ตอนที่ 7 งานหมั้นกลายเป็นงาน...2
ตอนที่ 7 งานหมั้นกลายเป็นงาน...2
เมื่อมีเสียงกดดันจากรอบทิศก็กลายเป็นความชุลมุนวุ่นวายเพราะบ้านใหญ่บ้านรองก็มีบุตรสาว หากหวังหร่านชิงทำเสียชื่อเสียง แล้วจะมีชายหนุ่มสกุลดีที่ไหนมาสู่ขอบุตรสาวพวกเขากัน
“แม่ต้องการจัดให้ดีนะคะ หลันหลันบ้านใหญ่อีกไม่นานก็ออกเรือนได้แล้ว” สะใภ้ใหญ่หวังเมื่อรู้ว่างานบ้านสามมีปัญหาก็รีบวิ่งหน้าตั้งมาทันที
“ใช่ๆ หวาหวาอีกสองปีก็ออกเรือนได้แล้วเช่นกัน” สะใภ้รองหวังก็ไม่น้อยหน้ารีบออกตัวไม่ยินยอมเช่นกัน เผื่อบางทีบ้านรองอาจจะได้เงินปลอบขวัญสักเล็กน้อยจากบ้านสาม แววตาละโมบของสะใภ้รองหวังมีหรือจะมีคนมองไม่ออก
“แม่คะ แม่คะ” ทั้งสะใภ้ใหญ่หวังและสะใภ้รองหวังก็ต่างรบเร้าแม่สามีให้จัดการกับบ้านสาม โดยเฉพาะนางซูหนี่ว์ที่มักจะขัดผลประโยชน์อยู่เสมอ
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องห่วง เพราะอย่างไรวันนี้บ้านจางต้องชัดเจนว่าจะรับผิดชอบเช่นไร” ครอบครัวจางที่มาวันนี้แทบอยากจะแห้งเหือดหายไป
หากต้องเพิ่มสินสอดอีก 1,000 หยวน เกรงว่ากลับไปตาเฒ่ายายเฒ่าจางที่บ้านคงกัดลิ้นตายเป็นแน่ แต่หากไม่เพิ่มก็อับอายขายขี้หน้าเสื่อมเสียวงศ์ตระกูล จะไปเส้นทางไหนก็เสียเปรียบไปหมด จากที่คิดว่าได้ลูกสะใภ้สกุลดี ตอนนี้เห็นทีว่า...จะไม่ได้ดีอย่างที่คิดเสียแล้ว
สีหน้าของครอบครัวสกุลจางล้วนอยู่ในสายตาของหลี่เลี่ยงหลิงที่เยาะหยันอยู่ในใจ หากไม่อ่านนิยายมาก่อน เธอก็คงจะหลงเชื่อว่าครอบครัวจางร่ำรวย แต่เมื่อรู้เนื้อหาในนิยาย...คนพวกนี้ก็ไม่ต่างกับครอบครัวอื่นที่พอจะมีพอจะกินเท่านั้น ไม่ใช่...คุณชายจางซวงอวี่อย่างที่คุยโวเอาไว้
หวังข่ายและซูหนี่ว์ก็อับจนไปเช่นกัน ก็คงแล้วแต่บ้านจางว่าจะจบเรื่องนี้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายหญิงเสียหายไปแล้วก็คงต้องจัดงานแต่งงานไปเลย แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วคงทำได้เพียงกราบไหว้ฟ้าดินง่ายๆเท่านั้น
“เช่นนั้นก็แต่งเสียเลยวันนี้ สินสอดเพิ่มจาก 1,000 หยวนเป็น 1,500 หยวน” บิดาของจางซวงอวี่ตัดสินใจในเวลาเพียงไม่นาน แต่สินสอดคงได้มากสุดแค่ที่เอ่ยไปเท่านั้น
“ 2,000 หยวน หลานสาวบ้านหวังดีขนาดนี้จะ 1,500 หยวนไม่ได้” ยายเฒ่าหวังไม่ยินยอม
“แต่พวกเราเตรียมมาเท่านี้ 2,000 คงจะไม่ได้จริงๆ” มารดาของจางซวงอวี่พยายามระงับอารมณ์ตอบอย่างสุภาพ แม้ท่าทางของยายเฒ่าหวังจะไร้มารยาทก็ตาม
“อะไรกัน!!! มาสู่ขอทั้งทีกลับตระหนี่ คิดจะดูถูกบ้านหวังเราอย่างนั้นหรือ” ยายเฒ่าหวังเจ้าเล่ห์เริ่มตีโพยตีพายอีกครั้ง จนมารดาของจางซวงอวี่ถึงกับมือไม้สั่นกับความหน้าหนาของญาติผู้ใหญ่บ้านลูกสะใภ้
“หากสกุลหวังไม่พอใจ เช่นนั้น....จางซวงอวี่กลับ!!!”
“....” บ้านหวังเงียบกริบเมื่อได้ยินเสียงดังกร้าวของหญิงวัยกลางคนที่มักมีรอยยิ้มแต่งแต้มตามฉบับผู้ดี และมองไปยังครอบครัวจางที่ตอนนี้กำลังฉุดกระชากลากถูบุตรชายกลับบ้าน
“สะใภ้ตระกูลดีอันใดกัน พลีกายให้บุรุษง่ายๆไม่ต่างจากนางโคมเขียว!!!” เสียงบ่นของนางจางดังพอจะทำให้ครอบครัวฝ่ายหญิงเดือดดาลขึ้นมา
“แม่จาง...กล้าดียังไงเปรียบเทียบหร่านชิงกับสตรีพวกนั้น!!!” นางซูหนี่ว์ได้ยินก็พุ่งเข้าไปขวางคนพูด เฉกเช่นเดียวกับยายเฒ่าหวังที่หน้าตาถมึงทึง
“แล้วทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อบุตรสาวบ้านนี้ทำเช่นนั้นจริงๆ” แม่จางพูดเนิบนิ่งแต่คนฟังกลับเดือดปุดๆ
“บุตรชายบ้านจางต่างหากที่ล่อลวงหร่านชิง”
“ฮึก ฮือ ฮือ ฮือ” หวังหร่านชิงร้องไห้ออกมาเสียงดังด้วยความอับอาย ในใจของหญิงสาวตอนนี้โทษลมโทษฟ้าโทษทุกคนรอบตัวที่ทำให้งานที่ควรจะมีแต่คนอิจฉากลายเป็นงานที่ทำให้ตัวเธอถูกคนหัวเราะเยาะ
‘หากหญิงสาวในหมู่บ้านรู้เข้าจะไปสู้หน้าใครได้โดยเฉพาะหลี่เลี่ยงหลิง นางนั่นคงหัวเราะซ้ำเติมทุกวันเป็นแน่’ หญิงสาวที่กำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวสายฟ้าแลบสับสนวุ่นวายในใจ โดยหารู้ไม่ว่าคนที่กำลังกังวลว่าจะเยาะหยันนั้นแฝงตัวอยู่ในงานตั้งแต่เกิดเรื่อง และก็เป็นต้นตอของเรื่องด้วยซ้ำไป
ในระหว่างที่ผู้คนกำลังรุมเร้าอยู่กับคู่ชายหญิงที่ทำผิดธรรมเนียมประเพณี หลี่เลี่ยงหลิงก็หันซ้ายขวาฉวยโอกาสตอนที่สปายคนนั้นเผลอไผลไปกับเหตุการณ์ลอบย่องก้มต่ำซอกแซกจนออกไปทางหลังบ้านสามหวังได้สำเร็จ เท้าเล็กๆเดินลัดเลาะเทือกสวนไร่นาไปจนถึงหน้าหมู่บ้าน
เมื่อถึงที่หมายมือบางก็ยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลจากไรผมมาจนถึงข้างแก้ม แต่ก็รอเพียงไม่นานนักก็มีรถเข้าในตัวเมืองผ่านมาพอดี ร่างบางรีบสาวเท้าขึ้นรถจับจองที่นั่งที่ยังเหลือว่างอีกหลายที่
“เฮ้อ...หลบออกมาได้เสียที”
สปายหนุ่มที่เป็นหนึ่งในผู้ติดตามของหยางจางเหว่ยรู้ตัวอีกทีก็มองหาหญิงสาวที่เจ้านายหนุ่มสั่งให้ติดตามไม่พบเสียแล้ว เขาหันซ้ายขวาแต่ก็ไร้วี่แววสตรีงดงามอย่างหลี่เลี่ยงหลิง
“ตายแน่...นายท่านรองเอาตายแน่”
