บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เงามืดในความทรงจำ

กลิ่นดินชื้นหลังฝนพรำและไอเย็นจาง ๆ ลอยอบอวลไปทั่วกระท่อมไม้หลังเล็กแต่แข็งแรงของฉีเฟิง หลี่ชิงเหอนั่งอยู่บนเตียงนอนที่ปูด้วยหนังสัตว์เนื้อนุ่ม ความอบอุ่นจากเตาผิงช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมร่างกายออกไปจนเกือบหมดสิ้น นางจิบยาต้มร้อน ๆ ในถ้วยอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยยังคงฉายแววสับสนระคนระแวงขณะจับจ้องไปยังบุรุษร่างสูงใหญ่ที่นั่งเงียบ ๆ อยู่มุมห้อง

เขาคือ ฉีเฟิง พรานหนุ่มผู้ช่วยชีวิตนางไว้จากกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก ใบหน้าครึ่งซีกของเขามีรอยแผลเป็นน่ากลัวพาดผ่านตั้งแต่หางคิ้วลงมาจรดมุมปาก แม้จะดูน่าเกรงขาม แต่แววตาที่เขามองมากลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก มิได้มีแววคุกคามอย่างที่นางคาดคิดในตอนแรก

"ข้าไม่ได้คิดสั้นเพราะท่านปฏิเสธการแต่งงาน" ชิงเหอตัดสินใจเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด "ที่ข้ากระโดดลงไปในแม่น้ำ...มันมีเหตุผลอื่น"

ฉีเฟิงเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อจะได้อ่านริมฝีปากของนางได้ถนัดขึ้น การกระทำนั้นทำให้นางนึกถึงข้อมูลจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ว่าเขามีปัญหาเรื่องการได้ยินที่หูข้างซ้าย

"แล้วเหตุผลอันใดเล่า ที่ทำให้สตรีบอบบางเช่นเจ้าอยากลงไปแหวกว่ายในแม่น้ำที่เย็นราวกับน้ำแข็ง" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความอยากรู้

ชิงเหอถอนหายใจ จะอธิบายเรื่องการข้ามภพข้ามชาติให้คนยุคนี้ฟังได้อย่างไร

"ข้า...แค่อยากกลับบ้าน" นางตอบเสียงอ่อย ซึ่งก็เป็นความจริง เพียงแต่ บ้าน ของนางนั้นอยู่ไกลเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

ความคิดของนางล่องลอยกลับไปยังโลกศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ปี ค.ศ. 2025 ที่ซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีและเทคโนโลยี โลกที่นางมีครอบครัว มีเพื่อน มีชีวิตที่คุ้นเคย ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงคือแสงไฟจ้าจากรถยนต์ที่พุ่งเข้าใส่ การลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวกำพร้าชื่อ หลี่ชิงเหอ ในยุคจีนโบราณที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าใช้ มันคือฝันร้ายที่นางยังหาทางตื่นไม่ได้

นางในร่างนี้คือเด็กสาวที่น่าสงสาร ชีวิตต้องดิ้นรนรับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อแลกกับเศษอาหารประทังชีวิต เป็นชีวิตที่เรียบง่ายและน่าเวทนา แต่นั่นไม่ใช่ชีวิตของนาง ไม่ใช่เลย

ฉีเฟิงมองดวงตาที่เหม่อลอยของนางแล้วขมวดคิ้วแน่น เขายอมรับว่าเหตุผลของนางฟังดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แต่เมื่อเห็นสภาพของนางที่ยังคงซีดเซียวและร่างกายสั่นเทา เขาก็ไม่อยากซักไซ้ให้มากความ "ไม่ว่าเหตุผลของเจ้าคืออะไร การกระทำเช่นนั้นมันเสี่ยงเกินไป"

เขาลุกขึ้นเดินไปเติมฟืนในเตาผิง เสียงไม้แตกเปรี๊ยะ ๆ ดังขึ้นเบา ๆ "ข้ารู้ว่าเจ้าอาจจะยังสับสน แต่ข้ายืนยันคำเดิม...ข้าจะรับผิดชอบเจ้า"

"รับผิดชอบ?" ชิงเหอทวนคำ "ข้าไม่ต้องการให้ใครมารับผิดชอบชีวิตข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ด้วยการแต่งงานที่ข้าไม่ได้เต็มใจ"

คำพูดของนางทำให้ฉีเฟิงชะงักไปเล็กน้อย เขายอมรับว่าตนเองด่วนสรุปไปหน่อยว่านางคิดสั้นเพราะเรื่องที่เขาปฏิเสธแม่สื่อไป แต่ในเมื่อเหตุการณ์มันเป็นเช่นนี้แล้ว จะปล่อยให้นางกลับไปใช้ชีวิตเพียงลำพังในกระท่อมซอมซ่อท้ายหมู่บ้านได้อย่างไร อย่างน้อยที่สุด การให้นางมาอยู่กับเขาก็ยังปลอดภัยกว่า

ข้าเป็นบุรุษ การกระทำของข้าย่อมต้องมีเหตุผลรองรับ

"เรื่องแต่งงาน...พวกเราก็เคยถูกทาบทามกันอยู่แล้ว" เขาพูดขึ้น พยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนการตัดสินใจของตนเอง "ข้าอาจจะเคยปฏิเสธไป แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว"

ชิงเหอมองหน้าเขาอย่างเหลืออด นี่เขาไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรืออย่างไร "ฉีเฟิง ข้าขอย้ำอีกครั้งว่าการกระทำของข้าไม่เกี่ยวกับท่านเลยแม้แต่น้อย ท่านไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรือคิดจะรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น"

นางพยายามจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ร่างกายที่ยังอ่อนเพลียทำให้โซซัดโซเซจนเกือบล้มลง ฉีเฟิงรีบปรี่เข้ามารับร่างของนางไว้ทันที วงแขนแข็งแรงของเขารวบร่างบางของนางไว้แนบอก ความใกล้ชิดอย่างกะทันหันทำให้หัวใจของชิงเหอเต้นระรัว กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ผสมกับกลิ่นไอแดดและผืนป่าจากตัวเขาทำให้นางรู้สึกแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

บ้าน่า...ข้าแค่ตกใจเท่านั้น นางรีบบอกตัวเองในใจ

"ร่างกายเจ้ายังไม่แข็งแรงดี" ฉีเฟิงกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาฉายความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด "เจ้าพักผ่อนอยู่ที่นี่สักสองสามวัน รอให้หายดีแล้วค่อยว่ากันอีกที"

น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนนางไม่อาจปฏิเสธได้ ชิงเหอจึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอม นางปล่อยให้เขาพยุงกลับไปนั่งที่เตียงดังเดิม เขายื่นถ้วยยาที่เริ่มเย็นแล้วมาให้ นางรับมาดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะส่งถ้วยคืนให้เขา

ฉีเฟิงเดินนำถ้วยไปเก็บ ก่อนจะหันกลับมามองนางอีกครั้ง "ข้าจะออกไปดูหมูป่าที่ล่ามาได้เสียหน่อย เจ้าพักผ่อนเถอะ"

พูดจบเขาก็เดินออกจากกระท่อมไป ทิ้งให้ชิงเหอนั่งอยู่ตามลำพังกับความคิดที่สับสนวุ่นวายของตนเอง นางทอดสายตามองไปรอบ ๆ กระท่อมของเขาอีกครั้ง มันเป็นกระท่อมไม้ที่เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบ ของใช้ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นที่เป็นทาง ผนังด้านหนึ่งมีหนังสัตว์หลายชนิดขึงตากไว้ อีกด้านหนึ่งมีคันธนูกับลูกศรแขวนอยู่เป็นที่เป็นทาง แม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยอย่างน่าประหลาด

นางถอนหายใจออกมาเบา ๆ เอาเถอะ...อย่างน้อยก็ดีกว่ากระท่อมผุพังหลังนั้น นางล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม พยายามข่มตาให้หลับ แต่ภาพเหตุการณ์ที่จมดิ่งลงสู่แม่น้ำยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ความหนาวเหน็บที่เสียดแทงเข้ากระดูก ความรู้สึกของการขาดอากาศหายใจ และความสิ้นหวังที่เข้าครอบงำ...มันช่างสมจริงจนน่ากลัว

จะตายอีกรอบจริง ๆ หรือนี่...ความคิดสุดท้ายก่อนหมดสติยังคงดังก้องอยู่ในหู

แต่แล้ว...เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น วงแขนแข็งแรงที่ตวัดรวบร่างของนางเอาไว้ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาที่ส่งผ่านเสื้อผ้าเปียกชุ่ม...

ชิงเหอลืมตาขึ้นทันที นางยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่หัวใจกำลังเต้นไม่เป็นส่ำ ทำไมข้าต้องนึกถึงเรื่องพวกนี้ด้วยนะ นางพยายามสลัดภาพนั้นออกจากหัว แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

บางที...การอยู่ที่นี่อาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้

ความคิดนั้นทำให้นางรู้สึกประหลาดใจกับตัวเองยิ่งนัก หรือว่าลึก ๆ แล้ว นางอาจจะไม่ได้อยากกลับไปยังโลกเดิมอย่างที่เคยคิดไว้ตลอดสิบสี่วันที่ผ่านมา? หรือว่าการปรากฏตัวของบุรุษผู้มีรอยแผลเป็นคนนี้...กำลังจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในใจของนางกันแน่?

คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของหลี่ชิงเหอ แต่ยังไม่มีคำตอบใดที่ชัดเจน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel