1 ฟู่จิ่งฮวา
เพราะความจนมันน่ากลัว จากเด็กสาวที่มาจากต่างเมืองเมื่อเรียนจบและได้เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ ชีวิตนี้ทั้งชีวิตเธอพลีกายให้งานมากว่านับ10ปี ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังเสียย่าผู้ชุปเลี้ยงไปก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล พี่ชายที่คลานตามกันมาแต่งงานได้ดีจนไม่ต้องห่วงหา
ตอนนี้เธอมีทั้งบ้านหลังใหญ่ รถไฟฟ้าราคาแพงและเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นทุกปีเท่านี้ก็สุขเกินกว่าจะอธิบายให้ใครฟัง เธอคิดเพียงเท่านั้นจริงๆจนกระทั่ง
…วันที่เธอล้มหมดสติกลางห้องประชุม ร่างผอมบางถูกพาส่งโรงพยาบาล สติที่มีน้อยนิดพยายามฝืนลืมตาแต่มันชั่งยากเหลือเกิน…เงินมากมายที่ยังไม่ได้ใช้ พัสดุที่ยังไม่ได้แกะ อาหารราคาแพงที่เธอสต๊อกไว้เต็มตู้ เสื้อแบรนด์เนมที่แย่งชิงมาอย่างยากลำบาก สมบัติมากมากที่อยู่ในตู้เซฟ เธอ…ไม่ทันได้อยู่ใช้ก็ต้องตายเพราะโหมทำงานขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกัน!! … ชีวิตจริงๆแล้วเธอมีแค่นี้หรือ เกิด เรียน ทำงาน มีเงิน และตายไปในที่สุด !!
อดสูใจจริงๆ…
จึก จึก
“ตายแล้วนี่นา ใครมาก่อกวนอยู่ได้” คิ้วเรียวที่ลากยาวดั่งคันสรขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
“ท่านอา ท่านอาหญิงขอรับ” เสียงกระซิบกระทราบยิ่งทำเธอหงุดหงิด
”ถ้าตายแล้วต้องได้เจอเด็กหรือไงกัน หรือเทวดาไม่รู้ว่าฉันไม่ชอบเด็ก!!” เสียงหวานพึมพำ แต่มีมือน้อยๆเขย่าเบาๆ
“ตื่นก่อนเถิดขอรับ” จนสุดท้ายเธอทนแรงเขย่าที่แขนเสื้อไม่ไหว ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นอับที่ชวนปวดหัว ดวงตากลมโตหรี่ลงพร้อมปรับจุดโฟกัสในความมืดให้คุ้นชิน
“เด็กอ้วนตัวกลมนี่มันอะไรกัน ทำไมถึง…” แม้จะมึนงงแค่ไหน แต่เสียงดาบกระทบกันอยู่ข้างนอกก็ยิ่งชวนให้สงสัย จนไม่รู้จะทำอะไรก่อนดีจึงได้แต่นั่งนิ่ง
“อาหญิง น้องหิวนมแล้วขอรับ” ทารกที่อยู่ในห่อผ้าทำปากดูดจุบจับแต่ไม่ได้เปล่งเสียงร้อง คล้ายนอนละเมอมากกว่า หญิงสาวที่มึนงงเพราะเพิ่งตื่นจากความตายจู่ๆก็ได้มาอยู่ในที่คับแคบจนแทบหายใจไม่ออกเช่นนี้…ทำคนที่ตกใจกลัวกำลังจะผลักบานประตูออกไปแต่เด็กชายตัวน้อยที่ร่างกายเปอะเปื้อนไปด้วย…คราบเลือด!! ทำเธอแทบอ้วกแต่ยกมือขึ้นมาปิดปากได้ทัน!! เด็กน้อยคนนั้นเอามือเล็กๆมาขว้ามือเธอเอาไว้เสียก่อน
“ท่านพ่อสั่งห้ามพวกเราออกไปจนกว่าเสียงดังด้านนอกจะเงียบขอรับ” เสียงดาบกระทบกันยิ่งทำให้เธอตัวสั่น
“นะนี่มัน เรื่องอะไรกัน ฉันอยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดแบบนี้ได้ยังไง!! แล้วเสียงข้างนอกคืออะไร ผู้คนโอดโอยนั่นไม่ใช่ว่าบาดเจ็บสาหัสงั้นหรือ ฉัน ฉันจะทำยังไงดี!!“
ไม่รู้ว่าอยู่ในนี้นานแค่ไหน อาจจะนานจนกระทั่งเธอเผลหลับไปพร้อมเด็กคนนั้น!! เด็กผู้ชายที่พยายามบอกว่าอย่าขยับตัวเยอะ อย่าให้ใครจับได้ พร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอตลอด แถมยังพูดปลอบใจตัวเองว่าเป็นบุรุษไม่ควรร้องไห้!! เธอที่อดจะสงสารไม่ไหวเอื้อมมือไปลูบหัวเงียบๆจนพากันหลับไปในที่สุด
รู้ตัวอีกทีเด็กน้อยในห่อผ้าเริ่มดิ้นรน
“แอ๊ะ แอ๊” ความเผลอตกใจกลัวใครมาตามฆ่าตามที่เด็กชายบอกเธอรีบอุ้มขึ้นมาแนบอก
“ชู่ว์ หนูน้อยเธอร้องแบบนี้คนพวกนั้นจะแห่มาฆ่าพวกเราได้นะ เงียบหน่อยๆ” เหมือนฟังรู้เรื่องจากที่เบะปากเตรียมจะร้องเด็กทารกตัวน้อยเงียบกริบคล้ายคุ้นชินกับเสียงนี้
“อาหญิง นมนี้เป็นนมแพะที่ท่านแม่ข้าเตรียมเอาไว้ น้องน่าจะกินได้ขอรับ” เธอรับขวดนมที่ยังเย็นอยู่มาดู ก่อนจะมองหน้าเด็กที่นอนมองตาเธอในห่อผ้า
“ฉัน ฉันป้อนไม่เป็น” ไม่รู้ว่านี่ยุคไหน แม้ภาษาโบราณที่เด็กน้อยพูดจะพอรู้มาบ้างจากการดูหนัง หรือซีรี่ย์แต่…มันเกินจะคาดเดาเกินไปหรือไม่ก็ยังไม่กล้าคิด
“ข้าเคยทำ ข้าทำให้ขอรับ” เธอพยักหน้า ในห้องเก่านี้มีแสงรอดออกมานิดหน่อย เด็กน้อยส่องตาออกไปก่อนจะเอ่ยบอก
“ทางนั้นมีไฟไหม้ขอรับ” เธอรีบขยับไปดูบ้างพบว่าเหมือนตรงนั่นจะเป็นที่เก็บข้าวหรือที่เรียกว่ายุ้งฉาง
“ตอนนี้น้องยังไม่ร้อง พี่ว่า…เอ่อ…อาว่า อาคงหัวกระทบกระเทือน เจ้า…เล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าให้ฟังหน่อยสิ” คนที่จับต้นชนปลายยังไม่ถูกเรียบเรียงคำพูดผิดๆถูกๆ แต่เด็กน้อยก็ฉลาดเขาเข้าใจอะไรง่ายเหลือเกิน
“เดิมทีบ้านเราเป็นหอโอสถ ท่านอาจำได้หรือไม่” ใบหน้าเล็กส่ายไปมา
“ไม่มีความทรงจำอะไรทั้งนั้น” เด็กชายเงียบไปครู่นึงก่อนขยับเข้ามาใกล้เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้านับสิบ
“ใบปรุงยานั้นต้องหาให้เจอ!! ค้นตามศพแล้วไม่มีที่ตัวใครเลย ไปเร็ว!! หากหาเจอแล้วเราจะได้จุดไฟเผาที่นี่สะ!!” ไม่ใช่แค่เด็กน้อยที่ตัวสั่นเธอเองก็เช่นกัน ก่อนจะมองคนในห่อผ้า พบว่าหลับไปเรียบร้อยแล้วก็โล่งใจ
“ใบปรุงยานี้เป็นยาวิเศษที่ได้มาจากนักพรตผู้เฒ่าที่เทือกเขามู่หลงขอรับ บิดาข้าได้รับมอบมา และนำมาช่วยชาวบ้านที่ทุกข์ยากฟรีๆ ยาวิเศษนี้ถูกเล่ากันปากต่อปาก จนกระทั่ง…คนพวกนั้นอยากได้ไปครอบครองเอง เพื่อทำการค้า แต่บิดาข้าไม่ยอมเพราะนักพรตให้มารักษาคนฟรีๆ แรกกับสมุนไพรหายากในตำรา พร้อมกับบอกทางที่มีสมุนไพรขอรับ” เธอพยักหน้าเข้าใจ
“แล้ว…รู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนทำ” เด็กน้อยพยักหน้า
“คนจากหวงอันโหลว หอโอสถหน้าเลือดขอรับ!!” เสียงกระซิบที่ระวังตัวเองเป็นอย่างดีทำเธอรีบกอดปลอบ
“ข้างนอก…อาจจะไม่มีคนรอด รู้หรือไม่ อาเองก็จำอะไรไม่ได้มาก อาจจะ…พาเราสามคนหนีไม่พ้น ถ้าเป็นแบบนั้น…เรามอบหนังสือให้พวกมันดีไหม” เธอเห็นว่าเด็กชายลูบอกตัวเองบ่อยๆหนังสือตำรายาวิเศษคงอยู่ในนั่น
“ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ คนสกุลฟู่ของเราก็ต้องตายอยู่ดีขอรับ! ท่านพ่อบอกว่าต่อไปข้าจะเป็นผู้สืบทอด รักษามันเอาไว้เท่าชีวิต อาหญิง…อย่าได้…ยอมแพ้นะขอรับ!!” เธออยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ได้ยอมแพ้ และนี่มันชีวิตคนทั้งสามชีวิต แต่พอมองใบหน้าเล็กที่น้ำตาอาบหน้าเธอก็จนใจ
“อย่างนั้น รอให้พวกนั้นไปก่อน อาจะพาเจ้ากับน้องออกไปเอง!!”
