บท
ตั้งค่า

2 ฆ่าล้างตระกูล

เสียงอึกกระทึกที่ดังแววมาทำฟู่จิ่งฮวาขยับตัว ก่อนจะคลานเข่าไปแง้มประตูดู มองศพที่นอนตายพร้อมกลิ่นเลือดคละคลุ้งแล้วได้แต่ถอยมากำมือตัวเองแน่น

“ขะ ข้างนอก ตายเยอะเกินไป อา…ก้าวขาไม่ออกแน่นอน” เธอก็แค่คนธรรมดา ไม่ได้คุ้นชินกับการฆ่าล้างตระกูลแบบนี้ จิตใจต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนก็ต้องยอมรับว่าเธอไปต่อไม่ไหวจริงๆ

“ท่านอา หากอยู่ที่นี่ต่อจนกว่าคนของทางการจะมาเรา…จะรอดตายจริงๆหรือขอรับ” เธอส่ายหัวพัลวัล

“ไม่มีทางแน่นอน เพราะ…นี่มันคือการฆ่าล้างตระกูล” ถึงจะบีบหัวใจเด็กน้อยแต่เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจ เธอไม่รู้จักที่นี่ ไม่เคยเลี้ยงทั้งเด็กอ่อนเด็กโต ไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรต่อไปจริงๆ

“ข้าไม่รู้จะพาเจ้ารอดได้อย่างไร ไม่รู้ว่าจะออกจากที่นี่ยังไงด้วยซ้ำ” ทั้งเธอและเด็กชายน้ำตานองด้วยความกลัวจุกในหัวใจ มือเล็กๆหยิบถุงผ้าที่วางอยู่ด้านหลังออกมา

“หากอาเขยกลับมาทัน เราอาจจะรอดขอรับ” ความหวังริบหรี่ในดวงตาคู่นั้นทำเธอครางในลำคออย่างเห็นใจ

“ทุกคนอยู่ได้ด้วยความหวังสินะ” เด็กชายพยักหน้าก่อนเข้ามาสวมกอดนาง

“ตอนท่านแม่ผลักข้ามาอยู่ในนี้ อาหญิงที่ป่วยด้วยพิษไข้รุนแรงแทบไม่รู้สึกตัว ท่านแม่บอกข้าว่าให้ข้าช่วยภาวนาให้อาหญิงคืนสติ ถึงตอนนั้นอาหญิงจะพาข้ากับน้องไปที่ปลอดภัยขอรับ” เธอหลับตาลงพร้อมกลั้นสะอื้น…เจ้าของร่างนี้ไม่อยู่แล้วต่างหาก ไม่มีใครอยู่ให้เด็กน้องพึ่งพิงแล้วด้วยซ้ำ…

“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าอาเขยของเจ้าอยู่ที่ใด” ในเมื่อต้องหาคนคุ้มครอง ก็ต้องเริ่มดิ้นรนเอาตัวรอด

“ไม่ทราบขอรับรู้เพียงว่าชายแดนแคว้นเป่ย แต่ข้าไม่รู้ว่าแคว้นเป่ยอยู่ที่ใด ตอนท่านอาแต่งงาน อาเขยต้องไปสนามรบไม่ทันได้เข้าพิธี อาหญิงเข้าพิธีคนเดียวก่อนจะล้มป่วยขอรับ” เธอพยักหน้ารับ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็ต้องพาเด็กสองคนนี้ไปที่ปลอดภัยก่อน

”บุตรชายสกุลฟู่ที่ยังหาไม่เจอนี่ น่าจะถูกซ่อนเอาไว้ ไปตามหาเร็ว!! แล้วไปตรวจสอบมาในครรภ์ฟู่ฮูหยินคลอดเด็กออกมาหรือยัง!!“ เธอมองเด็กเล็กในห่อผ้าก่อนจะกุมหัวใจตัวเองเอาไว้แน่น

”แม่เจ้าคลอดน้องตั้งแต่เมื่อไหร่“

”เมื่อวานขอรับ“ เธอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเด็กตัวเท่านี้จึงนิ่งสงบนัก เพราะพึ่งลืมตาดูโลกและอาจจะไม่แข็งแรงอีกด้วย

”ไม่พบขอรับ ไม่มีเด็กในครรภ์ หากอยู่แถวนี้ต้องได้ยินเสียงร้อง เช่นนั้นอาจถูกส่งออกไปนอกจวนแล้วก็เป็นได้ขอรับ!!“

”นายท่านแย่แล้วขอรับมีชาวบ้านไปแจ้งทางการว่าไฟไหม้รีบหนีก่อนเถอะขอรับ!!“

”บ้าจริง!! ทั้งๆที่ลงมือขนาดนี้แล้วแท้ๆ!!“ เสียงฝีเท้าที่วิ่งออกไปไม่ทำให้เธอชะล่าใจ ตั้งใจวางแผนออกจากตรงนี้ให้รอบครอบ

“ออกจากตรงนี้ มีทางไหนที่สามารถหนีออกจากเมืองนี้ได้หรือไม่” เด็กคนนี้ดูท่าจะฉลาดรอบรู้ไม่น้อย คนเป็นพ่อคงถ่ายทอดทุกอย่างให้พอดู ทั้งที่จิตใจอ่อนไหวแต่ไม่งอแงพร้อมทำตามคำสั่งที่บิดาให้ไว้อย่างดี

“ด้านหลังเป็นแม่น้ำหวงโหว มีเรือเล็กอยู่ หากร่องตามลำน้ำ จะไปเจอหมู่บ้านมากมาย แต่ข้าไม่รู้ว่าปลอดภัยหรือไม่” นางพยักหน้า แน่นอนว่าการเอาชีวิตออกจากตรงนี้ก่อนดีที่สุด และเหมือนคนพวกนั้นจะไม่รู้ว่านางอยู่ในที่พวกนี้ด้วย

แอ็ดดดดด ประตูไม้ค่อยๆเปิดออกพร้อมเสียงคนของทางการสั่งให้ตรวจสอบหาคนรอดชีวิต นางดึงถุงผ้าสามใบมาสะพาย พร้อมอุ้มเด็กทารกในห่อผ้าไว้แนบอก

“ถุงอันนี้หนักเกินไป เจ้าถืออันนี้แล้วกัน” ดูท่าว่าคนในจวนแห่งนี้จะเตรียมเสบียงให้ไม่น้อยนางและเด็กชายได้กลิ่นอาหารโชยออกมาจนท้องร้อง

“จิ่งจิ้ง…” เสียงแหบแห้งที่เรียกเหมือนกระซิบทำนางตัวสั่น มองดูศพนับสิบที่นอนตายอย่างน่าสยดสยองแล้วน้ำตาปริ่มจะไหล แข้งขาเตรียมจะอ่อนแรงพร้อมฟุบลงไปได้ทุกเมื่อ!!

“นั่นท่านแม่ขอรับ!!” เด็กชายวิ่งออกไปตรงพุ่มไม้จนนางไม่ทันได้จับเอาไว้

“ท่านแม่…” สตรีที่ร่างโชกไปด้วยเลือดทำฟู่จิ่งฮวาแทบเป็นลม

“ข้าจะไปตามคนของทางการมาช่วย” ไหนๆก็ไหนๆแล้วหากผู้หญิงคนนี้รอด นั่นเท่ากับว่าเด็กจะมีแม่ แต่ในขณะที่กำลังจะลุกขึ้นสตรีผู้นั้นยื่นมือมากุมมือนางไว้พร้อมส่ายหน้า

“ไม่หรอก ในจวนนี้มีหนอน เจ้าไปที่แคว้นจี้โจว ไปที่นั่น ที่นั่นจะปลอดภัย เก็บรักษาตำราให้ดี ถึงเวลามันจะหล่อเลี้ยงบุตรของข้าได้ จิ่งจิ้ง ข้าฝาก…ลูกข้าด้วย ฮึก!!”

“ท่านแม่…ฮึก!!” เด็กอย่างไรก็ยังเป็นเด็กตอนนี้นางร้องไห้มองเด็กชายตัวน้อยที่กอดมารดาเอาไว้แน่นด้ววความเจ็บปวดเหลือแสน

“ข้า…ข้าจะดูแลเด็กสองคนนี้ให้ดี…ให้ดีที่สุด อย่าได้ห่วงอะไร”กำไลทองและสร้อยทองรวมถึงถุงเงินถูกดันใส่มือนาง

“รีบไป คนที่เมืองนี้ไว้ใจไม่ได้สักคน! สกุลฟู่ของเราถูกตั้งค่าหัว พวกเจ้าต้องมีชีวิตรอด!! อึก!!”

“หลงเอ๋อร์เจ้าเป็นเด็กฉลาด ตอนนี้สกุลฟู่เหลือเพียงเจ้าที่เป็นบุรุษ เจ้าต้องเข้มแข็ง แม่จะมองดูเจ้าอยู่ไม่ไกล ไปซะ!!” เด็กน้อยถูกดันออกมาจากอ้อมอก ก่อนที่ฟู่จิ่งฮวาจะเห็นคบไฟไกลๆจึงต้องรีบวิ่งไปด้านหลัง สายตาของคนเป็นแม่มองไกลสุดตา ผู้คนมากมายกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ นางไม่มีเวลาได้อาวรณ์รีบจูงเด็กน้อยหายไปในความมืด

“เจ้ารับน้องไป อาจะปลดเชือก” ใช้เวลาวิ่งฝ่าความมืดมาสักพัก โดยมีเด็กชายนำทาง ทันทีที่ขึ้นมาบนเรือนางดันทุกอย่างไว้ด้านบนด้วยความไว ก่อนจะส่งเด็กน้อยทั้งคู่ขึ้นไปท่ามกลางความมืดมิด สายตาหวานหันกลับไปมองจวนหลังใหญ่อีกครั้ง ความใหญ่โตนี้นางรู้ดีว่ามันแสดงถึงความมั่งคั่ง แล้วเหตุใดคนที่ชีวิตดีมีเงินทองมากมายต้องมาตายเพราะคนชั่วกัน!!

“ท่านอา เร็วเข้าขอรับ” เด็กน้อยรีบดึงอาของเขาขึ้นไปบนเรือก่อนจะช่วยกันพายออกไปเงียบๆตามลำน้ำที่มีหมองคุ้งรอบพ้นน้ำ อากาศหนาวเย็นทำเด็กทั้งคู่กอดกันกลม

“นอนเถอะ ข้าจะพายเรือต่อไปเอง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel