4 เคราะห์ซ้ำ
เจ้านอนเสียหน่อยตอนนี้ยังไม่เช้าเท่าไหร่ไว้ถึงหมู่บ้านไกลริบนั่นแม่จะปลุก“ ต้องเริ่มพูดคุยให้ชินปากตอนนี้ ส่วนฟู่มู่หลงที่แอบร้องไห้จนเพลียยอมนอนหลับแต่โดยดี
ฟู่จิ่งฮวาหาที่จอดเรือไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก เป็นท่าน้ำติดที่จอดเรือสินค้าขนาดใหญ่ และตรงนี้รายล้อมไปด้วยการขนส่งของชาวบ้าน ไม่ลืมที่จะถือมีดอีโต้ไว้ใกล้ตัว ก่อนจะสังเกตุการณ์ดูและเห็นว่ามีคนเรือที่เป็นสตรีออกมาหุงหาอาหาร จึงตัดสินใจขยับเรือเข้าไปใกล้อีกนิด ทั้งที่ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีนัก
”ท่านน้าเจ้าคะ ข้ากับลูกรอนแรมมาไกลขอผูกเรือพักตรงนี้เพียงครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ“ สตรีสองคนมองหน้ากันอย่างชั่งใจ เพราะเกรงว่านางจะเป็นโจร ดูจากสายตาที่ไม่ไว้ใจและมองนางอย่างสำรวจ
”เจ้ามากันกี่คน“ นางเดินไปแง้มผ้าม่านให้ดู ก่อนทั้งคู่จะชะโง่กหน้าเข้ามาดูพบเพียงทารกน้อยและเด็กชายนอนหลับอยู่
”ลูกเจ้ารึ“ นางพยักหน้าพยายามแสดงความบริสุทธิใจ
”ข้าไม่มีอาวุธใดแน่นอนเจ้าค่ะ จะค้นเรือก็ย่อมได้ ตอนนี้ไม่มีของมีค่าใดด้วยเจ้าค่ะ ข้าพึ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วัน พายเรือมาทั้งคืนร่างกายเริ่มไม่ไหวแต่ก็กลัวอันตราย“ ท่าทางที่นางแสดงออกว่าหวาดกลัวจริงๆ ทำบุรุษเฒ่าที่ฟังอยู่นานเดินออกมา
”พวกเจ้ามาจากที่ใดกัน“ นางกุมมือไว้ที่ท้องก่อนจะตอบอย่างระมัดระวัง
”เดิมทีสามีข้ามาทำงานในเมืองหลวง จึงพาข้ากับลูกมาอาศัยอยู่กับญาติ จนข้าตั้งครรภ์ลูกอีกคน สามีข้าถูกเรียกตัวไปจี้โจว แต่เพราะครรภ์ไม่แข็งแรง ข้าจำต้องอยู่ในเมืองหลวงต่อเพื่อรอให้กำเนิดบุตร“ ระหว่างพูดนางไม่หลบตาสักนิด ไม่ว่าจะใช่เรื่องจริงหรือไม่ แต่ความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งนี้ออกมาจากใจจริงๆแน่นอน
”แต่ระหว่างนั้นไม่มีการติดต่อจากสามี ญาติเริ่มต้องการเงินในการตอบแทนค่าที่อยู่ เมื่อไม่มีให้…ข้าจำต้องเอาลูกลงเรือล่องมาตามแม่น้ำเจ้าค่ะ“ นางสูดลมหายใจเข้าปอด นางไร้ที่พึ่งจริงๆ
”ช่างน่าเห็นใจ เราเองก็มีหลานหากเป็นเช่นนี้จะใจดำได้หรือเจ้าคะ“ สตรีอีกคนที่คาดว่าเป็นภรรยาเจ้าของเรือเดินข้ามมาดูเด็กทั้งคู่ ก่อนจะพยักหน้าให้สามีรู้ว่านางไม่มีอาวุธหรือซุกซ่อนคนอยู่จริงๆ
”ผูกเรือไว้กับข้า แล้วเจ้าก็นอนพักเอาแรงเถอะ อีกเดี๋ยวตลาดข้างหน้าก็ตั้งแล้ว เผื่อเจ้าต้องการเสบียง“ นางประสานมือทำความเคารพเหมือนในซีรี่ย์ที่เคยดูมาด้วยท่าทางดีใจ
”แม่นาง…“เสียงเจ้าของเรือใหญ่ที่รับเชือกของนางไปผูกไว้ทำนางหันกลับมามองอีกครั้ง
”หนทางที่จะไปจี้โจวเต็มไปด้วยอันตราย คนจรและโจรป่าไม่ใช่สิ่งที่สตรีตัวเล็กเช่นเจ้าจะต่อกรได้ และที่สำคัญ ตอนนี้จี้โจวปิดประตูเมือง!!“ คำพูดนั้นทำนางหมดแรง ใจนางสั่นจนต้องยกมือขึ้นมากุมเอาไว้
”ปิดเมืองหรือเจ้าคะ!! หากเป็นเช่นนั้นข้า…ควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ“ ความหวังเดียวที่มีมันริบหรี่จนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ยิ่งหันไปมองเด็กน้อยทั้งสองคนยิ่งทุกข์ใจ
”แม้ที่นี่จะอยู่ในเขตเมืองหลวง แต่ก็ถือว่าติดชายแดนพอควร หากเจ้าไร้ที่พึ่งพิงจริงๆ ก็ล่องเรือไปอีกหน่อย หากไม่หยุดพักข้ามคืน น่าจะถึงในอีกราวๆ5วัน ตรงนั้นมีหมู่บ้านไกลปืนเที่ยง ชื่อหมู่บ้านสกุลเหยียน พี่ชายข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่“ ดวงตากลมโตยังสับสนไม่รู้ว่าจะตอบรับดีหรือไม่
”ที่นั่นอาจลำบากหน่อย แต่ว่า…อย่างน้อยก็ไม่ห่างจากจี้โจวนัก ไว้เปิดเมืองเมื่อไหร่เจ้าค่อยเดินทางต่อไปก็ยังไม่สาย“ เสียงสตรีสูงวัยยังสำทับมาอีก
”ข้า…ข้าไม่รู้จะทำเช่นไรเจ้าค่ะ“
”เช่นนั้นก็นอนพักเอาแรงก่อนเถอะ ค่อยคิด พวกข้าจะจอดรับสินค้าอีก1วัน ระหว่างนี้ผูกเรือต่อข้าไว้ก่อนย่อมปลอดภัยกว่า อีก1ชั่วยาม(2ชั่วโมง) คนงานจะเริ่มมาขนของ เจ้าคงพอมีเวลาได้พัก“ นางกล่าวขอบคุณอีกครั้งก่อนจะเข้ามานอน โดยจัดการเด็กๆให้ขยับไปนอนด้านในสุด ส่วนนางนอนตรงทางเข้า เพื่อความปลอดภัย
”เสี่ยงดูอีกครั้งจะเป็นไรไป อย่างน้อยก็ได้รับโอกาสในการมีชีวิตมาแล้วนี่นา“ ร่างที่เหนื่อยอ่อนมาทั้งคืนนอนลงโดยเร็วเพราะคาดว่าหากมีการส่งสินค้า คงจะดังจนนางตื่น ตอนนี้ควรนอนหลับเอาแรงเสียก่อน
