ไม่ปลอดภัย
เสบียงที่มีในถุงย่ามถืิอว่าช่วยได้มาก เพราะนางไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงเด็กๆ แต่อาจจะต้องซื้อของติดมือกลับมาบ้างหากต้องการไปต่อได้ไกลกว่านี้
“อ่าว ตื่นแล้วหรือเจ้าสนใจจะไปซื้อเสบียงหรือไม่พวกเราจะไปเดินตลาดเสียหน่อย” บุตรสาวเจ้าของเรือสินค้าที่อุ้มลูกน้อยวัยแบบเบาะแนบอกอยู่ถามนาง
“พอดีข้ามีเสบียงที่ขนมาบ้างแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงอยากมาสอบถามว่า…เอ่อ”นางมองกลับไปยังเรือของตนเองและมองเด็กตัวน้อยในอ้อมกอดผู้เป็นแม่ด้านหน้าอย่างชั่งใจ
“เจ้าอยากรู้วิธีดูแลบุตรหรือ” ภรรยาเจ้าของเรือเห็นท่าทางอ้ำอึ้งของนางก็ถามขึ้น ใบหน้าซีดเซียวพยักหน้าลง
“ก่อนหน้านี้ตอนบุตรชายคนโตข้าคลอดมีคนช่วยเลี้ยง แต่ยามนี้ไร้คนในบ้านช่วยเหลือจริงๆเจ้าค่ะ” สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างเข้าใจก่อนจะจะจับมือนาง
“ไปเถอะ หาโจ๊กกินสักถ้วยแล้วไปคุยกัน” แม้จะเกรงกลัวว่าต้องเจอใครสักคนที่จดจำนางและฟู่มู่หลงได้ แต่อีกใจก็คิดว่าผูกมิตรไว้ย่อมดี นางกลับเข้ามาในเรือ ก่อนมองหาถ่านในมิติ นำมันมาทาแก้มของมู่หลง
“พันหัวไว้เช่นนี้ หากจำหน้าใครได้ก็อย่าเผลอไปสบตาเข้าใจหรือไม่ แม่จะพาเจ้าไปหาเสบียง” เด็กชายแสนว่าง่ายพยักหน้าด้วยความเต็มใจจากนั้นนางจึงอุ้มบุตรสาวที่ผ้าห่อตัวเป็นก้อนๆจนสองแม่ลูกเจ้าของเรือใหญ่นึกเอ็นดู ทั้งคู่จับเด็กน้อยในห่อผ้าให้นอนลง ก่อนจะจัดการห่อตัวให้ใหม่
“ยามอาบน้ำอย่าใช้น้ำเย็นนะ ที่สำคัญตอนนี้คอยังไม่แข็งเวลาอุ้มต้องประคองคอให้ดี ห่อตัวไว้เช่นนี้หลับสนิทกว่า” เมื่อสาธิตให้ดูแล้วก็เริ่มทำการสอนไปอีกขั้น
“จับนอนท่านี้ จากนั้นหยิบชายผ้ามาทบเข้าหากัน และเหน็บเอาไว้ ส่วนปลายเท้า มัดไว้หน้าจะดีกันลมเข้ามา ทำเลือดลมไม่สมดุล” ความใจดีทำนางซึ้งใจ ก่อนทั้งหมดจะเดินเท้าเข้าไปในตลาดของหมู่บ้านกวนโหว
“ท่านแม่จะซื้อชุดคลุมหรือขอรับ“ นางพยักหน้า ก่อนบอกสองแม่ลูกที่พามาเดินตลาดว่าขอดูชุดให้บุตรขายสัดเดี๋ยวเดียวจะตามไป สายตาจดจ้องที่ร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปจนคนขายออกมาทักทาย
“แม่นางเจ้าสนใจผ้าพวกนี้หรือ” ฟู่จิ่นฮวาพยักหน้ามองดูฟู่มู่หลงพร้อมชั่งใจ
“มีชุดคลุมเด็กตัวเท่านี้หรือไม่เจ้าคะ” ใบหน้าที่เปอะเปื้อนของบุตรชายทำทุกคนเอ็นดูไม่มีท่าทีรังเกียจสักนิด
“มีๆ มีหลายแบบเจ้าอยากจับเนื้อผ้าดูก่อนไหม” นางพยักหน้าก่อนจะมองชุดคลุมตัวใหญ่ขึ้นมานิดนึง
“ชุดคลุมนั่นราคาเท่าไหร่กัน”
“ตัวนั้นใหญ่เกินไปหากเที่ยบกับตัวบุตรชายเจ้า” นางพยักหน้ายิ้มก่อนจะมองแม่ค้า
“ซื้อทีเดียวอาจจะอยากได้ตัวใหญ่หน่อย ข้าต้องประหยัดเงินเอาไว้ อยากให้เขาได้ใส่นานๆเจ้าค่ะ” เมื่อบอกจุดประสงค์นี้แม่ค้าก็เข้าใจเดินไปหยิบมาลองสวมนางคิดว่าเหมาะทีเดียวซ้ำยังใส่ได้อีกราวๆ1-2ปีด้วย เผื่ออากาศที่ฝั่งเหนือหนาวจะได้ไม่เป็นกังวล
“รับตัวเดียวข้าคิด1ตำลัง หากรับชุดผู้ใหญ่เพิ่มเดิมทีชุดละ2ตำลึง ข้าคิดให้เพียง1ตำลึงกับอีก200อีแปะ” นางยกมือขึ้นประสานขอบคุณ
“รับเพียงของบุตรชายข้าก่อนเจ้าค่ะ ไว้มีโอกาสข้าจะกลับมาซื้อเพิ่ม” แม่ค้าใจดีหยิบใส่ห่อกระดาษให้เรียบร้อย นางนับแผ่นเงินจากที่มารดาฟู่มู่หลงมอบให้ไว้ทั้งให้กับมือนางและอยู่ในย่าม ก่อนออกมานางแยกออกมาสำหรับซื้อของเพียง5ตำลึง ก่อนจะยื่นให้คนขาย ดีที่ก่อนออกมา เด็กชายกระซิบบอกมูลค่าของแผ่นเงิน นางจึงไม่ต้องคำนวณใหม่
”เหตุใดท่านแม่จึงไม่เอาเสื้อคลุมหรือขอรับ“ ฟู่มู่หลงยังไม่เข้าใจอากาศหนาวเพียงนี้อาหญิงของเขามีเพียงชุด1ชุดและผ้าคลุมผืนบางคุมเท่านั้น ส่วนเขาที่สวมชุดถึงสามชุดยังบรรเทาความหนาวไม่ได้ด้วยซ้ำ!!
”แม่ไม่เป็นไร แต่เจ้ายังเล็กนักหากป่วยไปจะลำบาก ไปเถอะหาซื้อเสบียงกัน“
ทั้งสามคนเดินตามหาฮูหยินเจ้าของเรือก่อนพบที่ร้านผัก
“น้ำขิงนี้มีประโยชน์ช่วยให้บำรุงร่างกายหลังคลอดทั้งยังเพิ่มความอบอุ่น นำไปฝานบางๆพร้อมต้มดื่มมีประโยชน์ไม่น้อย” นางได้ยินเช่นนั่นจึงเดินเข้าไปเลือกผัก ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรแก้หวัด แก้หนาวที่ฟู่มู่หลงช่วยชี้
“เจ้ามีประโยชน์จังนะ” นางกระซิบบอกเด็กน้อยที่เงยหน้ามาส่งยิ้มตาหยี
“แน่นอนขอรับ เรื่องนี้ข้ารู้ดีเพราะท่านพ่อ…” มือบางรีบปิดปากหนูน้อยทันที พร้อมส่งยิ้มให้ทุกคน หากคนอื่นๆมองๆดูคล้ายนางไม่อยากให้บุตรชายกล่าวถึงบิดา แต่จริงๆแล้วนางกลัวบางคำจะเพร่งพรายออกไปต่างหาก
“คงคิดถึงพ่อเจ้ามากสินะ ยายขอให้เจ้าเจอพ่อเจ้าไวๆ แม่เจ้าต้องเหนื่อยมากจริงๆ นางจะเคืองใจก็คงไม่แปลกนัก” นางหันไปยิ้มแหยให้ฮูหยินเจ้าของเรือก่อนสบตาเด็กน้อยที่ดวงตาไหววูบ
“เจ้าเก่งมากแล้ว ไปเถอะ อยากกินขนมอะไร ถังหูลู่หรือไม่ หรือขนมน้ำตาล” สุดท้ายนางบอกคนที่มาด้วยว่าจะขอแยกตัวไปซื้อของและกลับเรือก่อนเพราะถึงเวลากินนมของเด็กน้อยแล้ว
นางเลือกซาลาเปาใส้เนื้อ สำหรับอาหารเย็น พร้อมโจ๊ก และอาการสดนิดหน่อยตั้งใจว่าจะค่อยๆสะสมไปใส่ไว้ในมิติ ทั้งยังได้ขนมให้ฟู่มู่หลงจำนวนไม่น้อย
“ท่านแม่” แรงกระตุกทีี่ชายเสื้อตอนนางกำลังหยิบถุงหมูและเนื้อหลังจ่ายตัง ทำนางหันไปเลิกคิ้วถามเด็กที่ขยับมาหลบด้านหลังอย่างหวาดกลัว นางเลือกจะไม่มองไปทางนั้นแต่ถามบุตรชายแทน
“ใคร?” นางรับรู้ถึงความไม่ปกติจากการกำแขนนางแน่นทันที
“คนจากหอโอสถหวงอันโหลวขอรับ!!“
