ตอนที่ 5 ไม่ได้ประชด
ตอนที่ 5 ไม่ได้ประชด
“เจ้ากำลังพูดประชดข้าใช่ไหม!” เหอหยวนถามเสียงสั่น
“ไม่ใช่” หนิงเยียนตอบกลับในทันที “ข้าไม่ได้พูดประชด ข้าพูดจริงๆ”
“เจ้าจะทิ้งข้าไปหาผู้ชายคนอื่นใช่ไหม!? บอกข้ามา!” เขาตะคอกใส่ภรรยาอย่างไม่อาจอดกลั้นอารมณ์โกรธได้อีกต่อไป
หนิงเยียนส่ายหน้า “ไม่ใช่...ข้าไม่ได้จะไปหาผู้ชายคนอื่น ข้าแค่...อยากให้ท่านมีความสุข ไม่อยากเป็นตัวถ่วงในชีวิตท่าน”
“เจ้ากำลังทำตัวเหมือนผู้หญิงไม่รักดี เจ้ารู้ตัวไหม?”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว! ข้าแค่...สงสารท่าน!”
คำพูดของหนิงเยียนทำให้เหอหยวนชะงักไป เขามองนางอย่างไม่เข้าใจ
“สงสารข้า?” เขาถามอย่างไม่เชื่อสายตา “อย่างเจ้าเนี่ยนะ! จะสงสารข้า”
“ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาท่านต้องทนทุกข์กับข้ามากแค่ไหน ท่านต้องแบกรับความอับอายขายหน้าเพราะมีข้าเป็นภรรยา และท่านก็ยังต้องทนฟังคำด่าทอจากครอบครัวของท่านอีก”
“ทุกอย่างเป็นเพราะข้า...ข้าไม่ได้อยากให้ท่านต้องทนทุกข์อีกต่อไป”
“เจ้าหยุดพูดเรื่องนี้เดี๋ยวนี้!” เหอหยวนตวาดลั่น “ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้ขนาดนี้ แต่สิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่มันไม่ต่างอะไรกับการเหยียบย่ำหัวใจข้า!”
“ข้า...ข้าขอโทษ ที่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อน” นางพูดออกมาเสียงแผ่วเบา พลางก้มหน้าหลบสายตาของเขาที่จ้องมองมาจนนางรู้สึกอึดอัด
เหอหยวนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อลดตความตึงเครียด
“ข้า...ไปรับจ้างเขียนหนังสือในเมืองมา ได้ข้าวสารมาถุงหนึ่งกับปลาแห้งอีกห้าตัว”” เขาพูดพลางยกถุงผ้าที่ถืออยู่ขึ้นให้นางดู ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับถุงผ้าในมือ
หนิงเยียนมองตามแผ่นหลังที่ผอมซูบของเขาอย่างเงียบๆ
เหอหยวนวางถุงผ้าลงบนโต๊ะไม้ แล้วแบ่งข้าวสารออกมาครึ่งหนึ่งใส่ถ้วย และหยิบปลาแห้งสองตัวมาวางไว้ด้านบนข้าวสาร ก่อนจะเดินถือถ้วยนั้นออกมาจากครัว
“ข้าจะเอาข้าวสารกับปลาแห้งไปให้ท่านแม่ แล้วจะรีบกลับมาทำอาหารเย็นให้เจ้ากิน”
หนิงเยียนมองถ้วยข้าวสารและปลาแห้งที่เขาตั้งใจจะนำไปให้ครอบครัวของเขา อาหารเหล่านี้คงจะพอช่วยให้พวกเขาได้อิ่มท้องไปได้อีกสองมื้อ นางรู้สึกเห็นใจในความกตัญญูของเขา
“ท่านไปเถอะ เรื่องอาหารเย็นข้าจะทำเอง”
เหอหยวนชะงักไปเล็กน้อย เขามองหนิงเยียนด้วยสายตาสงสัยระคนประหลาดใจอีกครั้ง ตั้งแต่ย้ายออกมาจากบ้านใหญ่นางไม่เคยเข้าครัวทำอาหารเลยสักครั้งเดียว แต่นางในตอนนี้กลับบอกว่าจะทำอาหารเย็นเอง
“ท่านไปเถิด และไม่ต้องรีบกลับมาก็ได้” นางยิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปในครัว
เหอหยวนยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ กว่าจะเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับถ้วยข้าวสารและปลาแห้ง แม้ในใจจะยังคงเต็มไปด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับตัวภรรยาของเขา แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ
หนิงเยียนเดินกลับเข้ามาในครัว นางมองไปยังถุงข้าวสารที่เหอหยวนซื้อมา และปลาแห้งที่เหลืออยู่สามตัว นางจัดการก่อไฟในเตาฟืนอย่างรวดเร็ว แม้จะดูเก้ๆ กังๆ ในช่วงแรก แต่นางก็สามารถจุดไฟติดได้ ก่อนจะนำมันป่ากับผักป่าในตะกร้าออกไปล้างที่โอ่งน้ำด้านหลังบ้านให้สะอาด
จากนั้นนางก็เริ่มต้มข้าวสารที่มีอยู่ และหั่นมันป่าไว้ใส่ลงไปผสมกับข้าวต้ม เด็ดผักป่าที่เก็บมาได้เพียงไม่กี่ใบใส่ลงไป ตามด้วยปลาแห้งที่หักเป็นชิ้นเล็ก ๆ หนึ่งตัวเพื่อเพิ่มรสเค็ม จากนั้นก็รอให้ข้าวสารกับมันป่าสุกไปพร้อมๆ กัน
“สงสัยเกลือในยุคนี้ต้องแพงมากแน่ๆเขาถึงไม่ได้ซื้อมันมาด้วย” นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะคนข้าวต้มไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ
ในเวลาเดียวกันนั้น เหอหยวนก็เดินมาถึงหน้าบ้านใหญ่พอดี เขาเห็นพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองกำลังยืนโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เขารู้ทันทีว่าต้นเหตุคงหนีไม่พ้นภรรยาของเขา
“นังนั่นมันร้ายกาจยิ่งกว่าที่ข้าคิดเสียอีก! มันเอาผลไม้มาล่อเด็กๆ! แล้วดูสิ! หนานหยางเจ้าหยุดร้องได้แล้ว!” ไป๋หลันหันไปตะคอกหนานหยางที่ยังคงสะอื้นอยู่ข้างๆ เจียวฮวา
เจียวฮวาส่ายหน้าอย่างเอือมระอาที่พี่สะใภ้ใหญ่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง “ก็แค่ผลไม้เอง ทำไมท่านต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ด้วย หนิงเยียนอุตส่าห์มีน้ำใจนำมาให้!”
“มีน้ำใจรึ? หึ! ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้ายังจะเข้าข้างนังนั่นอีก!”
เหอหยวนถอนหายใจออกมาอย่างเงียบเชียบ เขาตัดสินใจเดินตรงเข้าไปในบ้าน โดยไม่สนใจเสียงโต้เถียงของพี่สะใภ้ทั้งสองเลยสักนิด เพราะเขาคุ้นชินกับเหตุการณ์แบบนี้เสียจนไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว
เมื่อเหอซานเห็นลูกชายคนที่สามเดินเข้ามา ก็รีบเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความผิดหวัง เหอหยวนไม่ได้สนใจท่าทีของบิดา เขามองไปยังมารดา หลี่ฮวาที่นั่งเช็ดน้ำตาอยู่บนเตียง
“ท่านแม่” เหอหยวนเดินเข้าไปหาและวางถ้วยข้าวสารกับปลาแห้งลงบนโต๊ะข้างๆ นาง “ลูกนำข้าวสารกับปลาแห้งมาให้”
หลี่ฮวาเงยหน้าขึ้นมามองลูกชายด้วยน้ำตาที่ยังคงไหลอาบแก้ม “เจ้า...เจ้าเอามาทำไม? เดี๋ยวเมียของเจ้าก็มาอาละวาดที่นี่อีกหรอก”
เหอหยวนส่ายหน้าช้าๆ “ถ้านางทำแบบนั้นอีกข้าจะจัดการนางเอง”
“เจ้าคนไม่ได้เรื่อง! เจ้าเลือกเมียมากกว่าครอบครัว! เจ้าเลือกผู้หญิงที่สร้างแต่ปัญหาให้ชีวิตเจ้า! จนถึงวันนี้เจ้าก็ยังไม่เข้าใจอีกหรือว่านางเป็นคนอย่างไร!” หลี่ฮวาพูดออกมาอย่างตัดพ้อ นางมองดูข้าวสารกับปลาแห้งที่ลูกชายนำมาให้อย่างเจ็บปวด
“ท่านแม่…” เหอหยวนเอ่ยเรียกมารดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“อย่ามาเรียกข้าว่าแม่!” หลี่ฮวาสะบัดแขนออกเมื่อเหอหยวนพยายามจับมือของนาง “เจ้ายังเห็นข้าเป็นแม่อยู่อีกหรือ? ถ้าเจ้าเห็นพวกเราเป็นครอบครัว เจ้าคงไม่เชื่อฟังคำยุยงของเมียเจ้าแล้วย้ายออกไปแบบนี้!...เจ้าไม่เคยนึกถึงใจข้าเลย”
น้ำเสียงของหลี่ฮวามีแต่ความเจ็บปวดและความผิดหวัง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เหอหยวนรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องเห็นมารดาทุกข์ใจเพราะเขา แต่เขาก็ไม่สามารถหักใจจากหนิงเยียนได้
“ท่านแม่โปรดอย่าได้พูดเช่นนั้นเลย…ลูกไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้”
“แล้วเรื่องที่เจ้าไม่ได้ไปสอบคัดเลือกขุนนางก็เป็นเพราะเมียเจ้า! เจ้าลืมความฝันของเจ้าไปแล้วหรือ? เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกเราต้องอดทนทำงานลำบากกันเพียงใดกว่าจะหาเงินส่งเจ้าไปเรียนหนังสือ!”
“ท่านแม่...” เหอหยวนพยายามพูดแทรก แต่ก็ถูกมารดาพูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ถ้าไม่ใช่เพราะเมียของเจ้า บ้านเราคงไม่ลำบากขนาดนี้! เจ้าไม่มีทางรู้เลยว่าข้าเจ็บปวดใจเพียงใดที่ต้องเห็นลูกหลานอดอยาก แต่เจ้ากลับเอาข้าวสารกับปลาแห้งมาให้พวกเราเพียงเล็กน้อย ในขณะที่นังเมียตัวดีของเจ้ายังคงสุขสบายอยู่กับเจ้าที่บ้านโน้น!”
“ท่านแม่ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะ ที่บ้านข้ากับนางก็ลำบากเหมือนกัน แต่วันนี้ข้าเดินเท้าเข้าเมืองไปรับจ้างเขียนหนังสือในเมืองมาจึงได้ข้าวสารกับปลาแห้งมา ก็เลยแบ่งมาให้บ้านใหญ่ครึ่งหนึ่ง” เหอหยวนรีบแก้ต่างให้ภรรยา แต่คำพูดนั้นกลับทำให้มารดาโกรธยิ่งกว่าเดิม
“เจ้าปกป้องนาง! เจ้ายังจะปกป้องนังผู้หญิงสารเลวคนนั้นอีกหรือ! เจ้าตาบอดไปแล้วหรือไงเหอหยวน! เจ้ามองไม่ออกหรือว่านางเป็นคนอย่างไร!...วัน ๆ นางไม่เคยทำงานทำการอะไร! นางมีแต่จะชี้นิ้วสั่งเจ้าอย่างเดียว!”
เหอหยวนยืนนิ่ง เขารู้ดีว่าสิ่งที่มารดาพูดมานั้นเป็นความจริง
“ถ้าเจ้ายังเห็นพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกับเจ้า…หย่ากับนังนั่นเสียเถิด” หลี่ฮวาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ดวงตาของนางมองลูกชายด้วยความหวัง “กลับมาอยู่บ้านเราเถิดนะลูก แม่กับพี่ๆของเจ้าจะช่วยเจ้าในทุกเรื่องเอง”
คำพูดของมารดาทำให้เหอหยวนถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้
“ท่านแม่ขอรับ...ตอนนี้นางไม่เหมือนเดิมแล้ว” เหอหยวนพยายามอธิบาย แต่มารดาของเขากลับหันหน้าหนี และทำเป็นไม่สนใจคำพูดของเขาอีกต่อไป
“ข้าไม่อยากรับรู้เรื่องของเจ้าแล้ว! เจ้าอยากจะใช้ชีวิตอย่างไรก็แล้วแต่เจ้าเถิด แต่ถ้าเจ้ายังอยู่กับนังนั่น เจ้าก็ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก! เจ้าไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้า!”
“ท่านแม่…” เหอหยวนพูดเสียงแผ่วเบา น้ำตาของเขาเริ่มไหลอาบแก้ม เขารู้สึกเจ็บปวดที่ต้องทำร้ายจิตใจมารดา แต่เขาก็ไม่สามารถทอดทิ้งภรรยาได้
“ไป! ไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!” หลี่ฮวาพูดเสียงดังและใช้มือปัดป้องไล่ลูกชายออกจากห้อง เหอหยวนทำได้เพียงยืนนิ่ง เขามองไปที่มารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด แล้วเขาก็เดินออกจากบ้านไปอย่างเงียบๆ
