ตอนที่ 8 ช่วยเหลือและข้อตกลง3
ตอนที่ 8 ช่วยเหลือและข้อตกลง3
หลี่เลี่ยงหลิงครุ่นคิดหาวิธีหลบเลี่ยง แต่นิ้วเรียวยาวนั่นมันน่าจริงๆ ถ้าเธอกัดมัน...บางทีอาจจะฉวยโอกาสวิ่งหนีก็น่าจะมีทางอยู่
“คิดจะกัดนิ้วฉันงั้นเหรอ ถ้าเธอกล้าก็ลองดู” เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นดวงตาคมราวกับอ่านความคิดของเธอออก เพราะตอนนี้มันกำลังมองเธออย่างขบขัน ราวกับราชสีห์ที่กำลังหยอกล้อเหยื่อก่อนจะกลืนกินมันอย่างอร่อย
“อ๊ะ!!!” หลี่เลี่ยงหลิงสะดุ้งโหยงส่งเสียงเล็กน้อยเมื่อมือหนาอีกข้างสัมผัสเข้าที่เอวบางและกำลังขยับไปด้านหลัง โดยที่นิ้วเรียวอีกข้างก็ยังวนเวียนอยู่แถวใบหน้าของเธอ
ความแนบชิดวาบหวานที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเธอ ทำให้หญิงสาวหลับตาปี๋อย่างอดทน แต่เมื่อใบหน้าคมโน้มเข้ามาบริเวณซอกคอและเป่าลมหายใจใส่อย่างแผ่วเบาก็ทำให้หญิงสาวร่างบางหมดความอดทน
“ก็ได้!!! ฉันมาพบคุณจางเจ้าของสำนักพิมพ์จางรีคอร์ด ตอนนี้ฉันทำงานกับท่าน” หลี่เลี่ยงหลิงรีบพูดรัวเร็วออกมาก่อนที่ใบหน้าคมนั้นจะเข้ามาซุกไซ้ตัวเธอและมือหนาจะทำเรื่องน่าอายกับบั้นท้ายกลมกลึงของเธอ
‘เจ้าของสำนักพิมพ์จาง...จางหลีไห่นะหรือ ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร’
หยางจางเหว่ยเมื่อได้คำตอบที่ต้องการก็ผละตัวออกห่างจากหญิงสาวทันที เขากอดอกมองใบหน้าเล็กที่แดงก่ำก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างพอใจ
“ก็เท่านั้น...และจำไว้ ว่าเธอไม่เคยพบเจอฉันที่นั่นมาก่อน ไม่อย่างนั้น...”
หมับ พลั่ก!!!
“อ่อก...” หลี่เลี่ยงหลิงที่ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกคนตัวสูงดันจนติดกำแพง มือหนาคว้าคอบางก่อนจะกดลงแนบกับผนังจนร่างบางรู้สึกหายใจติดขัด แม้มือหนาจะไม่ออกแรงแต่ก็หายใจไม่ออกอยู่ดี
ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตาสบเข้ากับตาคมดุกร้าวที่บอกว่าเขาเอาจริง หากเธอพูดอะไรออกไป ชีวิตเธอก็จะเหมือนคอเล็กๆที่อยู่ในมือที่เขากระดิกนิดเดียวก็หักอย่างง่ายดาย
“ถ้าเธอปากมากเมื่อไหร่ฉันจะไปเยี่ยมเธอที่บ้านตอนดึกๆ” ชายหนุ่มโน้มหน้าเข้ามาใกล้หูเล็กบางก่อนจะกระซิบเสียงเหี้ยม ริมฝีปากอุ่นร้อนพูดจบก็ขบที่ใบหูบางเบาๆ และคลายมือที่กอบกุมคอเล็กบางออก
หญิงสาวมองตามแผ่นหลังหนาที่เดินจากไป มือบางยกขึ้นลูบรอยแดงที่คอเบาๆ แม้ชายหนุ่มจะไม่ออกแรงแต่ผิวขาวและบางของหลี่เลี่ยงหลิงที่ปกติช้ำง่ายก็ขึ้นเป็นรอยมืออย่างชัดเจน
“ไอ้คนบ้าป่าเถื่อน” หลี่เลี่ยงหลิงก่นด่าตามหลัง เมื่อแผ่นหลังหนาลับสายตาไปกระจกบานเล็กก็ถูกหยิบขึ้นมาส่องดูร่องรอยแดงที่เหลือไว้เป็นการย้ำเตือน
“เฮ้อ...” เธอหยิบผ้าพันคอผืนบางออกมาจากในมิติก่อนจะนำมาพันปิดร่องรอยนี้เอาไว้ ไม่เช่นนั้นหากใครเห็นเข้าคงคิดเลื่อนเปื้อนกันไปใหญ่ โดยเฉพาะพวกไม่หวังดีคงนินทาเธอกันสนุกปากทั้งหมู่บ้านเป็นแน่
เมื่อพันผ้าเรียบร้อยร่างบางก็เช็คดูผ่านกระจกอีกครั้ง ดวงตากลมมองกระจกก่อนที่จะเหลือบมองไปที่ใบหูบางที่เพิ่งสัมผัสกับ...
“ฮึ่ย!!!...คิดอะไรของเธอเลี่ยงหลิง คนผู้นี้คือระเบิดเวลา ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาดและห้ามคิดอะไรเกินเลยด้วย” แม้ว่าเธอกับเขาจะเกินเลยกันทางร่างกายไปมากแล้วก็ตาม แต่ทางจิตใจมันจะต้องไม่เกิดขึ้น
หลี่เลี่ยงหลิงนิ่งคิดกับตัวเองในใจและแล้วภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวของเธอ มันเป็นภาพเหตุการณ์วาบหวามคืนนั้น
“อ้ะ!!!...เจ็บ” ร่างบางที่โดนล่วงล้ำใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยว แต่ร่างสูงใหญ่กลับไม่ฟังเขายังคงตั้งหน้าตั้งตาสอดใส่เข้ามาจนสุดทาง แขนล่ำที่ค้ำยันที่นอนเกร็งจนเส้นปูดโปน ร่างกายเปลือยเปล่าที่ชื้นเหงื่อ กรามแกร่งที่บดเข้าหากันจนสันกรามขึ้นเด่นชัด รวมถึงเสียงหายใจฟืดฟาดยามเขาออกแรงใส่ร่างกายของเธอ
เสียงเนื้อกระทบกันยังคงดังอย่างต่อเนื่อง แต่ดวงตาเลื่อนลอยของหญิงสาวกลับมองเพียงใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม มองดวงตาคมดุดันหื่นกระหายจนภาพนั้นหายไป
“อ้าย!!! อ้ะ!!!” ร่างบางของเธอพลิกคว่ำหมุนคว้างจนภาพเร่าร้อนนั้นหายไป แทนที่ด้วยความมืดสนิทของที่นอน และแรงเคลื่อนไหวเบื้องหลังที่กำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง และเหมือนว่ามันจะรุนแรงมากกว่าเดิมจนเรียวปากเล็กของเธอต้องส่งเสียงครางแผ่วตลอดเวลา
ขาเรียวเล็กสั่นเทาเมื่อคนด้านหลังยังคงไม่ออมแรง แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งหวีดร้องอีกครั้ง เมื่อเรียวขาของเธอถูดจับหมุนจนภาพตรงหน้ากลายเป็นใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้ง ขาเรียวทั้งสองถูกวางไว้อย่างหมิ่นเหม่บนบ่ากว้าง หญิงสาวอับอายเหลือเกินที่ส่วนสงวนถูกจับจ้องอย่างโจ่งแจ้ง
เอวเล็กถูกมือหนาเข้ากอบกุมและดึงเข้าหาร่างหนาอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ด!!! สวบ”
“บ้าไปแล้ว!!! หยุดเดี๋ยวนี้!!!!” หลี่เลี่ยงหลิงสะบัดศีรษะไปมาเพื่อไล่ภาพเคลื่อนไหวราวกับกำลังฉายหนังนั้นออกไป ใบหน้านวลแดงก่ำอย่างไม่อาจควบคุม เธอหลับตาลงควบคุมลมหายใจเข้าออกและพยายามคิดถึงเรื่องอื่นโดยสลัดเรื่องของชายคนนั้นออกไป แม้ว่าเขาจะ..แซ่บ!!!
“ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี้เลย!!!!”
และกว่าหญิงสาวจะสลัดภาพชายหนุ่มออกไปได้ก็เกือบครึ่งชั่วโมง แม้จะบ่ายคล้อยไปแล้วแต่รถโดยสารกลับหมู่บ้านก็ยังคงมีอยู่ หญิงสาวก้าวเท้าขึ้นรถและเลือกที่นั่งของตัวเอง โดยไม่สนใจสายตาของคนในหมู่บ้านที่มองอย่างสงสัยว่าอากาศเช่นนี้จะพันผ้าพันคอทำไม
มีเพียงชายหนุ่มที่สวมหมวกปิดบังใบหน้าเท่านั้นที่หัวเราะในลำคออย่างพอใจ เขามองแผ่นหลังเล็กที่นั่งเยื้องไปด้านหน้า ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งและใช้หมวกปีกกว้างบังใบหน้าเอาไว้อย่างเดิม
