอ ตามความเชื่อของคนโบราณเกี่ยวกับภูตผีและเทพเจ้า พวกเขาจะเอาเธอใส่กรงหมูไปถ่วงน้ำหรือไม่

เธอต้องรีบหาวิธีหลอกพวกเขาเมื่อพยายามคิดหาวิธี ซูว่านอิงรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่ามีผ้ากอซพันรอบหน้าผาก

ของเธอเป็นวง ๆ ในเมื่อเจ้าของเดิมถูกตีหัว เธอก็น่าจะแกล้งทำเป็นสูญเสียความทรงจำไปก็ได้

“พวกเจ้า พวกเจ้า พวกเจ้าเป็นใคร” ซูว่านอิงถามด้วยสีหน้าสับสน

เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างตกตะลึงกับคำพูดของซูว่านอิง เมื่อพวกเขาได้สติ ทุกคนก็พากันเข้ามารุมล้อมเธอและตั้งคำถามทีละคน

“ข้าคือแม่ของเจ้า เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ”

“เจ้ายังจำพวกเราได้หรือไม่”

“ข้าคือใคร”

“เจ้าจำตอนที่เจ้าตกจากภูเขาได้หรือไม่”

“เจ้ายังจำชื่อเจ้าได้หรือไม่”

...

ซูว่านอิงส่ายหน้าและบอกว่าเธอจำพวกเขาไม่ได้และไม่สามารถ

ตอบคำถามของพวกเขาได้ในตอนนี้ ครอบครัวซูรีบไปเชิญหมอคนหนึ่งมา เขาถูกเรียกว่าหมอ แต่ดูเหมือนว่าระดับความสามารถทางการแพทย์ของเขาจะไม่สูงนัก

หลังจากที่หมอวัดชีพจรของซูว่านอิงและถามคำถามไปสองสามข้อ เขาก็บอกกับพ่อและแม่ของซูว่านอิงอย่างจริงจังว่าซูว่านอิงอาจจะตกใจเกินไปและได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ ดังนั้นจึงจำอะไรไม่ได้เลย

ส่วนที่เหลือก็ไม่มีอะไรผิดปกติ หมอไม่ได้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแต่เขียนใบสั่งยาและบอกให้ไปรับยามา

นั่นแหละคือวิธีที่ซูว่านอิงคิดเอาไว้เพื่อให้เธอสามารถเอาตัวรอดไปได้ เธอรู้สึกว่าตระกูลซูปฏิบัติต่อเธออย่างดี พวกเขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบทุบตีหรือดุด่าเธอ แถมยังไม่ใช่พวกที่ยกให้ผู้ชายเป็นใหญ่ด้วย

ไม่เช่นนั้นซูว่านอิงคงทนไม่ไหวจริง ๆ และคงอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ ๆ สำหรับอนาคต เธอต้องคิดให้รอบคอบจริง ๆ บางทีอาจเป็นเพราะซูว่านอิงเพิ่งหายจากอาการป่วยหนัก เธอจึงรู้สึกง่วงมากหลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง

เธอก็หลับไปอย่างมึนงง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel