บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3: หมากกระดานลวง และกลิ่นอายสงครามกลางวังหลัง

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลายของตำหนักเหมันต์ที่เคยเงียบเหงา แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 'หมิงเยว่ซิน' นั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง มองเงาสะท้อนของสตรีที่งดงามราวกับภาพวาด ทว่าดวงตากลับคมปลาบดุจพยัคฆ์ เธอไม่ได้ขอกำลังทหาร ไม่ได้ร้องขอเครื่องประดับ แต่สิ่งแรกที่เธอสั่งให้ข้ารับใช้หามาให้คือ 'แผนที่ยุทธศาสตร์แคว้น' และ 'บัญชีรายชื่อการเดินเรือเดินสมุทร'

"พระชายาเพคะ... ท่านอ๋องรับสั่งให้ทหารคุมเข้มรอบตำหนัก ท่านจะทำอะไรกันแน่เพคะ?" 'เสี่ยวจู' สาวใช้คนสนิทถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ข้ากำลังจะล้างมลทินให้เจ้าของร่างนี้... และกำลังจะสั่งสอนคนบางคนให้รู้ว่า 'นรก' บนดินมันเป็นยังไง" รดาในร่างเยว่ซินตอบพลางขีดเขียนบางอย่างลงบนกระดาษด้วยท่าทางคล่องแคล่ว

จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ชินอ๋อง เย่จงเหวิน ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาจ้องมองกองเอกสารตรงหน้าพระชายาเอกด้วยความแปลกใจ สตรีที่วันๆ เอาแต่ประทินโฉมและร้องไห้คร่ำครวญ เหตุใดวันนี้จึงสนใจตำราพิชัยสงครามและการค้า?

"เจ้าบอกว่าจะหาหนอนบ่อนไส้... แต่ข้ากลับเห็นเจ้านั่งขีดเขียนรูปวาดไร้สาระ" เย่จงเหวินเอ่ยเสียงหยัน

รดาเงยหน้าขึ้น ยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า "ท่านอ๋อง... สิ่งที่ท่านเห็นไม่ใช่รูปวาด แต่มันคือ 'ผังเส้นทางเงิน' ท่านเคยสงสัยไหมว่าทำไมเสบียงของกองทัพถึงขาดแคลน ทั้งที่ภาษีจากหัวเมืองทิศตะวันออกส่งมาครบตามจำนวน?"

ชินอ๋องขมวดคิ้ว "นั่นเป็นเรื่องของกรมพระคลัง เจ้าเป็นเพียงสตรีในวังหลัง อย่าได้สอดรู้เรื่องราชกิจ!"

"ถ้า 'สตรีในวังหลัง' คนนี้พิสูจน์ได้ว่า คนที่ท่านรักนักหนา... อย่างสนมเอกหลินเหยา และบิดาของนางที่เป็นเสนาบดีกรมคลัง กำลังร่วมมือกันยักยอกเงินหลวงเพื่อซ่องสุมกำลังพลล่ะเพคะ?"

คำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางห้อง เย่จงเหวินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ บีบข้อมือบางไว้แน่น "เจ้ากล้ากล่าวหาขุนนางผู้ใหญ่และสนมรักของข้าเชียวหรือ! มีหลักฐานอะไรมายืนยัน?"

รดาสะบัดมือออกอย่างไม่เกรงกลัว เธอชูแผ่นกระดาษที่มีตัวเลขซับซ้อนขึ้นมา "นี่คือบัญชีลับที่ข้าถอดรหัสจากการใช้จ่ายในวังหลังตลอดสามเดือนที่ผ่านมา สนมหลินเหยามีเครื่องประดับล้ำค่าเกินกว่าเบี้ยหวัดที่นางได้รับถึงสิบเท่า และเงินเหล่านั้นถูกโอนผ่านร้านค้าผ้าในตลาดมืดที่เชื่อมโยงกับสายลับแคว้นศัตรู... ท่านอ๋อง ท่านฉลาดในเชิงรบ แต่ท่านกลับ 'ตาบอด' ในเชิงรัก จนมองไม่เห็นงูเห่าที่ซุกอยู่ในอกตัวเอง!"

"หุบปาก!" เขาตวาด ทว่าในแววตากลับสั่นไหวด้วยความสับสน

"ข้าไม่หุบ!" รดาเดินเข้าไปหาเขาจนอกแกร่งชนกับหน้าผากเธอ "ถ้าท่านอยากรู้ความจริง คืนนี้ยามจื่อ (23.00-01.00 น.) ให้ท่านแอบไปที่ศาลาริมน้ำท้ายวัง ท่านจะได้เห็นกับตาว่า 'แม่ดอกบัวขาว' ของท่าน กำลังส่งแผนผังป้องกันวังหลวงให้ใคร"

...

ยามจื่อ ณ ศาลาริมน้ำ

ลมเย็นพัดผ่านผิวน้ำจนเกิดคลื่นระลอกเล็ก เย่จงเหวินยืนหลบอยู่ในเงามืดของต้นหลิว หัวใจของเขาหนักอึ้ง เขาไม่อยากเชื่อคำพูดของเยว่ซิน แต่ความมั่นใจในดวงตาของนางทำให้เขาต้องมาดูด้วยตาตัวเอง

ไม่นานนัก ร่างอรชรในชุดคลุมสีเข้มก็ปรากฏตัวขึ้น นั่นคือหลินเหยาจริงๆ! นางยื่นห่อผ้าขนาดเล็กให้แก่ชายชุดดำที่ดูเหมือนองครักษ์จากนอกวัง

"นี่คือแผนผังทั้งหมด... บอกท่านพ่อว่ารีบดำเนินการ ชินอ๋องเริ่มสงสัยข้าเพราะนังเยว่ซินแล้ว" เสียงกระซิบของหลินเหยาบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของชายหนุ่มที่ยืนแอบอยู่

"หลินเหยา!"

เสียงทุ้มกึกก้องดังขึ้นพร้อมกับกำลังทหารที่ล้อมศาลาไว้ทุกทิศทาง หลินเหยาสะดุ้งสุดตัว ห่อผ้าหลุดจากมือตกพื้น เผยให้เห็นแผนผังการวางกำลังทหารจริงๆ

"ท่านอ๋อง! หม่อมฉัน... หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ!" นางทรุดตัวลงคุกเข่า ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนทุกครั้ง

"ใส่ร้ายงั้นหรือ?" รดาเดินออกมาจากมุมมืด ท่าทางสง่างามราวนางพญา "หลักฐานคามือขนาดนี้ ยังจะบอกว่าถูกใส่ร้ายอีกเหรอจ๊ะน้องหญิง? ลำบากหน่อยนะ... พอดีข้าไม่ได้โง่เหมือนเยว่ซินคนเดิมที่เจ้าเคยรังแก"

เย่จงเหวินมองสลับระหว่างสตรีสองคน คนหนึ่งคือคนที่เขาเคยไว้ใจแต่กลับทรยศแผ่นดิน อีกคนคือคนที่เขาเคยรังเกียจแต่กลับเป็นคนกอบกู้สถานการณ์ไว้ได้ด้วยมันสมองที่เฉียบแหลม

"คุมตัวสนมหลินเหยาไปขังคุกหลวง! รอการพิจารณาโทษประหารพร้อมกับตระกูลหลินทั้งหมด!" ชินอ๋องสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาด

ก่อนที่ทหารจะลากตัวหลินเหยาออกไป รดาเดินเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของนาง "จำไว้นะ... ในโลกการแสดงน่ะ เขาเรียกบทของเจ้าว่า 'นางร้ายเกรดต่ำ' ส่วนข้าคือ 'ตัวแม่' ที่เจ้าไม่มีวันเอื้อมถึง"

เมื่อความวุ่นวายจบลง เหลือเพียงเย่จงเหวินและเยว่ซินใต้แสงจันทร์ ชายหนุ่มมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความรู้สึกผิดแล่นเข้าจับใจ เขาเดินเข้าไปหานางช้าๆ

"เยว่ซิน... ข้า..."

"อย่าเพิ่งมาซึ้งตอนนี้เพคะท่านอ๋อง" รดายกมือห้ามพลางยิ้มยั่ว "สัญญาที่ให้ไว้ยังจำได้ใช่ไหม? ข้าต้องการให้ท่านประกาศต่อหน้าชาวเมืองว่าข้าคือผู้บริสุทธิ์ และ... ข้าไม่อยากอยู่ตำหนักเหมันต์ที่รกร้างนั่นแล้ว ข้าต้องการอำนาจในการจัดการวังหลังทั้งหมด!"

เย่จงเหวินมองท่าทางถือดีของนางแล้วกลับไม่รู้สึกโกรธ เขากลับรู้สึก 'ทึ่ง' และ 'โหยหา' อย่างประหลาด "ได้... ข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ แม้กระทั่ง... หัวใจของข้าด้วยดีหรือไม่?"

รดาหัวเราะเสียงใส "หัวใจของท่านน่ะ เก็บไว้ก่อนเถอะเพคะ ข้ายังต้องใช้เวลา 'ทดสอบ' อีกนานว่ามันคุ้มค่าที่จะรับไว้หรือเปล่า!"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel