ตอนที่ 4: ปฏิวัติวังหลัง และกลยุทธ์กุมหัวใจราษฎร์
หลังจากค่ำคืนที่ความจริงถูกเปิดโปง วังหลวงก็แทบแตกตื่นเมื่อคำสั่งสายฟ้าแลบของชินอ๋องประกาศกวาดล้างตระกูลหลินในข้อหากบฏจนสิ้นซาก ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนตกใจยิ่งกว่า คือการผงาดขึ้นมาของ 'หมิงเยว่ซิน' ที่ได้รับมอบอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารวังหลังทั้งหมด พร้อมกับย้ายเข้ามาอยู่ที่ตำหนักหงส์เหิน ซึ่งงดงามที่สุดในเขตพระราชฐาน
รดาไม่ได้เข้ามาเพื่อเสวยสุขบนกองเงินกองทองเหมือนสนมคนอื่น แต่เธอเริ่มโครงการสังคายนาวังหลังทันที
"เรียกหัวหน้าขันทีและแม่บ้านประจำตำหนักทุกคนมาพบข้าที่ลานกลางวัง!" รดาสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงพลังขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ท่าทางเธอในตอนนี้ดูสง่างามจนนางกำนัลรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
...
ณ ลานกลางวัง
เหล่าข้ารับใช้ที่เคยเมินเฉยและแอบนินทาเยว่ซินต่างพากันก้มหน้าตัวสั่น รดากวาดสายตาคมกริบมองดูคนเหล่านั้นพลางจิบชาอย่างใจเย็น
"ที่ผ่านมาพวกเจ้าจะดูแลที่นี่กันยังไงข้าไม่สน แต่ตั้งแต่วันนี้... กฎของวังหลังคือความโปร่งใส" รดาวางถ้วยชาลงเสียงดัง กึก "ข้าได้ตรวจสอบบัญชีเครื่องใช้และอาหารย้อนหลัง พบว่ามีการลงบัญชีเกินจริงไปถึงสามส่วน เงินเหล่านั้นหายไปไหน?"
ข้าหลวงใหญ่ประจำกรมวังพยายามแย้ง "พระชายาเพคะ แต่นี่เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา..."
"ธรรมเนียมการโกงน่ะเหรอ?" รดาสวนกลับทันควัน "ตั้งแต่วันนี้ ข้าจะเปลี่ยนระบบการเบิกจ่ายใหม่ทั้งหมด ข้าจะทำบัญชีแยกประเภท และมีระบบตรวจสอบซ้ำ ใครที่ซื่อสัตย์ข้ามีรางวัลให้เป็นสองเท่า แต่ใครที่กล้าแตะเงินแม้แต่เหรียญเดียว... ข้าจะส่งไปอยู่เป็นเพื่อนสนมหลินในคุก!"
ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบคนใน แต่รดายังใช้ความรู้เรื่องการตลาดจากโลกเดิมมาสร้างฐานความเลื่อมใสจากชาวบ้าน เธอสั่งให้เปิดตำหนักส่วนหน้าเพื่อตั้งเป็นศาลาโอสถทาน นำงบประมาณที่ประหยัดได้จากการลดความฟุ่มเฟือยของสนมคนอื่นๆ มาจัดซื้อยาและอาหารแจกจ่ายชาวบ้านที่ประสบภัยแล้ง
"พระชายาช่างเป็นพระโพธิสัตว์มาโปรด!" เสียงชาวบ้านตะโกนก้องที่หน้าประตูวัง ข่าวเรื่องความเก่งกาจและความเมตตาของเยว่ซินแพร่กระจายไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง จนชาวบ้านเริ่มมีการพูดกันปากต่อปากว่านี่แหละคือคุณสมบัติของมารดาแห่งแผ่นดินที่แท้จริง
...
ยามเย็น ณ ห้องทรงอักษร
เย่จงเหวิน ยืนมองภาพพระชายาเอกที่กำลังนั่งถกปัญหาเรื่องการจัดสรรที่ดินกับเหล่าเสนาบดีผ่านฉากกั้นไม้ฉลุ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้หญิงจะเข้าใจเรื่องระบบชลประทานและภาษีได้ลึกซึ้งขนาดนี้
"เจ้าทำเกินหน้าที่ไปมากแล้วนะ เยว่ซิน" ชินอ๋องเดินเข้าไปหาเมื่อขุนนางเหล่านั้นถอยออกไป
รดาเงยหน้าขึ้นจากม้วนกระดาษ "เกินหน้าที่งั้นหรือเพคะ? ข้ากำลังช่วยท่านประหยัดงบประมาณกองทัพไปได้มหาศาล และยังได้ใจราษฎรโดยที่ท่านไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อแม้แต่หยดเดียว หรือว่าท่านอ๋องอยากให้ข้ากลับไปเป็นสตรีไร้ค่าที่เอาแต่นั่งรอท่านมาหาที่ตำหนักไปวันๆ?"
เย่จงเหวินมองเข้าไปในดวงตาสดใสที่เปี่ยมไปด้วยความฉลาดของนาง ใจหนึ่งเขาก็ทึ่ง แต่อีกใจหนึ่งเขาก็เริ่มรู้สึกหวงสตรีผู้นี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"เจ้ารู้ตัวไหมว่าตอนนี้ชาวบ้านรักเจ้ามากกว่ารักข้าเสียอีก" เขาพูดพลางเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมของนาง "เจ้าเปลี่ยนไปมาก... จนข้าเกือบจะลืมไปแล้วว่าเยว่ซินคนเก่าเป็นอย่างไร"
รดาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มยั่ว "คนเก่าตายไปนานแล้วเพคะ ที่อยู่ตรงหน้าท่านคือคนใหม่ที่ท่านจะต้องทำความรู้จักให้ดี... ถ้าท่านอยากให้ข้าอยู่ข้างกายท่านตลอดไป"
ทว่าในขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังเริ่มจะผลิบาน ข่าวร้ายก็พุ่งเข้าชน เมื่อราชสำนักฝ่ายในจากเมืองหลวงส่งราชโองการด่วนมาว่า ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องการจัดการวังหลังของเยว่ซิน และทรงมีคำสั่งให้เยว่ซินเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อรับการตรวจสอบฐานแทรกแซงกิจการแผ่นดิน!
"ฮ่องเต้ทรงระแวงในอำนาจของท่าน... และข้าคือเป้าหมายแรกที่จะถูกกำจัด" รดาสรุปสถานการณ์ด้วยแววตาแน่วแน่ "ได้... ในเมื่ออยากเห็นดีกันนัก ข้าจะแสดงให้เห็นว่า การต่อสู้ในสนามการเมืองของดาราระดับหัวแถวน่ะ มันเข้มข้นกว่าที่พวกท่านคิดนัก!"
ตอนถัดไป: รดาต้องเข้าสู่สมรภูมิกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยเขี้ยวลากดิน เธอจะใช้ความสามารถทางการแสดงและไหวพริบสมัยใหม่เอาตัวรอดจากการใส่ร้ายในราชสำนักได้อย่างไร? และชินอ๋องจะปกป้องเธอจนถึงที่สุดหรือไม่!
