ตอนที่ 4 จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง
หลายวันต่อมา หลี่ชิงเหอเริ่มคุ้นชินกับชีวิตในกระท่อมของฉีเฟิงมากขึ้น กิจวัตรประจำวันของนางเริ่มต้นด้วยการช่วยเตรียมอาหารเช้าง่าย ๆ จากนั้นก็เรียนรู้วิธีการฟอกหนังจากเขา แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้แรงและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่นางก็อดทนทำโดยไม่ปริปากบ่น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จากโลกอนาคตทำให้นางเข้าใจกระบวนการทางเคมีของการฟอกหนังได้เร็วกว่าที่ฉีเฟิงคาดไว้มาก
นางเสนอให้เขาลองใช้ขี้เถ้าจากเตาผิงซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างมาช่วยในกระบวนการขจัดขนและไขมันออกจากหนังสัตว์ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีเกินคาด หนังที่ได้นุ่มและสะอาดกว่าเดิมมาก ทำให้ฉีเฟิงมองนางด้วยความทึ่งระคนประหลาดใจ
"เจ้าไปเรียนรู้วิธีการนี้มาจากที่ใด" เขาถามขึ้นในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งกินอาหารเย็นกันอยู่หน้าเตาผิง
"ข้า...อ่านเจอในตำราเก่าน่ะ" นางโกหกออกไปอย่างไม่แนบเนียนนัก
ฉีเฟิงไม่ได้ซักไซ้ต่อ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยคำถาม เด็กสาวกำพร้าที่เติบโตมาอย่างยากลำบากในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ จะไปหาตำราเช่นนั้นมาจากที่ใดได้? นางดูไม่เหมือนหลี่ชิงเหอคนเดิมที่เขาเคยเห็นอยู่ห่าง ๆ เลยแม้แต่น้อย เดิมนั้นนางขี้อายและหวาดกลัวอยู่เสมอ แต่นางคนนี้กลับมีความมั่นใจ กล้าแสดงความคิดเห็น และมีความรู้แปลก ๆ ที่ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านรู้มาก่อน
หรือว่าตอนที่นางจมน้ำ...วิญญาณของนางได้หลุดลอยไป แล้วมีวิญญาณดวงอื่นเข้ามาแทนที่?
ความคิดนั้นทำให้เขาขนลุกซู่ แต่เมื่อมองใบหน้าของนางที่กำลังเคี้ยวอาหารแก้มตุ่ยอย่างเอร็ดอร่อย เขาก็สลัดความคิดไร้สาระนั้นทิ้งไป ข้าคงจะคิดมากไปเอง
นอกจากเรื่องฟอกหนังแล้ว ชิงเหอยังใช้เวลาว่างในการสำรวจป่ารอบ ๆ กระท่อม นางค้นพบสมุนไพรหลายชนิดที่คนในยุคนี้ยังไม่รู้จักสรรพคุณของมัน นางเก็บมันมาตากแห้งและแยกประเภทไว้ นางคิดว่าความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ของนางน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้คนในยุคนี้ได้ไม่มากก็น้อย
วันหนึ่งขณะที่ฉีเฟิงออกไปล่าสัตว์ นางจึงตัดสินใจลองทำ สบู่ ขึ้นมา โดยใช้ไขมันสัตว์ที่เหลือจากการชำแหละและขี้เถ้ามาเป็นส่วนผสมหลัก แม้จะเป็นสบู่ก้อนแรกที่รูปทรงไม่สวยงามนัก แต่เมื่อลองใช้ดูก็พบว่ามันสามารถชำระล้างคราบไขมันและสิ่งสกปรกได้ดีกว่าการใช้แค่เพียงน้ำเปล่ามากนัก
เมื่อฉีเฟิงกลับมาพร้อมกับกระต่ายป่าสองตัว เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นนางกำลังขัดถูหม้อไหในครัวอย่างขะมักเขม้นด้วยก้อนอะไรบางอย่างที่ส่งฟองฟู่ฟ่า
"นั่นคืออะไร" เขาถามพลางวางกระต่ายลงบนโต๊ะ
"สบู่" นางตอบพร้อมกับรอยยิ้มภาคภูมิใจ "ข้าลองทำดู เอาไว้ใช้ทำความสะอาดน่ะ ท่านลองใช้ดูสิ"
เขารับก้อนสบู่จากนางมาพิจารณาอย่างสงสัย ก่อนจะลองนำไปล้างมือที่เปรอะเปื้อนเลือดจากการล่าสัตว์ เมื่อเห็นว่าคราบเลือดและกลิ่นคาวหายไปอย่างง่ายดาย ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความทึ่งอีกครั้ง "ของสิ่งนี้...ช่างน่าอัศจรรย์นัก"
ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นางนำเข้ามาในชีวิตของเขา ค่อย ๆ ทำให้กำแพงในใจของพรานหนุ่มผู้สันโดษเริ่มพังทลายลง เขาเริ่มพูดคุยกับนางมากขึ้น เล่าเรื่องราวการผจญภัยในป่าให้ฟัง สอนวิธีการยิงธนูและวางกับดักสัตว์ให้นาง และบางครั้ง...เขาก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นกิริยาท่าทางแปลก ๆ แต่ก็น่ามองของนาง
เย็นวันนั้น หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็หยิบมีดแกะสลักกับท่อนไม้เล็ก ๆ ออกมานั่งทำอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ ชิงเหอชะโงกหน้าไปดูอย่างสนใจ "ท่านกำลังทำอะไรอยู่รึ"
"หวี" เขาตอบสั้น ๆ โดยไม่ได้ละสายตาจากงานในมือ
"หวี?"
"ข้าเห็นผมของเจ้าพันกันยุ่งเหยิงอยู่บ่อยครั้ง คิดว่าเจ้าน่าจะต้องการมัน"
คำพูดเรียบ ๆ ของเขาทำให้นางรู้สึกชาวาบไปทั้งหัวใจ เขา...สังเกตเห็นเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ด้วยหรือ นางไม่เคยมีหวีเป็นของตัวเองมาก่อนในร่างนี้ ทุกครั้งก็ได้แต่ใช้นิ้วมือสางผมที่พันกันอย่างลวก ๆ เท่านั้น
นางนั่งมองเขาแกะสลักหวีไม้ชิ้นนั้นอย่างเงียบ ๆ แสงไฟจากเตาผิงสะท้อนในดวงตาคมของเขา ทำให้มันดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด นางเริ่มสังเกตเห็นว่าภายใต้ท่าทีที่เย็นชาและรอยแผลเป็นที่น่ากลัวนั้น ฉีเฟิงเป็นบุรุษที่จิตใจดีและใส่ใจในรายละเอียดอย่างที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน
เวลาผ่านไปจนเกือบครึ่งเดือนแล้ว...ข้อตกลงหนึ่งเดือนของพวกเขากำลังจะผ่านไปครึ่งทาง ความคิดเรื่องการ กลับบ้าน ที่เคยเป็นเป้าหมายหลักในชีวิตของนาง เริ่มเลือนรางลงไปทีละน้อย นางเริ่มรู้สึกผูกพันกับกระท่อมหลังนี้ กับผืนป่ารอบ ๆ และ...กับบุรุษที่นั่งอยู่ตรงหน้านางในขณะนี้
บางที...บ้านอาจจะไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นใจเมื่อได้อยู่กับใครสักคน
ความคิดนั้นทำให้นางเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ฉีเฟิงเงยหน้าขึ้นมาเห็นรอยยิ้มของนางพอดี เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าแกะสลักหวีต่อไป แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าใบหูของเขาเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน แต่ในใจของคนทั้งสองกลับไม่ได้สงบนิ่งเหมือนบรรยากาศภายนอก พันธะสัญญาที่เริ่มต้นจากความเข้าใจผิด กำลังค่อย ๆ ถักทอสายใยบาง ๆ ที่มองไม่เห็นขึ้นมาระหว่างคนสองคน
