บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 พันธะที่ไม่ได้ร้องขอ

แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ เข้ามาในกระท่อม ปลุกหลี่ชิงเหอให้ตื่นจากการหลับใหล นางรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้นมาก ความอ่อนเพลียที่เคยมีได้จางหายไปเกือบหมดสิ้น กลิ่นหอมของข้าวต้มสมุนไพรลอยมาแตะจมูกทำให้นางรู้สึกหิวขึ้นมาทันที

เมื่อลุกขึ้นจากเตียง นางก็พบว่าฉีเฟิงกำลังนั่งเหลาไม้สำหรับทำลูกศรอยู่หน้าเตาผิง แสงไฟสีส้มอาบบนใบหน้าคร้ามคมของเขา ขับให้รอยแผลเป็นดูน่ากลัวน้อยลง เขายังคงสวมชุดหนังสัตว์เนื้อหยาบตัวเดิม แต่กลับดูสะอาดสะอ้านอย่างน่าประหลาด

"เจ้าฟื้นแล้วรึ" เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง คล้ายกับรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของนาง "ข้าวต้มอยู่ในหม้อ ตักกินได้เลย"

ชิงเหอเดินไปยังเตาผิงอย่างเงียบ ๆ นางตักข้าวต้มใส่ชามแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะไม้ตัวเล็กข้างเตียง ข้าวต้มร้อน ๆ ที่มีเนื้อหมูป่าชิ้นเล็ก ๆ ผสมอยู่ช่วยให้ร่างกายของนางอบอุ่นขึ้นอีกมาก รสชาติของมันเรียบง่ายแต่กลับอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าไว้...และยังให้ที่พักพิงอีก" นางเอ่ยขึ้นหลังจากกินข้าวต้มไปได้ครึ่งชาม

ฉีเฟิงวางงานในมือลงแล้วหันมามองนางเต็มตา "ข้าบอกแล้วว่าจะรับผิดชอบ"

"แต่ข้าก็บอกท่านแล้วว่าไม่จำเป็น" นางสวนกลับทันที "ข้าพักที่นี่จนกว่าจะแข็งแรงดี แล้วข้าจะกลับไปที่กระท่อมของข้าเอง"

"เจ้าจะกลับไปที่นั่นทำไม" เขาขมวดคิ้ว "กระท่อมผุพังหลังนั้นแทบจะกันลมกันฝนไม่ได้ด้วยซ้ำ"

"มันก็เป็นบ้านของข้า" นางตอบเสียงเรียบ แม้ในใจจะยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง

ฉีเฟิงถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่เข้าใจความดื้อรั้นของนางเลยสักนิด "ฟังนะหลี่ชิงเหอ" เขาเรียกชื่อนางเต็มยศ "เจ้าเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน การมาพักค้างอ้างแรมในกระท่อมของบุรุษเช่นข้าเพียงลำพัง หากชาวบ้านรู้เข้า ชื่อเสียงของเจ้าจะเสียหาย"

คำพูดของเขาทำให้นางชะงักไป จริงด้วย...ข้าลืมเรื่องขนบธรรมเนียมของยุคนี้ไปสนิท ในโลกที่นางจากมา เรื่องแบบนี้อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในยุคจีนโบราณที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของสตรีเหนือสิ่งอื่นใด การกระทำของนางอาจทำให้นางไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไปได้เลย

"แล้ว...แล้วข้าควรจะทำอย่างไร" นางถามเสียงแผ่ว ความมั่นใจเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น

"แต่งกับข้า" ฉีเฟิงตอบทันทีราวกับเตรียมคำตอบนี้ไว้แล้ว "นั่นคือทางออกที่ดีที่สุด"

ชิงเหอเบิกตากว้าง "ท่านพูดเป็นเล่น! เราแทบไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ"

"แล้วการแต่งงานของคนในยุคนี้ จำเป็นต้องรู้จักกันก่อนด้วยรึ" เขาย้อนถาม "ส่วนใหญ่ก็เป็นพ่อแม่หรือแม่สื่อจัดการให้ทั้งนั้นมิใช่หรือ"

นางเถียงไม่ออกอีกครั้ง ที่เขาพูดก็ถูกอีกนั่นแหละ แต่ข้ามาจากอนาคตนะ! ข้าจะยอมรับการคลุมถุงชนแบบนี้ได้อย่างไร!

"แต่ข้า..."

"ข้ารู้ว่าเจ้ารังเกียจข้า" ฉีเฟิงพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่นางจะได้ปฏิเสธ "รังเกียจรอยแผลเป็นบนใบหน้าของข้า...รังเกียจที่ข้าเป็นแค่พรานป่าจน ๆ " น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่แววตากลับฉายความน้อยเนื้อต่ำใจออกมาวูบหนึ่ง

"ข้าไม่ได้รังเกียจท่าน!" นางรีบปฏิเสธเสียงดัง "ข้าแค่...ยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับใครทั้งนั้น"

"แล้วเจ้าจะรออะไรอีก" เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "เจ้าเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครให้พึ่งพิง การมีสามีจะทำให้ชีวิตของเจ้ามั่นคงขึ้น"

คำพูดของเขาแทงใจดำนางอย่างจัง ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นางใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง การดิ้นรนหาอาหารในแต่ละวันมันช่างเหนื่อยยากเหลือเกิน หากมีเขาอยู่เคียงข้าง...ชีวิตของนางอาจจะง่ายขึ้นจริง ๆ ก็ได้

ไม่สิ! ข้าจะคิดแบบนี้ไม่ได้! เป้าหมายของข้าคือการกลับบ้าน!

"ข้าดูแลตัวเองได้" นางยืนกราน แม้น้ำเสียงจะอ่อนลงกว่าเดิม

ฉีเฟิงมองนางนิ่ง ๆ ราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง "เช่นนั้นข้ามีข้อเสนอ"

"ข้อเสนออะไร?"

"เราจะทำข้อตกลงกัน" เขาเริ่มอธิบาย

"เจ้ามาอยู่ที่นี่กับข้าในฐานะ...คู่หมั้น"

"ข้าจะดูแลเรื่องอาหารการกินและที่พักให้เจ้า ส่วนเจ้าก็ช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการแลกเปลี่ยน"

"เราจะใช้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อทำความรู้จักกัน หากครบกำหนดแล้วเจ้ายังยืนยันที่จะไม่แต่งงานกับข้า ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น"

ข้อเสนอของเขาทำให้นางประหลาดใจ มันเป็นทางออกที่ดูสมเหตุสมผลและยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย นางจะได้มีเวลาปรับตัวกับชีวิตใหม่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง และยังมีเวลาคิดหาทางกลับบ้านต่อไป ส่วนเขา...ก็ได้ทำตามที่พูดว่าจะรับผิดชอบนาง และอาจจะพิสูจน์ให้นางเห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่น่ารังเกียจอย่างที่นางอาจจะเคยคิด

"ว่าอย่างไรเล่า" เขารอคำตอบอย่างใจเย็น

ชิงเหอใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตกลง "ก็ได้...ข้าตกลงตามข้อเสนอนี้"

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของฉีเฟิงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงรอยยิ้มเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นของเขาดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด "ดี เช่นนั้นก็กินข้าวต้มให้หมดเสีย เดี๋ยวข้าจะพาไปดูรอบ ๆ กระท่อม"

หลังจากกินข้าวต้มจนหมดชาม ฉีเฟิงก็พานางเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ กระท่อมของเขา ที่นี่ตั้งอยู่ลึกเข้ามาในป่า ห่างไกลจากหมู่บ้านพอสมควร อากาศจึงสดชื่นและเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องและเสียงลมพัดผ่านใบไม้ ด้านหลังกระท่อมมีลำธารสายเล็ก ๆ ไหลผ่าน น้ำใสจนมองเห็นก้อนหินใต้น้ำ ข้าง ๆ กันนั้นมีแปลงผักขนาดเล็กที่ปลูกพืชผักสวนครัวไว้หลายชนิด

"ข้าปลูกไว้กินเอง เหลือก็เอาไปแลกของใช้ในหมู่บ้าน" เขาอธิบายเมื่อเห็นนางมองอย่างสนใจ

ถัดจากแปลงผักคือลานกว้างสำหรับชำแหละและตากหนังสัตว์ ตอนนี้นางเห็นซากหมูป่าตัวใหญ่ที่เขาแบกมาเมื่อวานถูกแขวนอยู่ "เดี๋ยวข้าจะจัดการมันหลังจากนี้"

พวกเขากลับเข้ามาในกระท่อมอีกครั้ง ฉีเฟิงชี้ไปยังกองหนังสัตว์ที่มุมห้อง "นั่นคืองานของเจ้า"

"งานของข้า?"

"ใช่ เจ้าต้องเรียนรู้วิธีการฟอกหนังและเย็บหนังสัตว์ให้เป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ "

"มันเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในป่า"

ชิงเหอมองกองหนังสัตว์ด้วยความรู้สึกท้าทาย แม้ในโลกเดิมนางจะไม่เคยทำงานฝีมือแบบนี้มาก่อน แต่นางก็เป็นคนเรียนรู้เร็วและพร้อมที่จะปรับตัว

อย่างน้อยมันก็เป็นอะไรที่จับต้องได้มากกว่าการนั่งรอความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะกลับบ้านได้

"ข้าจะพยายาม" นางตอบรับอย่างหนักแน่น

ฉีเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดีมาก"

และแล้ว วันแรกของการใช้ชีวิตในฐานะ คู่หมั้นกำมะลอ ของหลี่ชิงเหอจึงได้เริ่มต้นขึ้น แม้ทุกอย่างจะยังคงดูแปลกใหม่และไม่คุ้นเคย แต่นางกลับรู้สึกถึงความหวังเล็ก ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจ บางที...ชีวิตใหม่ที่นางไม่เคยร้องขอนี้ อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่นางคิดไว้ในตอนแรกก็ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel