บท
ตั้งค่า

3 เลี้ยงให้ดี

ไม่รู้ว่าพายเรืออกมานานแค่ไหนแล้ว เพราะตอนนี้แม้จะเมื่อยจนสายตัวแทบขาดก็ยังคงต้องพายต่อไป

ใบหน้าที่มอมแมมของฟู่จิ่งฮวาหันมามองเด็กสองคนด้วยแววตาอ่อนแสง พี่ใหญ่ทำหน้าที่นอนกอดน้องน้อยพร้อมห่มผ้าให้หนาแน่น

“จะเลี้ยงยังไงให้เติบโตและไม่อาฆาตแค้นดี” แม้จะรู้ว่าการกระทำแสนป่าเถื่อนที่สกุลฟู่ได้รับมันเกินกว่าจะยอมปล่อยวาง แต่เธออยากให้เด็กๆสองคนนี้เติบโตไปยิ่งใหญ่จนไม่มีใครกล้ารังแก มากกว่าให้ใช้ชีวิตเพื่อเอาคืน และความปราถนาสุดท้ายของมารดาเด็กเอ่ยไว้เพียงให้เลี้ยงชีพตนเองได้ นั่นเท่ากับว่าคนบ้านนั้นจิตใจบริสุทธิ์ทุกคน!!

“ท่านอาขอรับ” นานนับหลายชั่วโมงตามที่เธอคาดคะเน ตอนนี้เส้นขอบฟ้าเริ่มมีสีส้มจางๆ ส่วนเรือไม่ได้หยุดนิ่ง เพราะถือว่าที่นี่อาจจะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยก็ได้จึงยังฝืนไปต่อ

“หิวหรือยัง” เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีจนอุดมสมบูรณ์มีความสูงเพียงสะโพกนางเท่านั้น

“หิวขอรับ” แม้ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีแต่ตอนนี้ฟู่จิ้งฮวามองทุกอย่างได้ชัดเจน จากที่คิดว่าตามตัวเด็กอาจมีเสื้อผ้าเปอะเปื้อนเลือดบ้าง ตามที่นางมองจุดดำๆและกลิ่นคาว ตอนนี้พอได้เห็นเต็มตา ทั้งเสื้อผ้านางและเด็กชายเต็มไปด้วยเลือดจนชุ่ม

“หยิบถ้วยมาตักน้ำล้างหน้าล้างตา เดี๋ยวข้าจะหาที่หยุดเรือสักหน่อย หากชาวบ้านมาเห็นสภาพเราสองคนคงวิ่งไปแจ้งตำรวจก่อน” นางพูดไปตามความคิด แต่เด็กชายยังทำหน้าสงสัย

“ตำรวจคือสิ่งใดขอรับ!!” อ่าาา คงต้องใช้เวลาอีกมากในการปรับตัว

“ก็คนที่มีอำนาจทางกฏหมายละมั้ง ช่างเถอะ ตอนนี้ยังไม่สว่างมาก รีบล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้า” นางเองตั้งใจก้มลงไปตักน้ำในลำธารจึงได้เห็นหน้าสตรีเจ้าของร่างที่ฟู่จิ่งฮวามาอยู่ด้วย มือเล็กรีบกวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตาให้เอี่ยมอ่องก่อนจะพบความจริงที่ว่า…

“เหมือนเหลือเกิน เหมือนขนาดนี้ไม่น่าจะใช่มาแค่วิญญาณละมั้ง” ใบหน้าของสตรีผู้นี้ คือใบหน้าเดียวกับนางในโลกก่อน

“นี่ เจ้าเด็ก ข้ามีชื่อว่าอะไร” แม้จะงงแต่ก็ยังเข้าใจว่าอาหญิงของเขาหัวกระทบกระเทือนของจริง

“จิ่งฮวา ฟู่จิ่งฮวาขอรับ” เหมือนกระทั่งชื่อ!!

“อืม รีบอาบน้ำเถอะ ข้าจะไปดูน้องเจ้าหน่อย” บริเวณนี้ยังเป็นป่า คาดว่าข้างหน้าอาจจะเป็นหมู่บ้าน เพราะจากที่มองไกลๆ มีท่าน้ำยื่นออกมาด้วยจึงต้องจัดการตัวเองตั้งแต่นี้

“เสื้อผ้าชุดเดิม เอามานี่อย่าทิ้งหลักฐาน” ดีที่เรือนี้มีหลังคาจึงอาจจะใช้เป็นที่พำนักได้ ไว้ค่อยหาทางพูดคุยกับชาวบ้านไปอีกที ว่า…เมืองจี้โจวต้องไปอย่างไร!! มือเล็กนำหินข้างตะลิ่งมาผูกกับเสื้อผ้าเพื่อเป็นการถ่วงน้ำหนัก ก่อนจะทิ้งเสื้อผ้าเปื้อนเลือดมัดหินลงแม่น้ำไป ไม่ให้ใครตามเจอ

มือเล็กดึงผ้าม่านเรือลงก่อนจะหยิบผ้าผืนใหญ่มากั้นสายตาเด็กน้อยและใช้ผ้าชุปน้ำเช็ดตัวเองก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อมองดูชุดที่มีนั้นดูดีเกินไป นางจำเป็นต้องหาบางสิ่งมาตัดให้ขาดบ้างเพื่อความกลมกลืน ของเด็กน้อยเองก็เช่นกัน จากนั้นจึงลองยกนมแพะมาชิมพบว่ายังกินได้อยู่อาจจะเพราะอากาศเย็นจัดจึงรักษาความสดไว้ได้

“เจ้าเอานี่ไปนั่งกินก่อน ข้าจัดการเจ้าตัวเล็กหน่อย” นางอุ้มเด็กเล็กขึ้นมา ก่อนจะเทนมใส่จอกเล็กๆและจ่อที่ปากน้อย เด็กน้อยที่แม้จะลืมตาแต่คงยังำม่ค่อยเห็นเท่าไกร่ดูดนมก่อนอย่างหิวกระหาย

“อย่าพึ่งถามหาอนามัยหล่ะ สถานการเช่นนี้ข้าแค่ต้องการให้เจ้าอิ่มท้อง เอาไว้เข้าไปในที่มีโรงหมอเมื่อไหร่จะลองให้หมอตรวจ” เด็กชายส่ายหน้า

“ข้าตรวจน้องได้ขอรับ” นางเลิกคิ้วก่อนจะคิดได้ว่าเด็กตัวแค่นี้บิดาสอนอะไรให้บ้างนะ?

“เช่นนั้นก็ลองดูสิน้องเจ้าเป็นอย่างไร ข้าเองไม่รู้ว่าเด็กเล็กเช่นนี้ต้องตรวจอะไรบ้าง” เด็กชายยังคงส่ายหน้าเพราะเขาเองทำการตรวจไปตั้งแต่เมื่อคืน!!

“น้องหญิงปกติดีขอรับ จับเส้นลมปรานแล้วไหลเวียนดี แต่ท่านแม่คลอดก่อนกำหนด จึงเอาแต่นอน ท่านอาต้องป้อนนมทุก2ยาม อาหารยังกินไม่ได้ ห่อผ้าไว้ตลอดน้องจะหลับสนิท นมแพะนี่ย่อยง่ายน้องกินได้ขอรับ” คำพูดของเด็กน้อยที่เมื่ออาบน้ำแต่งตัวใหม่น่าตาน่าเอ็นดูไม่น้อยทีเดียว ทำนางอมยิ้ม รู้สึกชอบเด็กขึ้นมาบ้างแล้ว…

“เก่งมาก เช่นนั้นบอกข้ามาหน่อยตอนนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว”

“4หนาวขอรับ อีกเพียง3วันข้าจะครบ5หนาว”

“แล้วเจ้าชื่ออะไร น้องเจ้าหล่ะมีชื่อหรือยัง?“

”ข้าชื่อฟู่มู่หลงขอรับ น้องหญิงชื่อฟู่ซินเซีย“ นางพยักหน้าพร้อมยิ้ม

”มู่หลง…ทีนี้เรามาทำความเข้าใจกันใหม่นะ ตอนนี้สถานะของเราไม่เหมือนเดิม การเดินทางนี้อาจจะเจอท่านอาเขยของเจ้าก็ได้ หรือ…อาจจะไม่เจอก็ได้ แต่ข้าจะพาพวกเรารอดแน่นอน หมายถึงว่า…ข้าจะพยายามหน่ะนะ“ มือบอบบางลูกแก้มเด็กน้อยที่เริ่มน้ำตาคลออีกครั้ง

”ตอนนี้บิดามารดาเจ้าไปสบายแล้ว ข้าเชื่อว่าชาวบ้านที่รักสกุลฟู่จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้พวกเขา และสักวันข้าจะพาเจ้าสองพี่น้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง ในวันที่เรามีกำลังมากพอ“

”ท่านอา แล้วตอนนี้มีคนดูแลบิดามารดาข้าและคนในจวนฟู่หรือไม่ขอรับ“ นางพยักหน้าทั้งน้ำตา เด็กน้อยคงหมายถึงเรื่องจัดงานศพ

”แน่นอนว่ามี พ่อเจ้าทำความดีไว้มาก รักษาชาวบ้านฟรีๆใครบ้างจะใจดำทิ้งให้เดียวดายใช่หรือไม่“ ใบหน้ากลมเล็กพยักขึ้นลง

”ต่อจากนี้ จะไม่มีคุณหนูสกุลฟู่ หากใครถามให้บอกว่าเราถูกไล่ออกจากตระกูลจะไปตามหาญาติที่จี้โจว และ…เจ้าสองคนเป็นลูกข้า เข้าใจหรือไม่ เราเดินทางมาจากชายแดน ไม่รู้เรื่องยา รักษาใครไม่ได้เจ้าจำให้ขึ้นใจ ข้าขอเท่านี้หลงเอ๋อร์คนเก่งของอา เจ้าทำได้ใช่ไหม?“ ฟู่มู่หลงพยักหน้าพร้อมยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา

”ขอรับท่านอา ข้าจะไม่เพ่งพายเรื่องตำหรับยาให้ใครฟัง“ นางยกยิ้มก่อนส่ายหัว

”ท่านแม่…ขอรับท่านแม่“ ตอนนี้นางทำได้แค่ดึงเด็กน้อยเข้ามากอดให้ความอบอุ่น ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้แต่แน่นอนว่าจะใช้ชีวิตบนเรือต่อไปไม่ได้ หากออกแม่น้ำใหญ่อาจเจอพายุ หรือบางทีอาจโดนปล้น ต้องรีบออกไปให้ไกลที่สุดและสละเรือ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel