บท
ตั้งค่า

เอาตัวรอด

จบคำพูดนั้นนางถึงจับยืดตัวตรง ดึงฟู่มูหลงมายืนแนบข้าง ก่อนจะกลั้นหายใจ มองทางหนีเอาไว้และภาวนาว่าให้คนพวกนั้นผ่านไปโดยเร็ว ชื่อหอโอสถหวงอันโหลวคล้ายเป็นคำต้องห้าม ตั้งแต่ที่รู้ว่าใครฆ่าสกุลฟู่!!

“เด็กน้อย เจ้าเดินไปที่ร้านเครื่องประดับก่อนแม่จะบังให้เจ้าเอง” นางพยักหน้าเมื่อมองไปยังเหล่าสตรีที่กำลังรายล้อมซื้อของในร้านเครื่องประดับราคาถูก เด็กชายมองมารดาในนามอย่างชั่งใจ

“รออยู่ในที่คนเยอะๆ ไม่มีทางที่ใครจะสังเกตุ…ไปเถอะ” นางปลอบใจตัวเองว่าคนพวกนั้นเพียงมาเดินตลาด แต่การที่ฟู่มู่หลงจำหน้าคนพวกนั้นได้ ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจว่าเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ

มือที่อุ้มบุตรสาวตัวน้อยอยู่กระชับกอดแน่น สายตาคอยมองไปยังเด็กชายที่รู้หลบหลีกตามซอกร้านอย่างเบาใจ จนกระทั่งเขาเข้าไปยืนที่คนแออัดได้ จากนั้นนางจึงค่อยๆเดินไปด้านข้างที่ขายเตาดินเผา และกาน้ำร้อน

“ข้ารับเตาและกาน้ำชานี้หนึ่งชุดเจ้าค่ะ” นางอาศัยบุรุษตัวใหญ่หลบไปทางซ้ายเรื่อยๆจนกระทั่งได้ของครบ นางก้มหน้าลงหยิบของ ในยามที่คนหอโอสถเดินผ่านคล้ายกับว่ายุ่งกับการจัดของเหลือเกิน

“ห้ามมอง ห้ามสบตาเด็ดขาด!” นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนเหลือบมองเพียงหางตาว่าผ่านไปหรือยัง

“เห้ออออ” เมื่อเดินพ้นไปแล้วนางถอนหายใจพร้อมกอดเด็กทารกในอ้อมกอดแน่น เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจ เมื่อหันซ้ายแลขาวเห็นว่าบุรุษสองคนนั้นจะสนใจจึงรีบจ้ำเท้าไปหาฟู่มู่หลง

“รีบไปที่เรือ” เด็กชายรีบเดินลัดเลาะริมตลิ่งกลับมาด้วยความเร็ว ทุกย่างก้าวรู้สึกใจแทบขาดก็วันนี้

สองเท้าของนางจ้ำอ่าวสุดชีวิต ไม่อยากวิ่งให้เป็นที่สั่งเกตุเท่าไหร่นัก แต่ใจก็อดกลัวไม่ได้จริงๆ

“เดี๋ยวก่อน!!” เสียงคนที่เรียกเอาไว้ทำเท้านางหยุดกึก ลมหายใจขาดห้วงจนแทบหยึดหายใจไปเลย ก่อนจะพยักหน้าให้ฟู่มู่หลงเดินไปก่อน เด็กชายเบะปากพร้อมจะร้องไห้แต่นางรีบโบกมือ

“ไปรอแม่ที่เรือ!“ จากนั้นนางจึงขยับตัวบังพร้อมกลั้นใจหันกลับมา พบเพียงบุรุษตัวใหญ่ที่ยืนถือกระดาษห่อชุดคลุมของบุตรชายนางเอาไว้พร้อมท่าทางหอบเหนื่อย…เขาเกือบวิ่งตามนางไม่ทัน!!

”สิ่งนี้ใช่ของเจ้าหรือไม่“ นางพยักหน้าและเอ่ยขอบคุณเมื่อเห็นว่าไม่ใช่คนของหวงอันโหลวก็หายใจคล่องขึ้น ก่อนจะยื่นมือไปรับสิ่งของ ทั้งที่มืออีกข้างกอดบุตรสาวไว้ในอ้อมอก

”ดีที่ข้าเห็นเสื้อนี้ล่วงอยู่ตอนเจ้าเก็บของคงราคาแพงพอดู“

“เสื้อบุตรชายข้าเจ้าค่ะ อากาศเย็นจนต้องเจียดเงินอันน้อยนิดไปซื้อให้ก่อน ขอบคุณพี่ชายมากหากหายไปข้าคงเสียใจแย่” เธอยังไม่ทันได้เก็บของเข้าตระกร้าสะภายหลัง เด็กน้อยในห่อผ้าก็เริ่มงอแงขึ้นมาจนนางหน้าตาตื่น

”ลูกเจ้าคงหิวนมแล้ว…ไปเถอะ เป็นสตรีมากับเด็กลำพังอย่าอยู่มืดนัก“ นางนึกขอบคุณที่เขาไม่แสดงตัวคุกคามก่อนจะก้มหัวให้

”ขอบคุณพี่ชาย คราแรกข้านึกกลัวท่านจึงให้ลูกไปก่อน“ นางสารภาพตรงๆ เกรงว่าเย่อหยิ่งไปจะมีภัยมาถคงตัว

”สบายใจเถอะ ข้าเป็นลูกชายร้านขายเนื้อ ไม่มีเจตนาเช่นนั้น“ นางขอบคุณเขาอีกครั้งเพราะฟู่ซินเซียเริ่มร้องมากขึ้น ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวกลับเรือ เมื่อถึงเรือของตัวเองนางรีบวางเด็กน้อยลง

”ไม่เคยงอแงเช่นนี้ เหตุใดจึงร้องหรือ ยังไม่ถึงเวลากินนมนี่นา“ ทันทีที่นางถึงเรือเด็กน้อยก็เงียบเสียงลง คล้ายคนปิดกล่องเสียง ก่อนที่นางจะได้ยินบางอย่างและฟู่มู่หลงที่กอดเข่าอยู่ด้านในขยับเข้ามาหานางจึงส่องตาดู พบว่าเปิดบุรุษสองคนไม่น่าไว้ใจ สวมชุดเหมือนคนชั่วนั่นจึงเรียกฟู่มู่หลงมาดู เด็กชายหันมาพยักหน้าทันที

”หากถูกส่งออกจากเมืองหลวงในเวลาแค่คืนเดียวใครจะพาเจ้าเด็กนั่นไปได้ไกลกัน เด็กตัวแค่นั้นหากหิวก็ต้องแวะที่นี่ที่แรก“

“พี่หยาง เด็กนั่นเป็นเพียงบุตรชายแม่บ้าน เหตุใดหมอหวงจึงอยากได้ตัวนัก!!” พวกมันเดินคุยกันเข้ามาเหมือนไม่รีบร้อน เดินเปิดเรือน้อยใหญ่ที่จอดเที่ยบท่าไปเรื่อยๆ ตอนนี้ใจของนางเต้นจนแทบทะลุออกจากอก

“วางใจได้หรือ ศพของหมอฟู่และฟู่ฮูหยินยังพอจำได้ แต่เด็กอีกคนแม้จะสวมเสื้อผ้าเหมือนบุตรชายหมอฟู่ก็ใช่ว่าเราจะเคยเห็นหน้านี่!!! เมื่อมีคนยืนยันว่าในจวนมีเด็กชาย2คน บุตรชายหมอฟู่1คน บุตรขายแม่บ้านเจา1คน เช่นนั้นตำราเล่มนั้นอาจจะอยู่กับเด็กนั่นก็เป็นได้!“

”ข้าอยากรู้นัก ใครเป็นคนช่วยเจ้าเด็กคนนั้น ถึงหายไร้ร่องรอยเช่นนี้!!” เสียงบ่นไม่เบานักทำนางและฟู่มู่หลงแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ มองดูซินเซียพบว่านอนนิ่งไม่ส่งเสียง ยกนิ้วขึ้นมาดูอย่างว่าง่ายนางจึงบอกให้ฟู่มู่หลงขยับเข้าด้านในสุดและกอดน้องสาวเอาไว้ ก่อนจะแอบนำผ้าออกมาจากมิติ จากนั้นทำการขึงทั้ง4ด้านด้วยความไวและถอยลงมากอดเด็กทั้งคู่อย่างอดทน

“เราจะผ่านพ้น ผ่านพ้นแน่นอน” ความสั่นของฟู่มู่หลงทำนางปวดใจ ต้องกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น และเป็นจริงดังคาด!! คนพวกสำรวจเรือเข้ามาใกล้นางขึ้นทุกที นางที่นั่งอยู่แทบกลั้นหายใจ

ตุบ เท้าหนาเหยียบลงบนกาบเรือตอนนี้นางกำมือตัวเองแน่น เหงื่อไคลเกาะพราวเต็มใบหน้า มือไม้สั่นจับกันอย่างหวาดกลัว

“เจ้าเป็นใคร!” เจ้าของเรือและลูกน้องวิ่งมาเอาดาบจ่อพวกเขาไว้ก่อนจะถามเสียงเย็น แต่ลูกน้องอีกคนที่ตัวใหญ่กว่าถือมีดดาบเล่มใหญ่ดูแสนน่ากลัวจนนางหายใจไม่ออก

“โอ้วววใจเย็นๆพี่ชาย ข้าเพียงมาตามหาคน” ทั้งคู่ยกมือขึ้นเหนือหัวก่อนจะค่อยๆถอยออกไปเมื่อถูกต้อน

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาตามหาใครก็ได้ เรือส่งสินค้าของข้าไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะล่วงเกิน ถอยออกไปซะ!! ทุกชีวิตบนนี้มีเพียงลูกน้องข้า ไม่มีคนอื่นอย่างที่เจ้าเข้ามาบุกรุกเช่นนี้” ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนตัดสินใจพยักหน้า

“ขออภัยใต้ก๋งเรือ ข้าเพียง…ชะล่าใจไปนิดนึกเพียงว่าควรสำรวจให้ถี่ถ้วนจนล่วงเกินท่าน เรื่องนี้พวกข้าต้องขออภัย ไป!!กลับ!!”

”คนพวกนั้นตามหาเราจริงๆขอรับ“ นางถอนหายใจโล่งอกก่อนพยักหน้า มือบางเช็ดน้ำตาให้เด็กชายที่มีความอดทนเหลือเกิน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel